Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

PY351 การทดลองทางจิตวิทยา 2/2013

No description
by

Tanupat Lohapongsathorn

on 25 November 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of PY351 การทดลองทางจิตวิทยา 2/2013

กฎของเยอร์คส-ด็อดสัน
Yerkes-Dodson Law
การทดลองทางจิตวิทยา
การทดลองทางจิตวิทยา
ตัวแปร & การควบคุม
(Variable) (Control)
อาจแทนด้วยความสัมพันธ์ (Functional Relationship)
ในรูปต่างๆ ดังต่อไปนี้
ความสัมพันธ์ของตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม
ความสัมพันธ์ของตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม
IV
DV
ตัวแปรปฐมภูมิเพิ่มขึ้น
ตัวแปรตามจะเพิ่มขึ้นตาม
เช่น คนที่มีระดับสติปัญญาสูงก็จะเรียนดีกว่าคนที่มีระดับสติปัญญาต่ำ
ความสัมพันธ์เชิงบวก
IV
DV
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเป็นศูนย์ ความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรปฐมภูมิไม่ได้เป็นสาเหตุ
ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรตาม
เช่น คนที่มีระดับสติปัญญาดี ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการใกล้ามเนื้อดีขึ้น คนที่เรียนจบสูงบางคนไม่สามรถขับรถได้
ไม่มีความสัมพันธ์กัน
IV
DV
ตัวแปรปฐมภูมิเพิ่มขึ้น
แต่ตัวแปรตามลดลง
เช่น แสงสว่างมากขึ้นแต่รูม่านตากับหดเล็กลง
ความสัมพันธ์กันเชิงลบ
IV
DV
การเพิ่มขึ้นของตัวแปรปฐมภูมิไม่ได้ทำให้
ตัวแปรตามเพิ่มขึ้นตามอย่างตรงไปตรงมา การเพิ่มขึ้นของตัวแปรอิสระจทำให้อัตราเร่งของการเพิ่ม
ของตัวแปรตามลดลง (Negative acceleration)
เช่น การเรียนรู้หรือการฝึกหัด เมื่อทักษะเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุดของความสามารถ จะเรียนรู้รู้หรือฝึกหัดต่อไปก็จะไม่ดีขึ้น
ความสัมพันธ์เชิงบวก อัตราเร่งตัวแปรตามลดลง
IV
DV
การเพิ่มขึ้นของตัวแปรปฐมภูมิ
จะทำให้อัตราเร่งของการลดลงของตัวแปรตามเพิ่มขึ้น
(Positive acceleration)
เช่น ความสัมพันธ์ของการหิวกับการเรียนรู้ การหิวน้อยจะช่วยให้ไม่หลับเกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ความหิวเพิ่มขึ้นถึงจุดหนึ่ง
การเรียนรู้จะดีขึ้นสุด และเมื่อหิวต่อไปการเรียนรู้ก็จะลดลง เพราะเกิดการหูอื้อตาลายเป็นอปสรรคต่อการเรียนรู้
ความสัมพันธ์เชิงลบ อัตราเร่งตัวแปรตามเพิ่มขึ้น
IV
DV
เกิดความสัมพันธ์ชนิดอัตราเร่งลดลงในตอนแรก และเกิดอัตราเร่งชนิดเพิ่มขึ้นในตอนหลัง
เช่น การกระตุ้นให้ทำงานถ้ามากหรือน้อยเกินไปก็จะไม่เหมาะสมต้องอยู่ในระดับปานกลาง ตามกฏของ Yerkes-Dodson
ความสัมพันธ์ผสม
กำหนดว่า มีความสัมพันธ์ระหว่างความตื่นตัว
และสมรรถภาพในการทำงาน คือโดยสำคัญแล้ว
อ้างว่า มีระดับความตื่นตัวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ
การทำงาน และระดับที่มากหรือน้อยเกินไปสามารถ
มีผลลบต่อสมรรถภาพการทำงาน
กฎของเยอร์คส-ด็อดสัน
Yerkes-Dodson Law
Stress Performance Connection
เช่น การทดลองบางเรื่องต้องปิดบังวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการศึกษา หรือในบางเรื่องที่มีการทดลองซ้ำ ทดลองหลายตอน ซึ่งอาจทำให้เกิดประสบการณ์ในการทดลอง จึงต้องหาวิธีควบคุมประสบการณ์ที่จะเกิดขึ้น
ควบคุมให้ความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรตาม
เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรอิสระเท่านั้น

