Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

สามก๊ก

No description
by

Pornpinun Angnilpan

on 1 February 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of สามก๊ก

สามก๊ก

ตอนกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ

ประวัติผู้แปล
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) มีนามเดิมว่า หน เป็นบุตรเจ้าพระยาบดินทร์ฦๅชัย (บุญมี) กับท่านผู้หญิงเจริญ รับราชการมาตั้งแต่สมัยธนบุรี มีบรรดาศักดิ์เป็น หลวงสรวิชิต นายด่าน เมืองอุทัยธานี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้ตามเสด็จพระราชดำเนินไปในการสงครามมาโดยตลอดจึงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์จากหลวงสรวิชิตเป็นพระยาพิพัฒน์โกษาและเจ้าพระยาพระครัง โดยลำดับ
นอกจากจะเป็นนักรบที่กล้าหาญแล้ว เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ยังมีความสามารถในการแต่งคำประพันธ์ได้ดีเยี่ยมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรอง เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ถึงแก่อสัญกรรมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๘

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
1.นายกันตพนธ์ ปริวัฒนศักดิ์ ม.5/3 เลขที่ 1ก
2.นางสาวชัญญานันท์ สิริวาส ม.5/3 เลขที่ 13ก
3.นางสาวนภัสนันท์ ปิ่นวนิชย์กุล ม.5/3 เลขที่16ก
4.นางสาวพัชรนันท์ ธำรงค์อนันตสกุล ม.5/3 เลขที่ 18ก
5.นางสาวภัทรนิษฐ์ อ่างนิลพันธ์ ม.5/3 เลขที่ 19ก
6.นางสาวรัชนีกร เสียงวังเวียง ม.5/3 เลขที่ 20ก
7.นายชนนิกานต์ แสวงผล ม.5/3 เลขที่ 1ข
8.นายสินธุชา พรหมเอาะ ม.5/3 เลขที่ 5ข
9.นายวีรภัทร นันโช ม.5/3 เลขที่ 7ข
10.นางสาวชนม์นิภา พงษ์สวัสดิ์ ม.5/3 เลขที่ 13ข
11.นางสาวณัฐนิชา บัวศรี ม.5/3 เลขที่ 15ข
12.นางสาวสุวิตา สิทธิ์สุธีชนนนท์ ม.5/3 เลขที่ 24ข

Thank you!
ลักษณะคำประพัทธ์
เรื่องสามก๊กนี้แต่งด้วยลักษณะคำประพัทธ์ประเภทความเรียงร้องแก้ว โดยแปลจากภาษาจีนมาเป็นภาษาไทยแล้วเรียบเรียงใหม่ ใช้ประโยคกะทัดรัด ไม่มีศัพท์ยาก ภาษาไม่ซับซ้อน การพรรณนาเด่นชัด
มีบทอุปไมยที่ลึกซึ้งคมคาย

ที่มาของเรื่องสามก๊ก
สามก๊กไม่ใช่พงศาวดารสามัญ จีนเรียกว่า “สามก๊กจี่” แปลว่าจดหมายเหตุ
เรื่องสามก๊กเป็นหนังสือซึ่งนักปราชญ์จีนคนหนึ่งชื่อล่อกวนตงเลือกเอาเรื่องในพงศาวดารตอนหนึ่งมาแต่งโดยประสงค์จะให้เป็นตำราสำหรับศึกษาอุบายการเมือง และการสงครามและแต่งดีอย่างยิ่ง จึงเป็นหนังสือเรื่องหนึ่งซึ่งนับถือทั่วไปในประเทศจีนและตลอดไปจนประเทศอื่น ๆ

ต้นตำนานของหนังสือสามก๊กนั้นทราบว่าเดิมเรื่องสามก๊กเป็นแต่นิทานสำหรับเล่ากันอยู่ก่อน เมื่อถึงสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ.๑๑๖๑ - ๑๔๔๙)  เกิดมีการเล่นงิ้วขึ้นในประเทศจีน พวกงิ้วก็ชอบเอาเรื่องสามก๊กไปเล่นด้วยเรื่องหนึ่ง ต่อมาถึงราชวงศ์ไต้เหม็ง (พ.ศ.๑๙๑๑ - ๒๑๘๖) นักปราชญ์จีนผู้หนึ่งชื่อล่อกวนตงคิดแต่งหนังสือเรื่องสามก๊กขึ้น  ๑๒๐  ตอน

ต่อมานักปราชญ์จีนอีก  ๒  คน คนหนึ่งชื่อเม่าจงกัง
และกิมเสี่ยถ่ายช่วยกันแต่งและตรวจรวมทั้งแต่งคำอธิบายเพิ่มเติมและจัดพิมพ์หนังสือเรื่องสามก๊กขึ้น

