Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

Carl R.Roger

No description
by

peesadet wichad

on 22 October 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of Carl R.Roger


ทฤษฎีตัวตนของ คาร์ล โรเจอร์
Roger’s Self Theory

แนวคิดที่สำคัญ
1.ตัวตนของบุคคล
2.แกนนำบุคลิกภาพหรือประสบการณ์
5.เป้าหมายในชีวิตของบุคคล
3.การพัฒนาบุคลิกภาพ
4.ชีวิตที่ดี (Good life)
ตัวตนของบุคคล (Self)
แบ่งออกเป็น 3 แบบ
2. ตนตามที่เป็นจริง(Real self)
3. ตนตามอุดมคติ (Ideal self)
คือ ภาพของตนที่เห็นเองว่าตนเป็นอย่างไร อาจจะมี
หลายแง่หลายมุม ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือ
ตรงตามภาพที่คนอื่นเห็น
1. ตนตามที่ตนมองเห็น (Self-concept)
2. ตนตามที่เป็นจริง (Real self) (คนอื่นเห็น)
คือ ลักษณะตัวตนที่เป็นไปตามข้อเท็จจริง แต่บ่อยครั้งที่
ตนมองไม่เห็นข้อเท็จจริงของตน
3. ตนตามอุดมคติ (Ideal self) (เราต้องการ)
คือ ตัวตนที่อยากมี อยากเป็น แต่ยังไม่มี ไม่เป็น
ในสภาวะปัจจุบัน
แกนนำบุคลิกภาพหรือประสบการณ์ (The Organism)
บุคลิกภาพของมนุษย์ถูกหล่อหลอมและผลักดันจาก
ประสบการณ์ของบุคคลตั้งแต่แรกเกิดจนจบชีวิต
ประสบการณ์จึงเป็นแกนนำบุคลิกภาพ
ประสบการณ์ของบุคคลเป็นสิ่งสำนึกรู้เฉพาะตน
(Phenomenal field) ผู้อื่นจะรู้ได้เฉพาะบางส่วน
บางแง่ บางมุมเท่านั้น
เป้าหมายในชีวิตของบุคคล
โรเจอร์ เชื่อว่า มนุษย์ทุกคนปรารถนาเป็นคนดี และต้องการ
เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ แต่มนุษย์ไม่สามารถแสดงธรรมชาติ
ใฝ่ดีได้ เพราะสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย เขาจึงช่วยเหลือโดย
วิธีการทำจิตบำบัด Client centered therapy
การพัฒนาบุคลิกภาพ
1. มนุษย์มีธรรมชาติใฝ่ดี
2. เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูด้วยความรัก เอาใจใส่อย่างบริสุทธิ์
จะเป็นเด็กที่มี self ที่สมบูรณ์
3. พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยอารมณ์ที่ไม่คงเส้นคงวา เด็กจะเกิดความ
สับสน เด็กมีแนวโน้มจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกภาพบกพร่อง
4. บุคคลที่มีบุคลิกภาพสมบูรณ์คือผู้ที่คอยสำรวจตนเอง
วิพากวิจารณ์ ตนเองอยู่เสมอ
5. บุคคลที่มีความสุขกาย สุขใจ คือ บุคคลที่มีสติสัมปชัญญะ
ตลอดเวลา
ชีวิตที่ดี (Good life)
1. มีสติสัมปชัญญะ
2. มีชีวิตที่ไม่ยึดติดอดีตหรืออนาคต
3. ใช้ปัญญาหรือความคิดในการพิจารณาไตร่ตรองการกระทำของ
ตนเอง
4. มีอิสรเสรีในการคิดกระทำกิจกรรม ด้วยความรับผิดชอบ
5. มีความคิดสร้างสรรค์
1. ตนที่ตนมองเห็น (Self concept) (เราเห็น)
การประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
รูปแบบการสอนแบบไม่ชี้นำ
แนวคิด