คำว่า การควบคุม ในจิตวิทยาการทดลองมีความหมาย 3 ประการ
ประการที่ 3
ควบคุมให้ความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรตาม
เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรอิสระเท่านั้น

เป็นตัวแปรที่มีผลต่อตัวแปรตามที่เราไม่สนใจจะศึกษามัน เกิดจากการที่เราควบคุมตัวแปรทุตติยภูมิไม่ดีพอ หรือ
ไม่ได้ควบคุม ไม่คิดว่ามันจะส่งผลต่อตัวแปรตาม ทำให้ไม่สามารถสรุปได้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกิดจากตัวแปรปฐมภูมิ ทำให้ตัวแปรทุติยภูมิกลายเป็นตัวแปรร่วม

ตัวแปรร่วม (Confounding Variables)
ตัวแปรร่วมที่จากสิ่งแวดล้อม

ตัวแปรร่วมที่เกิดจากคุณลักษณะของผู้รับการทดลอง

ตัวแปรร่วมที่เกิดจากวิธีการเลือกหรือการกำหนดงานร่วม
ลักษณะของตัวแปรร่วม
(Environmental Confounding )
(Confounding of subject characteristic)
(Confounding of subject selection and assignment)
ในการศึกษาเรื่องอิทธิพลของเสียงที่มีต่ออารมณ์ จะอัดเสียงที่ก่อให้เกิดอารมณ์และเสียงที่เป็นกลางชนิดต่างๆ ลงในเทป แล้วให้ subject ฟังเสียงเหล่านี้ทีละเสียง เพื่อประเมินอารมณ์ออกมาในมาตรวัต 5 ระดับ
ผลการทดลองพบว่าเสียงบางเสียง subject ทางเอเชียประเมินตรงข้ามกับ subject ทางยุโรป และอเมริกา เช่น เสียงหัวเราะ เพราะโดยวัฒนธรรมผู้หญิงเอเชียจะหัวเราะสำรวมมารยาท จะไม่ปล่อยเสียงดังลั่นเหมือน พวกตะวันตก subject ทางยุโรป และอเมริกา จึงตีความเสียงหัวเราะเป็นเสียงร้องไห้ ทำให้อารมณ์ที่เกิดจาก การได้ยินเสียงต่างจาก subject ทางเอเชียชนิดตรงข้ามกัน
ตัวแปรร่วมที่จากสิ่งแวดล้อม
(Environmental Confounding)
โดยปกติผู้หญิงจะเรียนรู้ภาษาดีกว่าผู้ชาย ในขณะที่ผู้ชายจะเรียนทางด้านคำนวณได้ดีกว่า ในการศึกษาเรื่อง อิทธิพลของความหิวที่มีต่อการเรียนรู้ ใช้ Subject 2 กลุ่ม กลุ่มผู้หญิงให้อดอาหาร 6 ชั่วโมง กลุ่มผู้ชายทดลอง ทันทีหลังกินอาหารเสร็จ โดยทั้ง 2 กลุ่มต้องท่องคำศัพท์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจนจำได้หมดจึงจะยุติการทดลอง ผลคือผู้หญิงใช้เวลาน้อยกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าความหิวทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น เพราะเกิด ตัวแปรร่วมอันเนื่องมาจากผู้หญิงเรียนด้านภาษาได้ดีกว่าผู้ชาย
ตัวแปรร่วมที่เกิดจากคุณลักษณะของผู้รับการทดลอง
(Confounding of subject characteristic)
มีการศึกษาเพื่อดูผลของนมที่มี่ต่อการเจริญเติบโตทางร่างกายของเด็กทุกกลุ่มอายุ โดยแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ดื่มนมทุกวัน 4 เดือน กลุ่มที่ 2 เป็นกล่มควบคุม คือ ไม่ให้ดื่มนมเลยตลอด 4 เดือนผล คือ กลุ่มที่ 1 มีอัตราการเจริญเติบโตมากว่ากลุ่มที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ไม่อาจสรุปได้ว่านมมีผลต่อการเจริญเติบโตเพราะ กลุ่มที่ 2 มีความสูงมากกว่ากลุ่มที่ 1 ตั้งแต่เริ่มโครงการ จำทำให้โอกาศที่จะสูงขึ้นน้อยกว่ากลุ่มที่ 1 ซึ่งกลายเป็น ตัวแปรร่วมในการศึกษานี้
ตัวแปรร่วมที่เกิดจากวิธีการเลือกหรือการกำหนดงานร่วม
(Confounding of subject selection and assignment)
จบการนำเสนอ
จบการนำเสนอ
Thank You
Thank You
การควบคุม
การควบคุม
Control
ในปี ค.ศ. 1648 Pascal ได้ทำการทดลองโดยมีกลุ่มควบคุม คือ ศึกษาความสูงของปรอท ในหลอดแก้ว ณ ตำแหน่งที่สูงต่างๆ กันบนภูเขา เปรียบเทียบกับความสูงของปรอทในหลอดแก้ว เมื่ออยู่เชิงเขา
คำว่า ควบคุม ใช้ในแง่เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม
การควบคุม
(Control)