ตำนานการแปลหนังสือสามก๊กเป็นภาษาไทยมีคำบอกเล่าสืบกันมาว่า ราว พ.ศ.๒๓๔๕  ในสมัยรัชกาลที่  ๑  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มีพระราชดำรัสสั่งให้เจ้าพระยาพระคลัง (หน) อำนวยการแปลเรื่องสามก๊ก  ซึ่งเป็นหนังสือแปลพงศาวดารที่ดีกว่าเรื่องอื่น ๆ เพราะใช้ถ้อยคำและเรียงความเรียบร้อยสม่ำเสมอ อ่านเข้าใจง่าย จึงใช้หนังสือสามก๊กเป็นแบบสำหรับหัดเรียงความในโรงเรียนมาช้านาน มีสำนวนที่คัดลอกกันไว้หลายสำนวน แต่สำนวนที่นำมาตีพิมพ์ครั้งแรกที่โรงพิมพ์ของหมอบลัดเลย์ มิชชันนารีอเมริกา เป็นสำนวนที่ได้สอบกับต้นฉบับของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ และออกพิมพ์จำหน่ายครั้งแรก ใน พ.ศ.๒๔๐๘  ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตัวละคร
โจโฉ

บุรุษผู้ยอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศตน ตำแหน่งสูงสุดคือ มหาอุปราช เป็นผู้กุมอำนาจทั้งปวง อยู่เหนือฮ่องเต้โจโฉเป็นนักปกครองที่ฉลาด มีความคิดกว้างไกลและรอบคอบ รู้จักใช้คนได้เหมาะสมกับงาน ชื่นชมคนดีและมีความสามารถ ที่สุดแล้วโจโฉได้ครอบครองส่วนของแผ่นดินจีนไว้มากที่สุด ได้ชื่อว่า วุยก๊ก

กวนอู
น้องร่วมสาบานของเล่าปี่ หลังจากตายไปได้ถูกยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ หน้าแดง จักษุยาว หนวดเครางาม มีง้าวคู่กาย ภายหลังอยู่ร่วมกับ กวนเป๋ง ผู้บุตรบุญธรรม กับจิวฉอง เป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว ถูกแผนกลยุทธ์ของลกซุน และลิบองฆ่าตาย


เล่าปี่
ผู้อ้างว่าสืบเชื้อสายราชวงศ์ฮั่น เดิมเป็นคนยากจน ทอเสื่อขาย ได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้อง กับ กวนอู เตียวหุย ปราบปรามขบถโจรโพกผ้าเหลือง นิสัยโอบอ้อมอารี เป็นที่รักใคร่แก่คนทั่วไป ได้เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว ภายหลังต้องหกระเหเร่ร่อนไปอาศัยเจ้าเมืองต่างๆอยู่ จนได้ขงเบ้งเป็นที่ปรึกษา จึงได้ฟื้นตัวและสามารถครอบครองดินแดนเสฉวนได้ในชื่อว่า จ๊กก๊ก

ซุนกวน

ผู้บุตรของซุนเกี๋ยน และน้องของซุนเซ็ก ครอบครองดินแดนฝั่งกังตั๋ง อายุน้อยกว่า โจโฉ กับ เล่าปี่มาก อาศัยความรุ่งเรืองของการค้าขายติดแม่น้ำ สร้างความแข็งแกร่ง ให้กับก๊กตัวเอง ได้ใช้ชื่อว่า ง่อก๊ก เตียวหุย

เตียวหุย

น้องร่วมสาบานของ เล่าปี่และเตียวหุย นิสัยวู่วามอารมณ์ร้อน ชอบเหล้าสุรา ศีรษะเหมือนเสือ จักษุโตกลม เสียงดัง มีกำลังมาก ติดตามเล่าปี่มาตลอด ตายเพราะถูกลอบฆ่า และนิสัยวู่วามของตนเอง

จิวยี่

ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นผู้ถ่มนำลายรดฟ้า เป็นเพื่อนสนิทของซุนเซ็ก ได้ถูกชวนมาร่วมบริหารบ้านเมือง ครั้นซุนเซ็กตาย จึงอยู่มาสมัยซุนกวน วางแผนออกรบร่วมกับขงเบ้งแต่ภายหลังถูกขงเบ้งหักหลังแย่งชิงเมืองทั้งหลายที่รบได้ไป แม้จิวยี่จะเป็นแม่ทัพผู้กรำศึก ต้องจับอาวุธฆ่าฟันศัตรูมากมาย แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งของชีวิต จิวยี่รักและมีความสามารถในดนตรียิ่งนัก


ขงเบ้ง

ผู้ ถูกยกย่องว่า หยั่งรู้ดินฟ้า มหาสมุทร จากคำแนะนำของชีซีทำให้เล่าปี่ต้องมาเชิญด้วยตัวเอง ถึงสามครั้งสามครา มีความรู้เป็นเลิศ รับใช้ราชวงศ์เล่าถึง 2 ชั่วอายุคน ภายหลังเล่าปี่ตาย ได้ฝากฝัง เล่าเสี้ยน ให้ดูแลแต่ไม่อาจสำเร็จได้ เพราะพระเจ้าเล่าเสี้ยนหูเบา เชื่อแต่คำยุยง ของขันที ฮุยโฮ ยกทัพไปปราบปรามชาวม่าน และได้สู้รบกับวุยก๊กหลายครั้ง มีคู่ปรับคือ สุมาอี้
สุมาอี้

