Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

No description
by

nirawan phoongoen

on 4 November 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
design by Dóri Sirály for Prezi
ก. สาเหตุภายใน ได้แก่
๑. ความพิการที่เกิดจากความผิดปกติของกลุ่มเลือด Rh factor
๒. ความพิการแต่กำเนิด
เด็กที่มีความบกพร่อง
ทางร่างกายและสุขภาพ

การจัดการศึกษาสำหรับคนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ
ควรใช้หลักการทั่วไปที่ใช้ในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการประเภทต่าง ๆ ดังนี้
๑. จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ละคน
โดยจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education
Program = IEP)

วิธีการสอน
สาเหตุของความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
๑. เด็กเหล่านี้ เป็นเด็กที่ต้องการพื้นฐานในการดำรงชีวิต
เช่นเดียวกับเด็กปกติ
๒. การเรียนรู้เกี่ยวกับความผิดปกติหรือความบกพร่องของเด็ก
เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าใจและ
ยอมรับสภาพของเด็ก
๓. พาเด็กออกสู่สังคม แนะนำพี่น้อง ญาติ เพื่อน ๆ
ให้รู้จักเด็กและความพิการของเขาเสียแต่เนิ่น ๆ
วิธีการดูแลเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
ทักษะที่ช่วยพัฒนาเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

หมายถึง เด็กที่มีข้อจำกัดทางร่างกายมีปัญหาทางสุขภาพ ซึ่งทำให้
เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเล่าเรียนและต้องอาศัยการฝึกฝน การใช้
เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์หรือต้องการเครื่องอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เข้าช่วย
ประเภทของความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
ความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพจะแตกต่างกันไปตามลักษณะที่ปรากฏ
ซึ่งจำแนกได้เป็น ๔ ประเภท คือ
ความผิดปกติของระบบประสาท (Neurological conditions)
ความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal conditions)
ไม่สมประกอบมาแต่กำเนิด (Anomalies, Congenital)
ความผิดปกติทางสุขภาพอื่น ๆ (Other health impairments)
ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
แบ่งเป็น
๑. ลักษณะของเด็กบกพร่องทางร่างกาย มีดังนี้
๑.๑ แสดงความผิดปกติทางร่างกาย
เป็นที่น่าสังเกตอย่างเด่นชัด
๑.๒ มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว
๑.๓ เท้าบิดผิดรูป
๑.๔ กระดูกสันหลังโค้งงอ
๑.๕ กลไกเคลื่อนไหวมีปัญหา
๑.๖ ท่าเดินคล้ายกรรไกร คือ เข่าชิดปลายเท้าแยกจากกัน
๑.๗ สวมรองเท้าขาเหล็ก หรือเบรส
๑.๘ สูญเสียการควบคุมกลไกกล้ามเนื้อ หรือการประสานงานของร่างกาย
ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ(ต่อ)
ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ(ต่อ)
๑.๙ อาการเคลื่อนไหวสั่น หรือกระตุก
๑.๑๐ การทรงตัวของร่างกายทั้งสองข้างไม่สมดุลกัน
๑.๑๑ ความผิดปกตินั้นเกี่ยวกับหน้าที่การใช้งานตามปกติ
ของระบบกระดูกกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ
๑.๑๒ เดินขากะเผลก หรืออึดอาดเชื่องช้า

ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ(ต่อ)
ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ(ต่อ)
๒.๖ ไอเสียงแห้งบ่อย ๆ
๒.๗ มักบ่นเจ็บหน้าอกภายหลังการทำงานโดยใช้ร่างกาย
๒.๘ หน้าแดงง่าย มีสีเขียวจางบนแก้ม ริมฝีปากและ/หรือปลายนิ้ว
๒.๙ อาการไข้ต่าง ๆ เป็นหวัดบ่อย ๆ
๒.๑๐ เกิดชักอย่างกะทันหัน
ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ(ต่อ)
๒.๑๑ ขาดสมาธิหรือขาดความตั้งใจแน่วแน่
๒.๑๒ เป็นลมง่าย
๒.๑๓ บ่นว่าเจ็บภายในแขน ขาและ/หรือข้อต่อ
๒.๑๔ หิวและกระหายน้ำอย่างเกินกว่าเหตุ
๒.๑๕ ท่าเดินผิดปกติ
ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ(ต่อ)
๒.๑๖ ศีรษะโคลงไปมา
๒.๑๗ ก้าวขึ้นบันไดด้วยความยากลำบาก
๒.๑๘ ท่ายืนผิดปกติ
๒.๑๙ บ่นปวดหลัง
๒.๒๐ หกล้มบ่อย ๆ

ข. สาเหตุภายนอก ได้แก่
๑. โรคที่เกิดจากอันตรายทางฟิสิกส์
๒. โรคที่เกิดจากภยันตรายจากสารเคมี
๓. โรคติดต่อเชื้อ
๔. โรคที่เกิดจากอาหารไม่สมดุล
๕. โรคเนื้องอก
วิธีการดูแลเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ(ต่อ)
อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก
๑. กายอุปกรณ์ และเครื่องช่วยคนพิการ เช่น เหล็กประคองขา แขนเทียม
เฝือกดามมือ รองเท้าพิเศษ เครื่องช่วยเดิน ไม้ค้ำยัน และเก้าอี้ล้อ เป็นต้น
ซึ่งกายอุปกรณ์และเครื่องช่วยคนพิการ อาจต้องปรับหรือเปลี่ยนแปลง
เป็นระยะ ๆ เพื่อให้เหมาะสมตามสภาพร่างกายหรือการเจริญเติบโต
อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก(ต่อ)
๒. การปรับสภาพสิ่งแวดล้อม แม้จะมีความสามารถเคลื่อนไหว เดินทาง
หรือประกอบกิจกรรมได้โดยใช้กายอุปกรณ์หรือเครื่องช่วยคนพิการ
แต่บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพยังต้องการ
การปรับสภาพสิ่งแวดล้อมเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนไหว
เช่น พื้นทางเดิน ห้องน้ำ ประตู โต๊ะ เก้าอี้
แนวการสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
๑. ในชั่วโมงเรียนฝึกให้เด็กนั่งตัวให้ตรงแม้ว่าจะมีปัญหาก็ตาม
แต่เด็กต้องใช้ความพยายาม
๒. ครูจะต้องทำความเข้าใจกับกลไกการทำงานของเครื่องมือต่าง ๆ
ที่ติดมากับตัวเด็กเพื่อจะได้ไม่เป็นอุปสรรคในการสอนของครู
๓. ฝึกให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์เพื่อใช้พิมพ์แทนการเขียน
๔. การให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรมควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพของเด็ก

แนวการสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ (ต่อ)
๕. ครูควรให้เวลาในการทำงาน หรือทำกิจกรรมให้มากขึ้น
๖. เน้นการพัฒนาทางจิตใจเพื่อให้เด็กมีภาพพจน์ที่ดีเกี่ยวกับตนเอง
และยอมรับความเป็นจริง
๗. เน้นการสื่อสารเพื่อให้สื่อความหมายกับผู้อื่นโดยสื่อหลากหลาย ๘. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความสัมพันธ์กับชีวิตจริง
มีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุด
แนวการสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ (ต่อ)
การจัดหลักสูตรในแต่ละระดับ
การจัดหลักสูตรในแต่ละระดับ(ต่อ)
๒. ระดับประถมศึกษา
หลักสูตรในระดับประถมศึกษาอาจเป็นหลักสูตรเดียวกันกับที่ใช้
สำหรับเด็กปกติแต่ความแตกต่างที่สำคัญในระดับประถมศึกษา คือ
หลักสูตรสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
ควรเน้นทักษะทางสังคม
การจัดหลักสูตรในแต่ละระดับ (ต่อ)
๓. ระดับมัธยมศึกษา
หลักสูตรสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายควรมีลักษณะ
ที่ไม่แตกต่างจากเด็กปกติมากนัก เพราะเด็กประเภทนี้ส่วนมากต้องการ
ได้รับการรับรองว่ามีความสามารถด้านการเรียนเท่าเทียมกับเด็กปกติ
จุดเน้นของหลักสูตรในระดับนี้อยู่ที่หมวดสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต
และการเตรียมความพร้องทางด้านอาชีพ

การประเมินผล
การประเมินผลตามหลักสูตร เป็นการประเมินทักษะเพื่อสำรวจความสามารถขั้นพื้นฐานของผู้เรียน เพื่อวัตถุประสงค์ในการวางแผนการเรียนการสอนและเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการ
เรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งการประเมินผลควรยืดหยุ่นตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งควรจะมีการประเมินผลจากการใช้แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลเป็นส่วนสำคัญอีกทางหนึ่ง
๒. ลักษณะของเด็กบกพร่องทางสุขภาพ มีดังนี้
๒.๑ มีอาการเหนื่อยง่าย
๒.๒ มีความผิดปกติ จนไม่สามารถเข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อนได้
๒.๓ มักกระสับกระส่าย และอยู่ไม่สุข
๒.๔ ชักช้า และขาดความคล่องแคล่ว
๒.๕ มักหายใจขัดหลังการออกกำลังกาย
๔. การฝึกหัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ควรเริ่มจากกิจกรรมที่ง่ายก่อน
๕. เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกฝนกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง
๖. พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ควรให้ความร่วมมือกับทีมผู้รักษา
๗. การฝึกหัดเด็ก จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอและด้วยอารมณ์มั่นคง
๘. สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเด็กอย่างสม่ำเสมอ
๙. การให้กำลังใจบุคคลที่มีเกี่ยวข้องกับเด็ก
๑. ทักษะกลไกกล้ามเนื้อมัดใหญ่
๒. ทักษะกลไกกล้ามเนื้อมัดเล็ก
๓. ทักษะช่วยเหลือตนเองและสังคมนิสัย
๔. ทักษะการพูดใช้ภาษา
๕. ทักษะการใช้ปัญญา
๙. ควรจัดการศึกษาพิเศษตั้งแต่ระดับอนุบาล
๑๐. จัดเด็กพิการที่ไม่มีปัญหาด้านอื่นเข้าเรียนร่วมกับเด็กทั่วไป
๑๑. ครูควรขอคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด
เพื่อช่วยให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว
ของเด็กมากยิ่งขึ้น
๑๒. ให้เด็กใช้ปากกาหรือดินสอที่เขียนออกง่ายโดยไม่ต้องใช้แรงกดมาก
ระดับการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรมี ๓ ระดับ คือ
๑. ระดับวัยก่อนเรียน
หลักสูตรสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายในระดับนี้
ควรเน้นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและการสื่อสาร การเคลื่อนไหว
รวมไปถึงการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก
จุดมุ่งหมายสำคัญของการเตรียมความพร้อมในระดับนี้ คือ
ให้เด็กสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือ
จากผู้อื่นมากนัก
เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
๒. จัดให้คนพิการได้รับสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวก บริการและความช่วยเหลือ
ตามความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ละคนอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ
๓. จัดทำแผนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
วิธีการสอน(ต่อ)
กิจกรรมที่จัดให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
กำลังใจจากน้องกาย
สาเหตุของความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ (ต่อ)
Full transcript