การควบคุม
(Control)

ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชนิด
การควบคุมตัวแปรปฐมภูมิ
คำว่า การควบคุม ในจิตวิทยาการทดลองมีความหมาย 3 ประการ
ประการที่ 1
การควบคุมตัวแปรปฐมภูมิ
การสร้างสภาพการณ์หรือจัดสภาพการณ์
(Manipulation)
(Selection)
การเลือก
การสร้างสภาพการณ์หรือจัดสภาพการณ์
(Manipulation)
เป็นการทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวแปรอิสระที่ต้องการศึกษา

"การควบคุมชนิด M"
หรืออาจสร้างสภาพการณโดยมีกลุ่มควบคุมเพื่อใช้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบกับกลุ่มทดลอง
การควบคุมชนิดนี้ เรียกว่า
การเลือก
(Selection)
วิธีนี้ส่วนใหญ่ใช้ศึกษากับตัวแปรที่เป็นคุณลักษณะที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว หรือติดตัวผู้รับการทดลอง เพียงแต่เราเลือกกลุ่มตามเกณฑ์ที่เราต้องการจะศึกษา ได้แก่ อายุ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม

การควบคุมชนิดนี้เรียกว่า
ซึ่งจะไปมีผลทำให้การควบคุมตัวแปรทุติยภูมิมีขีดจำกัด
"การควบคุมชนิด S"
เป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
ให้ตรงกับตัวแปรปฐมภูมิที่ต้องการศึกษา
หมายถึง จำกัดตัวแปรทุติยภูมิให้มีผลต่อการทดลองน้อยที่สุด ซึ่ง ซึ่งทำได้ 5 วิธี
การควบคุมตัวแปรทุติยภูมิ
คำว่า การควบคุม ในจิตวิทยาการทดลองมีความหมาย 3 ประการ
ประการที่ 2
การควบคุมตัวแปรทุติยภูมิ
วิธีกำจัดการทดลอง
วิธีทำให้คงที่
วิธีทำให้เป็นตัวแปรปฐมภูมิ
ใช้วิธีการทางสถิติ
ใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์
วิธีจำกัดออกจากการทดลอง
เป็นวิธีที่ลดความแตกต่างระหว่างบุคคลภายในกลุ่ม
เช่น ปี ค.ศ.1974 Robinson & Shalley ได้ศึกษาทฤษฎีการวางเงื่อนไข โดยใช้นกพิราบจิกปุ่มในที่มืด หรือ การศึกษาเรื่องอารมณ์ที่มีต่อการฟังเสียงต่างๆ เปรียบเทียบกันระหว่างคนชาติต่างๆของเบรเกอร์