เริ่ม จากรับข้าราชการเล็กๆ ในก๊กโจโฉ เริ่มไว้วางใจในสมัย พระเจ้าโจยอย ออกสู้รบ กับขงเบ้งหลายครั้ง อย่างคู่คี่สูสี เป็นคู่ปรับตัวฉกาจของขงเบ้ง มีบุตรชื่อสุมาสู สุมาเจียว ได้ถอดพระเจ้าโจฮองออกจากราชสมบัติ สะสมอำนาจเหนือตระกูลโจ ภายหลัง สุมาเอี๋ยน ผู้บุตรสุมาเจียว ถอดพระเจ้าโจฮวนออก แต่งตั้งตัวเองเป็นฮ่องเต้ รวบรวมแผ่นดินจีน เป็นหนึ่งเดียว สถาปนาราชวงศ์จิ้น
จูล่ง

วีรบุรุษ ผู้เก่งกาจติดตามเล่าปี่ และขงเบ้ง เป็น 1 ใน 5 ทหารเสือที่เล่าปี่แต่งตั้งขึ้น ประกอบด้วย จูล่ง กวนอู เตียวหุย ม้าเฉียว ฮองตง สร้างวีรกรรมสำคัญคือ จูล่งฝ่าทัพรับ อาเต๊า โดยที่ตัวคนเดียวฝ่าช่วยชีวิตท่ามกลางทหารและองครักษ์มากมายของโจโฉที่ยกทัพ ลงใต้ หวังครอบครองแผ่นดิน ฝ่าออกมาคืนแก่เล่าปี่อย่างแสนสาหัส ฆ่าทหารเอกและทหารเลว ของโจโฉอย่างดาษดื่น เป็นบุคคลที่ตายดีที่สุดในสามก๊ก เพราะตายอย่างสงบ สุภาพเรียบร้อย นิสัยซื่อสัตย์ กล้าหาญในหน้าที่
ตั๋งโต๊ะ

ทรราช ที่อ้างตัวมาชุบเลี้ยงพระเจ้าเหี้ยนเต้ แต่ไม่อยู่ในจริยธรรม ฆ่าคนอย่างสนุกสนาน แผ่นดินเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า มีทหารเอกคู่ใจ คือ ลิโป้ ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วย ภายหลังตายเพราะผู้หญิง โดยเป็นแผนของอองอุ้นใช้กลยุทธ์ที่เลื่องลือ โดยมีแม่นางเตียวเสี้ยน หว่านล้อมเสน่ห์ให้พ่อลูก ตั๋งโต๊ะ กับลิโป้ ผิดใจกัน
ลิโป้

บุตร บุญธรรมของ ตั๋งโต๊ะ ถูกชุบเลี้ยงมาเป็นองครักษ์ข้างกาย มีฝีมือเป็นหนึ่งในแผ่นดินจีน ยอมฆ่าพ่อบุญธรรมคนเดิมเต๊งหงวน เพราะเห็นแก่ลาภยศ มัวเมาลุ่มหลงอิสตรีได้ขึ้นชื่อเป็น ลูกทรพี 3 พ่อถูกกลยุทธ์แม่นางเตียวเสี้ยน ลุ่มหลงจนฆ่าตั๋งโต๊ะด้วยมือตนเอง หลบหนี ไปพึ่งใบบุญเล่าปี่ แล้วทรยศซ้ำ ภายหลังถูกโจโฉไล่ตามตี จนมุมที่เมืองแห้ฝือ ถูกฆ่า ประหารชีวิต ตัดศรีษะไปเสียบประจาน จบยุคของผู้มีฝีมือเก่งกาจที่สุดในแผ่นดิน
คุณค่าด้านเนื้อหา

- ให้ความรู้ล้ำลึกในศาสตร์ต่างๆ เช่น ยุทธศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา ตลอดจนการศึกษาธรรมชาติของชีวิตมนุษย์
- สามก๊กไม่ได้แฝงอิทธิปาฏิหาริย์เกินความสามารถของสามัญชน จึงทำให้ผู้อ่านได้เห็นชีวิตของตัวละครทั้งหมดในลักษณะของคนจริงๆ ความรู้ ความคิดและสติปัญญาที่ได้จากการอ่านจึงเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของผู้อ่าน

คุณค่าของเรื่อง
คุณค่าด้านวรรณศิลป์

1.การเลือกสรรคำ
การใช้ภาษา การเล่าเรื่องใช้บรรยายโวหารที่ประโยคไม่ซับซ้อน ใช้ภาษาไม่ยากแม้ว่าจะเป็นภาษาโบราณ สามารถเข้าใจได้ว่า ใครทำ อะไร ที่ไหน เมื่อใด อย่างไร แม้ว่าชื่อตัวละครและสถานที่จะมาจากภาษาจีนแต่ชื่อเหล่านั้นสะกดตรงตัว และมีวรรณยุกต์กำกับชัดเจนทำให้อ่านง่าย ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ว่า ตัวละครเป็นใครและมีบทบาทในเรื่องอย่างไรด้วยการพิจารณาจากบริบทประกอบ มีสำนวนเปรียบเทียบที่คมคาย บทสนทนาของตัวละครแสดงถึงวาทศิลป์ในการเจรจาความ มีการใช้ภาษาที่โน้มน้าวใจที่