วิธีทำให้คงที่
ในการทดลองบางเรื่องตัวแปรทุติยภูมิต่างๆ เช่น เวลา แรงดึงดูดของโลก ฯลฯ ยากที่จะกำจัดให้หมดไป วิธีหนึ่งก็คือ ควบคุมตัวแปรทุติยภูมิเหล่านี้ให้คงที่
เช่น ต้องการศึกษาผลของวิธีสอบคณิตศาสตร์แผนใหม่กับเด็กระดับมัธยม มีเด็ก 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งใช้วิธีแผนใหม่ อีกกลุ่มใช้วิธีมาตรฐานเดิม ระดับ IQ เป็นตัวแปรทุติยภูมิที่มีผลต่อการศึกษาเรื่องนี้

ตารางที่ 1
แสดงการแบ่งกลุ่มนักเรียนเพื่อควบคุมระดับ I.Q. ให้เท่ากัน
วิธีการ
ให้ นักเรียนที่ IQ สูงสุด อยู่กลุ่มที่ 1
นักเรียนที่ IQ ระดับที่สองรองลงมา อยู่กลุ่มที่ 2
นักเรียนที่ IQ ระดับที่สาม อยู่กลุ่มที่ 1
นักเรียนที่ IQ ระดับที่สี่ อยู่กลุ่มที่ 2
ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนหมด
จะได้นักเรียน 2 กลุ่ม (กลุ่มละ 20 คน) ที่มี IQ เฉลี่ยใกล้เคียงกัน
คือ 106 และ 104.9
วิธีจับคู่ (Matching)
เริ่มด้วยวัด IQ เด็กเป็นจำนวนมาก แล้วเลือกเอาเฉพาะเด็กที่มี IQ เท่าๆกันเป็นคู่ๆ

แยกคู่ ให้คนหนึ่งอยู่กลุ่มที่หนึ่ง อีกคนหนึ่งอยู่กลุ่มที่สอง

ทำดังนี้ไปเรื่อยๆจนครบทุกคู่

ได้กลุ่มสำหรับทำการทดลองที่มี IQ เท่ากัน 2 กลุ่ม
ตารางที่ 2
แสดงการแบ่งกลุ่มโดยจับคู่คนที่มี IQ เท่ากัน และแยกคู่ไปอยู่คนละกลุ่ม
วิธีทำให้เป็นตัวแปรปฐมภูมิ
ถ้าไม่สามารถกำจัดตัวแปรทุติยภูมิ หรือ ไม่อาจควบคุมให้คงที่
วิธีแก้ : ตัวแปรทุติยภูมิ ตัวแปรอิสระ (เพิ่มขึ้นอีกตัวหนึ่ง)

ตัวอย่างการทดลอง เรื่อง อิทธิพลของแอลกอฮอล์ต่ออัตราเร็วของการพิมพ์ดีด
โดยทดลองกับ นศ.พิมพ์ดีด 20 คน โดยบอกผู้รับการทดลองว่า “เครื่องพิมพ์ มี 2 ชนิด
คือ ชนิดธรรมดา และ ชนิดเครื่องไฟฟ้า และทั้งสองชนิดให้ผลการทดลองไม่เหมือนกัน”


ผู้ทดลองเปลี่ยนรูปแบบการทดลองใหม่ โดยใช้ชนิดของเครื่องพิมพ์ดีดเป็นตัวแปรอีกตัวหนึ่ง

ตารางที่ 3
เปรียบเทียบการทดลองระหว่าง 2 กลุ่ม และ 4 กลุ่ม
ประโยชน์ที่ได้
1. ลดความแตกต่างระหว่างบุคคลเนื่องมาจากใช้เครื่องพิมพ์ดีดคนละชนิดกัน
2. เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับอิทธิพลของตัวแปรอิสระอีกตัวหนึ่งที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการพิมพ์

วิธีการทางสถิติ
แบ่งผู้รับการทดลองอย่างสุ่มๆ จากตัวอย่างการทดลอง เพื่อหาประสิทธิภาพการสอนคณิตศาสตร์แผนใหม่
" IQ เป็นตัวแปรทุติยภูมิสำคัญ จึงควบคุมโดยวิธีทำให้เท่ากันทั้งกลุ่มที่เรียนแผนใหม่ "

ถ้าไม่ทราบ IQ : เขียนชื่อนักเรียนทั้งหมดใส่กล่อง แล้วหยิบขึ้นมาทีละใบ
- คนที่หยิบขึ้นมาลำดับที่เป็นเลขคี่ อยู่กลุ่ม 1
- คนที่หยิบขึ้นมาลำดับที่เป็นเลขคี่ อยู่กลุ่ม 2

พยายามทำตัวแปรทุติยภูมิให้เป็นตัวแปรอิสระเพื่อศึกษา


ถ้ากำจัดไม่ได้ ให้ควบคุมให้คงที่
จากวิธีการควบคุมทั้ง 4 วิธี
จากวิธีการควบคุมทั้ง 4 วิธี
ถ้าทำไม่ได้ ให้กำจัดออกจากการทดลอง


ถ้ายังทำไม่ได้ จึงค่อยใช้วิธีแบ่งกลุ่มสำหรับการทดลองอย่างสุ่มๆ
วิธีการทางคณิตศาสตร์
เป็นวิธีที่ควบคุมตัวแปรทุติยภูมิที่ติดมากับตัวแปรตาม

มักใช้เมื่อไม่สามารถควบคุมตัวแปรทุติยภูมิโดยใช้ 4 วิธีข้างต้นได้ หรือ
เมื่อดำเนินการทดลองไปแล้ว
ดังนั้น ความสามารถในการระลึกคำ ที่จะนำไปใช้ วิเคราะห์ทางสถิติ จึงต้องปรับใหม่ตามระยะเวลาที่ไม่เท่ากันของทั้งสองกลุ่ม
“วิธีนี้ จึงมีประโยชน์ ในการช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาทำการทดลองใหม่”


การทดลองใดก็ตาม ถ้าผู้ทดลองออกแบบการทดลองที่มีการควบคุมตัวแปรทุติยภูมิอย่างรอบคอบ รัดกุม สามารถควบคุมตัวแปรทุติยภูมิได้หมด ตัวแปรอิสระที่ศึกษาก็จะเป็นสาเหตุที่แท้จริงของตัวแปรตามนั้น
ตัวแปร
ตัวแปร
Variable
(ผันแปร เปลี่ยนแปลง) (สามารถ)
Vary + Able
คุณลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งต่างๆ (วัตถุ/พฤติกรรม) ที่สามารถแปรเปลี่ยนค่าได้ วัดได้ หรือจำแนกได้
Variable
สิ่งใดๆ ที่สามารถผันแปร (แปรค่า) ได้
General Psychology