2. การใช้กวีโวหาร (ภาพพจน์)
- โวหารดีที่สุดในกระบวนวรรณคดีร้อยแก้ว บทอุปมาอุปไมยลึกซึ้งคมคายและเห็นข้อเทียบเคียงได้ชัดเจน บทพรรณนาแจ่มชัดทุกตอน

คุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม

1.แสดงถึงความซื่อสัตย์ ตัวอย่างเช่น แม้โจโฉจะเลี้ยงดูกวนอูอย่างดี ให้ทรัพย์สินมากมาย แต่กวนอูก็ไม่เคยลืมเล่าปี่เลย คิดแต่จะหาทางกลับไปหาเล่าปี่
อีกเหตุการณ์คือ โจโฉเห็นว่าเสื้อของกวนอูขาดจึงนำเสื้อใหม่ของตนให้กวนอู แต่กวนอูกลับเอาเสื้อที่โจโฉให้ไปใส่ไว้ด้านในเพราะกลัวคนอื่นจะพูดได้ว่า ได้ใหม่ลืมเก่า

2.ความเชื่อในเรื่องคำทำนาย เช่น ขณะที่โจโฉกำลังยกทัพไปตีเมืองซีจิ๋ว ก็ได้เกิดลมพายุอย่างรุนแรงพัดธงของกองทัพโจโฉหัก โจโฉจึงให้โหรทำนายว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งก็ได้คำทำนายว่า คืนนี้เล่าปี่จะยกทัพมาปล้นค่าย



3.ความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ เช่น แม้กวนอูจะเป็นศัตรูกับโจโฉ แต่ก็อาสาออกรบต่อสู้กับแม่ทัพงันเหลียง ที่ได้ยกพลมาตีเมืองฮูโต๋ เพราะ โจโฉนั้นเคยเลี้ยงดูกวนอูเป็นอย่างดี

4.แสดงถึงวัฒนธรรมที่ เมื่อทหารมีเจ้านายใหม่ เจ้านายมักจะให้เสื้อของตนแก่ทหาร เพื่อให้ทหารสวมเสื้อใหม่ที่ได้จากเจ้านาย เป็นการแสดงว่า ทหารคนนั้นเป็นทหารรับใช้ใคร

5.การที่กวนอูมีความซื่อสัตย์มาก ทำให้ปัจจุบัน มีความเชื่อว่ากวนอูเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์

6.แสดงถึงค่านิยม ที่เมื่อเกิดมาเป็นผู้ชาย ต้องออกสู้รบทำนุบำรุงแผ่นดิน

โวหารภาพพจน์ที่ปรากฎในเรื่อง
เนื้อเรื่องย่อ
เรื่อง สามก๊ก ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ

ในปลายสมัยราชวงศ์อื่น รัชการพระเจ้าเลนเต้ ได้มีกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองที่ทำให้ประชาชนเดือนร้อนไปทั่ว ชาวเมืองสามคนได้แก่ เล่าปี่ กวนอู และเตียวหุย ทั้งสามเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน ได้ปราบโจรโพกผ้าเหลืองได้ พระเจ้าแผ่นดินจึงปูนบำเหน็จให้เล่าปี่ไปครองเมืองๆ หนึ่ง โดยมีกวนอูและเตียวหุยไปเป็นทหารเอกและขุนพลหนุ่มชื่อโจโฉก็ปลาบโจรโพกผ้าเหลืองได้แตกพ่ายเช่นกัน ต่อมาเมื่อพระเจ้าเหียนเต้ได้ครองราชย์ได้ตั้งตั๋งโต๊ะคนอธรรมเป็นอุปราช โดยมีลิโป้เป็นทหารเอก ชาวเมืองเดือดร้อนไปทั้วจากความอธรรมของตั๋งโต๊ะ มีผู้ทำอุบายให้ลิโปผิดใจกับกับตั๋งโต๊ะ และฆ่าตั๋งโต๊ะตาย โจโฉจึงเข้ามากุมอำนาจยอกองทัพไปปราบหัวเมืองต่างๆ มีอำนาจมากต่อมาภายหลังได้เป็นเจ้าเมืองกุนจิ๋วและสู้รบกับเล่าปี่อยู่เสมอ เล่าปี่พ่ายแพ้โจโฉเสมอแต่เมื่อได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งขงเบ้งแนะนำให้เป็นพันธมิตรกับซุนกวนผู้มีอำนาจในดินแดนแถบลุ่มน้ำแยงซีเกียงทางใต้และร่วมมือกับจิวยี่ขุนพลของซุนกวนตีทัพโจโฉแตกพ่ายแต่ภายหลังเล่าปี่กับฝ่ายซุนกวนกลายเป็นปฏิปักษ์กัน ทำให้สู้รบกัน เมื่อพระเจ้าเหียนเต้สิ้นพระชนม์แผ่นดินจีนจึงแบบออกเป็นสามก๊กดังนี้ ๑. จ๊กก๊ก ของเล่าปี่ ๒. วุ่ยก๊ก ของทายาทโจโฉ ๓. ง่อก๊ก ของซุนกวน ทั้งสามก๊กทำส่งครามกันเป็นเวลาถึง ๖๐ ปี จึงรวมอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์องค์เดียวกัน เรื่อง สามก๊ก ตอน กวนอู่ไปรับราชกาลกับโจโฉ เป็นตอนที่ ๒๒ มีเนื้อเรื่องโดยสังเขปดังนี้

ในสมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้ โจโฉตั้งตัวเป็นมหาอุปราชสำเร็จราชการแผ่นดินและคิดกำจัดเล่าปี่ซึ่งขณะนั้นครองเมืองซีจิ๋วอยู่ เล่าปี่หนีไปพำนักลี้ภัยอยู่ที่เมืองกิจิ๋ว ฝ่ายโจโฉเมื่อเข้ายึดเมืองซีจิ๋วของเล่าปี่ได้ก็ยกไปตีเมืองแห่ฝือของกวนอู โจโฉส่งทหารไปล่อให้กวนอูไล่ตามออกมานอกเมืองและล้อมจับตัวกวนอูไว้
เตียวเลี้ยว (ทหารฝ่ายโจโฉ) ซึ่งกวนอูเคยช่วยชีวิตไว้เป็นผู้เข้าไปเกลี้ยกล่อมกวนอูให้ไปอยู่กับโจโฉ กวนอูยอมจำนนแต่ขอเงื่อนไขเป็นสัญญา ๓ ข้อ จากโจโฉ คือ
๑. ขอให้ได้เป็นข้าพระเจ้าเหี้ยนเต้
๒. ขอให้ได้ปรนนิบัติและคุ้มครองพี่สะใภ้ทั้งสอง
๓. ขอไปหาเล่าปี่ทันทีเมื่อรู้ว่าอยู่ที่ใด แต่แรกโจโฉไม่ยอมรับเงื่อนไขข้อสุดท้าย เตียวเลี้ยวจึงยกนิทานเรื่องอิเยียงผู้กตัญญูมาเล่า เพื่อชี้ให้เห็นว่ากวนอูนั้นเป็นคนกตัญญูมาก หากโจโฉเลี้ยงดูอย่างดีอาจผูกใจกวนอูไว้ได้ โจโฉจึงยอมรับเงื่อนไขของกวนอู โจโฉพากวนอูไปถวายตัวเป็นทหารเหี้ยนเต้ และให้กวนอูกับพี่สะใภ้ทั้งสองอยู่อย่างสุขสบาย แต่กวนอูก็มิได้มีน้ำใจตอบสนองโจโฉ กลับแสดงว่ายังจงรักภัคดีต่อเล่าปี่อย่างแนบแน่นโจโฉคิดน้อยใจแต่ก็เชื่อว่ากวนอูเป็นคนกตัญญูคงจะไม่จากไปจนกว่าจะได้ตอบแทนบุญคุณก่อน


เรื่อง  สามก๊ก  ที่แปลมาสู่ภาษาไทยน่าจะนำมาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน  เพราะมีสำเนียงเรียกชื่อเฉพาะ เช่น ชื่อเมืองและชื่อตัวละครตามสำเนียงจีนฮกเกี้ยน

โวหารภาพพจน์ อุปมา
........โจโฉจึงตอบว่า เล่าปี่นั้นเป็นคนมีสติปัญญา ถ้าละไว้ช้าก็จะมีกำลังมากขึ้น
อุปมาเหมือนลูกนกอันขนปีกยังไม่ขึ้นพร้อม
แม้เราจะนิ่งไว้ให้อยู่ในรังฉะนี้ ถ้าขนขึ้นพร้อมแล้วก็จะบินไปทางไกลได้

โจโฉ เปรียบเล่าปี่เป็นเหมือนลูกนกที่ยังกกอยู่ในรัง ขนยังไม่ขึ้นและยังไม่สามารถบินได้ แต่หากปล่อยไว้ ลูกนกนั้นจะกลายเป็นนกที่พร้อมจะบินออกหากินไปได้ไกล

... ซึ่งเราจะเข้าด้วยผู้ใดนอกจากเล่าปี่อย่าสงสัยเลย ตัวเราก็มิได้รักชีวิต
อันความตายอุปมาเหมือนนอนหลับ
ท่านเร่งกลับไปบอกแก่โจโฉให้ตระเตรียมทหารไว้ให้พร้อม เราจะยกลงไปรบ

กวนอูโกรธเตียวเลี้ยวที่เข้ามาพูดจาเกลี้ยกล่อม กวนอูจึงบอกกับเตียวเลี้ยวไปว่าตนเองนั้นไม่ได้กลัวความตาย จึงนำเปรียบความตายเป็นแค่การนอนหลับเท่านั้น

...ถึงมาตรว่าท่านจะได้
ความลำบากก็อุปมาเหมือนหนึ่งลุยเพลิงอันลุกแลข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ก็จะลือชาปรากฎชื่อเสียงท่านไปภายหน้า...