Experimental Psychology
ตัวแปร (Variable)
ตัวแปร (Variable)
Stimuli

Independence Variable
Respond

Dependence Variable
(S) (R)
(IV) (DV)
Case Effect
แบ่งเป็น 5 ประเภท
ตัวแปรในจิตวิทยาการทดลอง
ตัวแปรในจิตวิทยาการทดลอง
ตัวแปรต้น/ตัวแปรอิสระ
(Independent Variable)
ตัวแปรตาม
(Dependent Variable)
ตัวแปรร่วม (Confounding Variables)
ตัวแปรแทรกซ้อน (Extraneous Variable)
ตัวแปรสอดแทรก (Intervening Variable)
ตัวแปรต้น/ตัวแปรอิสระ
ตัวแปรที่ไม่ขึ้นอยู่กับตัวแปรอื่นๆ เป็นสิ่งที่เราสนใจ เป็นตัวแปรที่เกิดขึ้นก่อน เป็นตัวเหตุทำให้เกิดผลตามมา และมักเป็นตัวที่สามารถเปลี่ยนแปลงค่ายาก หรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย
(Independent Variable)
ตัวแปรตาม
ตัวแปรที่เกิดขึ้นหรือแปรผันไปตามตัวแปรอิสระ
เกิดจากอิทธิพลของตัวแปรต้น เป็นตัวแปรที่เรานำเครื่องมือมาใช้วัด นำหลักสถิติมาวิเคราะห์
(Dependent Variable)
ตัวแปรต้นปฐมภูมิ (Primary Independent Variable)
ตัวแปรต้นทุติยภูมิ (Secondary Independent Variable)
ตัวแปรที่สนใจศึกษา
ตัวแปรที่อยู่ในตัวแปรที่สนใจอีกที เป็นตัวแปรที่เราไม่สนใจศึกษา
ตัวแปรร่วม
ตัวแปรร่วมตัวอื่นๆ ที่สามารถมีผลต่อตัวแปรตามได้
แต่การทดลองทางจิตวิทยาไม่สนใจศึกษา
(Confounding Variables)
ตัวแปรแทรกซ้อน *
ตัวแปรที่ไม่ต้องการศึกษา ไม่ทราบมาก่อน แต่หลังจากทำการทดลองแล้ว
พบว่า ตัวแปรตัวนี้ มีผลต่อตัวแปรตาม คือ มีลักษณะเหมือนตัวแปรอิสระ
(Extraneous Variable)
ตัวแปรสอดแทรก *
ตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อตัวแปรตาม ตัวแปรที่ผู้วิจัยไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า มีอะไรบ้าง และจะเกิดขึ้นเมื่อใด จึงไม่สามารถหาทางควบคุมได้เพราะอยู่เหนือความคาดหมาย
งานวิจัยประเภทอื่นจะไม่มีตัวแปรนี้ ยกเว้นการทดลอง
(Intervening Variable)
ตัวแปรสอดแทรก
ตัวแปรต้น/ตัวแปรอิสระ
(Independent Variable)
ตัวแปรตาม
(Dependent Variable)
ตัวแปรร่วม
(Confounding Variables)
ตัวแปรแทรกซ้อน
(Extraneous Variable)
(Intervening Variable)
ตัวแปรต้นทุติยภูมิ
(Secondary Independent Variable)
ตัวแปรต้นปฐมภูมิ
(Primary Independent Variable)
การมีพื้นความรู้สถิติ สอบได้ A วิชาจิตวิทยาการทดลอง
ตัวอย่าง
IV DV
การที่มีพื้นความรู้สถิติ สอบได้ A วิชาจิตวิทยาการทดลอง
ตัวอย่าง
IV DV
พื้นความรู้สถิติ
PIV
ประเภทขององค์ความรู้ทางสถิติศาสตร์
(ความน่าจะเป็น, การวิเคราะห์ข้อมูล, การทดสอบสมมติฐาน ฯลฯ)
SIV
การมีพื้นความรู้สถิติ สอบได้ A วิชาจิตวิทยาการทดลอง
ตัวอย่าง
IV DV
ความตั้งใจ
ความสนใจ
ผู้สอน
แรงจูงใจของผู้เรียน
ระดับสติปัญญา
สภาพแวดล้อม ห้องเรียน
Confounding Variables
การมีพื้นความรู้สถิติ สอบได้ A วิชาจิตวิทยาการทดลอง
ตัวอย่าง
IV DV
อุบัติเหตุ/อุบัติภัย
(ไฟดับ, ไฟไหม้, ภาวะสุขภาพ ฯลฯ)
Intervening Variables
"การมีพื้นฐานความรู้สถิติ
จะทำให้สอบได้ A วิชาจิตวิทยาการทดลอง"
พื้นความรู้สถิติ สอบได้ A วิชาจิตวิทยาการทดลอง
ตัวอย่าง
IV DV
กลุ่มที่ 1 มี
กลุ่มที่ 2 ไม่มี
ถ้าสมมติผลการทดลองปรากฏว่า:
กลุ่มที่ 1 มีผลการเรียนที่ดีกว่า (สอบได้ A วิชาจิตวิทยาทดลอง) กลุ่มที่ 2