เตียวเลี้ยวพยายามใช้คำสาบานระหว่างกวนอู เล่าปี่ และเตียวหุยโน้มน้าวใจให้กวนอูมาเข้าฝั่งโจโฉ จึงบอกกับกวนอูว่าเป็นผู้มีความสามารถ รักษาชีวิตไว้คอยปกป้องเล่าปี่แล้วช่วยกันปกป้องบ้านเมืองจะดีกว่า หากทำเช่นนี้แล้ว ถึงแม้ว่าจะพบกับความลำบากเหมือนกับการเดินลุยไฟที่ลุกโชนและเดินทางข้ามมหาสมุทรแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็จะถูกขนานนามว่าเป็นทหารที่มีความกตัญญูต่อแผ่นดิน

คุณค่าและคติธรรมที่ได้จากเรื่อง
1. ให้ความรู้เกี่ยวกับตำราพิชัยสงคราม
ซึ่งมีค่าทางด้านยุทธวิธีในการสงครามให้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาคตธรรมในการดำรงชีวิต ทำให้ผู้อ่านฝึกฝนสติปัญญาความสามารถของตนให้เฉลียวฉลาด และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เช่น

ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อเพื่อน ต่อประเทศชาติ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนตามที่ได้รับมอบหมาย เช่น

คำโบราณกล่าวไว้ว่า ธรรมดาอุปมาเหมือนอย่างเสื้อผ้าขาดแลหายแล้วหาใหม่ได้ พี่น้องเหมือนแขนซ้ายขวา ขาดแล้วยากที่จะต่อได้


2.มีสำนวนเฉพาะตัว

นับว่าเป็นศิลปะในการแปลวรรณกรรมจากภาษาจีนที่เป็น
ตัวอย่างของการเขียนร้อยแก้วที่ดีภาษาโบราณแต่ไม่ล้าสมัย เข้าใจได้จนถึงปัจจุบันภาษาง่าย/กะทัดรัด/สื่อความหมาย ความรู้สึก อารมณ์ความคิดได้ชัดเจน เช่น

อ้องอุ้นจึงว่าวันนี้แผ่นดินร้อนทุกเส้นหญ้าเจ้าก็ย่อมแจ้งอยู่แล้ว พระเจ้าเหี้ยนเต้นั้นอุปมาดังฟองไก่ อันวางอยู่หน้าศิลา ขุนนางกับอาณาประชาราษฎร์นั้นอุปมาดังหยากเยื่ออันใกล้กองเพลิงมิได้รู้ว่าความหมาย จะมาถึงเมื่อใด

3. มีอิทธิพลสำหรับวรรณคดียุคหลังๆทำให้เกิดสามก๊กมีหลายสำนวน
ได้แก่

1. สามก๊กฉบับวณิพก ของยาขอบ
2. สามก๊กฉบับโจโฉนายกตลอดกาล ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
3. สามก๊กฉบับร้านกาแฟ ของ นายหนหวย
4. สามก๊กฉบับปริทัศน์ ของ เธียรชัย เอี่ยมวรเมธ
5. อินไซด์สามก๊ก ของ อ.ร.ด.
6. สามก๊กฉบับการ์ตูน สำหรับเยาวชน

4. สามก๊กมีอิทธิพลต่อความคิดและจินตนาการของสุนทรภู่
เช่น ในเรื่องพระอภัยมณี นางวาลีมีความ
เฉลียวฉลาดวาจาคมคายเหมือนขงเบ้ง อุศเรนมีจุดจบ คือ กระอักโลหิต เหมือนจิวยี่

5. นำมาแสดงละครนอกเป็นตอนๆ
เช่นอ้องอุ้นกำจัดตั๋งโต๊ะ ตอนจิวยี่กระอักโลหิต หลวงพัฒนพงศ์ภักดี
(ทิม สุขยางค์) เป็นผู้นำมาแต่งและแสดงเป็นบทละครนอก และเป็นที่นิยมเป็นอย่างยิ่ง
เก็บความจากประวัติวรรณคดี ของ ร.ศ.บรรเทา กิตติศักดิ์

ประวัติผูู้แต่ง
หลัว กวั้นจง ตามสำเนียงกลาง หรือ ล่อกวนตง ตามสำเนียงฮกเกี้ยนเป็นปราชญ์และนักประพันธ์ชาวจีน มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 14 (ค.ศ. 1330-ค.ศ. 1400) หรือยุคปลายของราชวงศ์หยวน ต่อถึงต้นราชวงศ์หมิง

ล่อกวนตงเป็นผู้แต่งนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก และได้ชื่อว่าเป็นผู้ปรับปรุงเรื่อง 108 ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน ซึ่งนับเป็น 2 ใน 4 สุดยอดวรรณกรรมจีน (อีกสองเรื่องคือ ไซอิ๋ว และความฝันในหอแดง)
ชีวประวัติของล่อกวนตงไม่ใคร่แน่ชัด นักปราชญ์ผู้หนึ่งชื่อ เจียจงหมิง บันทึกไว้ว่าเคยพบกับ
ล่อกวนตงในราวปี ค.ศ. 1364 และว่าเขาเป็นชาวไท่หยวนแต่นักประวัติศาสตร์ยุคเดียวกัน หลายคนต่างระบุบ้านเกิดของล่อกวนตงแตกต่างกันไป เช่นมาจากหางโจวบ้าง หรือเจียงหนานบ้าง
แต่ไท่หยวน น่าจะเป็นบ้านเกิดของเขามากที่สุดเพราะเป็นที่ตั้งของบ้านตระกูลหลอซึ่งมีชื่อของล่อกวนตงอยู่
ในสาแหรกตระกูลด้วย ล่อกวนตงเคยเข้าร่วมก๊กต่อต้านราชวงค์หยวนกลุ่มหนึ่ง
(ซึ่งต่อมาถูกจูหยวนจางโจมตี)ซึ่งทำหน้าที่กุนซือ

สามก๊ก เป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ ที่เรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ของจีน ซึ่งเนื้อหาโดยรวมเป็นการเล่าแบบบรรยายเกี่ยวกับเหตุการณ์ในปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นซึ่งจีนในขณะนั้นบ้านเมืองเกิดเหตุการณ์วุ่นวายระส่ำระสาย เกิดการแตกแผ่นดินออกเป็นก๊กต่าง ๆ รวมสามก๊กด้วยกัน รวมทั้งมีการทำสงครามอันยาวนานนับ ๑๐๐ปี และสุดท้ายจีนที่แตกออกเป็นก๊กเป็นเหล่าก็กลับมารวมเป็นจีนแผ่นดินใหญ่อีกครั้งในสมัยราชวงศ์จิ้นขึ้นปกครองประเทศจีนต่อ ภายหลังได้มีการชำระประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตในยุคนั้น โดยนักปราชญ์ชาวจีนชื่อตันซิ่ว(เฉินโซ่ว/Chen Sou)
บันทึกเหตุการณ์และเรื่องราวต่าง ๆ ในยุคสามก๊กฉบับแรก ที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรคือ จดหมายเหตุสามก๊ก หรือสามก๊กจี่ หรือซันกั๋วจือ ซึ่งเป็นผลงานการเขียนในลักษณะพงศาวดารโดยตันซิ่วหรือเฉินโซ่ว บัณฑิตแห่งราชวงศ์จิ้น อดีตข้าราชการอาลักษณ์คนหนึ่งของจ๊กก๊กที่ถูกกวาดต้อนมายังวุยก๊กหลังจากพ่ายแพ้ศึกสงคราม โดยเขียนขึ้นตามบัญชาของพระเจ้าจิ้นหวู่ตี้เพื่อเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ต่อมาในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างปี พ.ศ. ๑๘๗๓ - พ.ศ. ๑๙๔๓ หลัว กวั้นจงในขณะที่เขากำลังทำงานเป็นกุนซือให้ก๊กต่อต้านราชวงค์หยวนกลุ่มหนึ่ง(ต่อมาถูกจูหยวนจางโจมตี) เขาได้นำซันกั๋วจือมาแต่งใหม่ในรูปแบบนิยายกึ่งประวัติศาสตร์ โดยเนื้อเรื่องทั้งหมดนำมาจากซันกั๋วจือบ้างและแต่งเพิ่มเติมเองบ้าง ซึ่งเมื่อเทียบกับซันกั๋วจือนั้น พบว่ามาจากซันกั๋วจือร้อยละ ๗๐และแต่งเองร้อยละ ๓๐โดยประมาณ


ประวัติการประพันธ์
ล่อกวนตง
หลัว กวั้นจง หรือ ล่อกวนตง เป็นปราชญ์และนักประพันธ์ชาวจีน มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ ๑๔
(ค.ศ. ๑๓๓๐-ค.ศ. ๑๔๐๐) หรือยุคปลายของราชวงศ์หยวน ต่อถึงต้นราชวงศ์หมิง ล่อกวนตงเป็นผู้แต่งนิยาย
อิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก และได้ชื่อว่าเป็นผู้ปรับปรุงเรื่อง ๑๐๘ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน ซึ่งนับเป็น
๒ใน ๔สุดยอดวรรณกรรมจีน (อีกสองเรื่องคือ ไซอิ๋ว และความฝันในหอแดง)
ชีวประวัติของล่อกวนตงไม่ใคร่แน่ชัด แต่มีการยืนยันว่าเขามีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์หยวนถึงต้นราชวงศ์หมิงจริง นักปราชญ์ผู้หนึ่งชื่อ เจียจงหมิง บันทึกไว้ว่าเคยพบกับล่อกวนตงในราวปี
ค.ศ. ๑๓๖๔และว่าเขาเป็นชาวไท่หยวน แต่นักประวัติศาสตร์ยุคเดียวกันหลายคนต่างระบุบ้านเกิดของล่อกวนตงแตกต่างกันไป เช่นมาจากหางโจวบ้าง หรือเจียงหนานบ้าง แต่ไท่หยวน น่าจะเป็นบ้านเกิดของเขามากที่สุดเพราะเป็นที่ตั้งของบ้านตระกูลหลอ ซึ่งมีชื่อของล่อกวนตงอยู่ในสาแหรกตระกูลด้วย ล่อกวนตงเคยเข้าร่วมก๊กต่อต้านราชวงค์หยวนกลุ่มหนึ่ง(ซึ่งต่อมาถูกจูหยวนจางโจมตี)ซึ่งทำหน้าที่กุนซือ
นักประวัติศาสตร์วรรณกรรมจำนวนหนึ่งสงสัยว่า ล่อกวนตง กับ ซือไน่อัน เป็นบุคคลคนเดียวกันหรือไม่ ชื่อ ซือไน่อัน อาจเป็นเพียงนามแฝงในการประพันธ์เรื่อง ๑๐๘ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน ก็ได้ เพราะเนื้อหาของเรื่องค่อนข้างต่อต้านรัฐบาลกลาง