เราจะสามารถสรุปผลการทดลองได้หรือไม่ว่า
การมีพื้นความรู้สถิติมีผลต่อประสิทธิภาพในการเรียนวิชาจิตวิทยาการทดลอง
คำตอบ คือ...
เพราะ...
ตัวอย่าง
ที่สรุปไม่ได้เพราะในตัวอย่าง SIV ของแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน

จากตัวอย่าง: ผู้สอน ห้องทดลอง ระดับสติปัญญา ความสนใจไม่เท่ากัน
“ควบคุมตัวแปรทุติยภูมิให้คงที่”
ประเภทขององค์ความรู้ทางสถิติศาสตร์ (คงที่)
ระดับสติปัญญา (คงที่)
ความสนใจ (คงที่)
แรงจูงใจของผู้เรียน (คงที่)
เครื่องมือทดลอง (คงที่)
ฯลฯ
IV DV
จะสามารถสรุปได้ก็ต่อเมื่อ SIV ของทุกกลุ่มของตัวอย่างเหมือนกัน เรียกว่า
จึงจะทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรตามเป็นผลเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรอิสระ การควบคุมจึงเป็นสิ่งจำเป็นในจิตวิทยาการทดลอง
พื้นความรู้สถิติ
กลุ่มที่ 1 มี
กลุ่มที่ 2 ไม่มี
ผลการเรียนกลุ่มที่ 1

ผลการเรียนกลุ่มที่ 2
การมีพื้นความรู้สถิติ สอบได้ A วิชาจิตวิทยาการทดลอง
ตัวอย่าง
IV DV
ตัวแปรที่ไม่ทราบมาก่อน แต่หลังจากทำการทดลอง
(เพศ, เชื้อชาติ ฯลฯ)
Extraneous Variables

สรุป
- การแบ่งโดยวิธีการสุ่ม โอกาสที่ทุกกลุ่มจะมีตัวแปรทุติยภูมิเท่าๆ กันมีสูงมาก
ดังนั้น จึงมี IQ เฉลี่ยใกล้เคียงกัน
- ยิ่งจำนวนที่จะสุ่มมีมากเท่าไหร่ โอกาสทำให้แต่ละกลุ่มเท่ากันก็ยิ่งมากขึ้น
พบว่า
"มีตัวแปรทุติยภูมิที่มีผลต่อตัวแปรตามเกิดขึ้น
โดยที่ไม่ได้คิดป้องกันไว้ก่อน"
วิธีการทางคณิตศาสตร์

เช่น การทดลองอิทธิพลของแอลกอฮอล์ ต่อ ความจำ

โดยให้ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เรียนคำที่ไม่มีความหมาย 20 คำ จากนั้นให้ระลึกคำ ผลปรากฏว่า ความสามารถในการจำไม่ต่างกัน
ดังนั้น เป็นไปได้ว่า ทั้งสองกลุ่มมีความสามารถในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน ซึ่งกลายเป็นตัวแปรทุติยภูมิอีกหนึ่งตัวที่เราจะต้องทำการควบคุมให้เท่ากัน
&
Full transcript