ประวัติผู้ประพันธ์


นิยายสามก๊กของหลัว กวั้นจง ได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างยิ่งในยุคของราชวงศ์หมิง ที่ครองแผ่นดินจีนต่อจากราชวงศ์หยวน โดยมีการนำไปเล่นเป็นงิ้ว อันเป็นการแสดงที่เข้าถึงผู้คนทั่วทุกหัวระแหง และมีการแต่งตั้งให้กวนอูเป็น "เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์" ที่เป็นเทพเจ้าที่ชาวจีนและคนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชาและศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างมากแทนที่งักฮุยหรือเยี่ยเฟย กวนอูได้รับการยกย่องให้เป็นถึง "จงอี้เหรินหย่งเสินต้าตี้" ซึ่งมีความหมายคือ มหาเทพบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งความจงรักภักดี คุณธรรมและความกล้าหาญ
ในประเทศไทย สามก๊กได้รับการแปลและเรียบเรียงเป็นร้อยแก้วในปี พ.ศ. ๒๓๔๕ โดยซินแสผู้รู้ภาษาจีนได้แปลออกมาให้เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เพื่อนำมาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยอีกครั้งหนึ่งก่อนทำการตีพิมพ์ ดังนั้นเมื่อนำสามก๊กของหลัว กวั้นจงซึ่งเป็นต้นฉบับ นำมาเปรียบเทียบเคียงกับภาษาไทยที่แปลโดย สังข์ พัธโนทัย ซึ่งเป็นการแปลออกมาในรูปแบบของตำราพิชัยสงคราม หรือสามก๊ก ฉบับวณิพกของยาขอบ หรือฉบับสามก๊ก ฉบับภาษาอังกฤษของบริวิต เทเลอร์ จะเห็นว่าเนื้อและความหมายของบทประพันธ์ในหลายตอนมีคลาดเคลื่อนแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการคลาดเคลื่อนของความหมายในสามก๊กนั้นเกิดจากผู้แปลโดยตรง อย่างไรก็ดี ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ( วรรณคดีสโมสร ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ได้ตัดสินให้ "สามก๊ก" เป็นวรรณคดีประเภทเรียงความยอดเยี่ยมประเภทนิทาน เสมอกับเรื่องราชาธิราช เนื่องจากมีการใช้สำนวนภาษาที่สละสลวย เนื้อเรื่องมีความสนุกสนานและทอดแทรกแฝงแง่คิดต่าง ๆ ไว้มากมาย โดยถือว่าสามก๊กนั้น เป็นตำราสำหรับใช้ในการศึกษากลยุทธ์ในการทำสงครามและประวัติศาสตร์ของจีนได้เป็นอย่างดี

ความนิยม


ตำนานการแปลหนังสือสามก๊กเป็นภาษาไทยมีคำบอกเล่าสืบกันมาว่า ราว พ.ศ.๒๓๔๕ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีพระราชดำรัสสั่งให้เจ้าพระยาพระคลัง (หน) อำนวยการแปลเรื่องสามก๊ก ซึ่งเป็นหนังสือแปลพงศาวดารที่ดีกว่าเรื่องอื่น ๆ เพราะใช้ถ้อยคำและเรียงความเรียบร้อยสม่ำเสมอ อ่านเข้าใจง่าย จึงใช้หนังสือสามก๊กเป็นแบบสำหรับหัดเรียงความในโรงเรียนมาช้านาน มีสำนวนที่คัดลอกกันไว้หลายสำนวน แต่สำนวนที่นำมาตีพิมพ์ครั้งแรกที่โรงพิมพ์ของหมอบลัดเลย์ มิชชันนารีอเมริกา เป็นสำนวนที่ได้สอบกับต้นฉบับของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ และออกพิมพ์จำหน่ายครั้งแรก ใน พ.ศ.๒๔๐๘ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เรื่อง สามก๊ก ที่แปลมาสู่ภาษาไทยน่าจะนำมาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน เพราะมีสำเนียงเรียกชื่อเฉพาะ เช่น ชื่อเมืองและชื่อตัวละครตามสำเนียงจีนฮกเกี้ยน

ที่มาของเรื่องสามก๊กในประเทศไทย
Full transcript