“การสอนแบบไม่นำทาง” หรือ Nondirective Teaching เป็นงานของ คาร์ล โรเจอร์ (Carl R.Roger, 1969) โรเจอร์ได้สรุปแนวคิดไว้ว่า “ถ้าการบำบัดความสามารถใช้ความสามารถของผู้รับบริการคือผู้ป่วย (Client) ในการแก้ปัญหาของตนเอง และถ้าผู้ได้้รับการบำบัดมุ่งที่จะใช้ความสามารถนี้ ทำไมถึงไม่ใช้สมมุติฐานอันนี้ และนำวิธีสอนแบบนี้ไปใช้ ? ถ้าการสร้างบรรยากาศของการยอมรับ การเข้าใจและการเคารพนับถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการส่งเสริมการเรียนรู้ในการบำบัด ถ้าเช่นนี้จะนำมาเป็นมาตรการในการเรียนรู้ในการศึกษาได้หรือไม่ ถ้าการบำบัดปรากฏผลออกมาว่า นอกจากจะทำให้ตนรู้จักตนเองดีแล้ว ยังสามารถช่วยตัวเองในสภาพการอย่างใหม่ ๆ ได้อย่างดีอีกด้วย ก็พอจะหวังผลคล้ายกันนี้ในวงการศึกษาได้หรือไม่”
นอกจากนี้ โรเจอร์ให้ทัศนต่อไปอีกว่า “สำหรับสังคมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นในสังคมในอดีตนั้น การสอนเนื้อหาวิชาความรู้และทักษะให้ผู้เรียนอาจจะเหมาะสมกับสังคมในขณะนั้น แต่สังคมในสมัยใหม่ มนุษย์กำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของการเรียนการสอน ควรเป็นการอำนวยความสะดวกเพื่อการเรียนรู้ ครูมีหน้าที่เป็นผู้อำนวยการความสะดวกในการเรียนรู้ ครูควรมีคุณสมบัติด้านให้ความจริงใจแก่ผู้เรียน เคารพให้เกียรติและการเห็นคุณค่าของผู้เรียน และเป็นผู้ที่เอาใจเขามาใส่ใจเรา
คาร์ล โรเจอร์ เชื่อว่า มนุษย์มีศักยภาพที่จะเรียนรู้ และการเรียนรู้จะได้ผลดีหากการเรียนรู้นั้นมีความหมาย หรือเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสนใจอยากรู้อย่างแท้จริง
โรเจอร์จำแนกการเรียนรู้เป็น 2 ชนิด คือ
1) การเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกสอนโดยผู้เรียนไม่ได้สนใจอยากรู้มาก่อน 2)การเรียนรู้ในสิ่งที่ผู้เรียนต้องการรู้ โดยเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง
โรเจอร์ได้กล่าวถึงปัจจัยหลัก ๆ ที่บ่งบอกถึงแนวทางการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ โดยแบ่งเป็นปัจจัยในส่วนบทบาทของผู้สอน และบทบาทของผู้เรียน ไว้ดังนี้
ผู้สอนไม่ควรครอบงำหรือคอยบงการความคิดผู้เรียน
แต่ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียน คิดตัดสินใจสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ผู้สอนควรให้เวลาที่เพียงพอ แก่ผู้เรียนในการทำงาน ใช้สมาธิ พูดคุย จินตนาการลองผิดลองถูกและเปิดโอกาสให้ผู้เรียน
ได้มีความสัมพันธ์ หรือทำงานร่วมกับบุคคลอื่นที่มีความสนใจ
คล้ายกัน
2. ค้นหาสิ่งที่ผู้เรียนสนใจเรียนรู้
การเรียนรู้ที่กระตุ้นพลังทางความคิดมากที่สุดจะเกิด
ขึ้นเมื่อผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างสิ่งที่มีความหมายต่อตนเอง การที่ผู้เรียนมีโอกาสเลือกเรียนรู้
สิ่งที่สนใจ เขาจะเรียนรู้อย่างเต็มใจและมีความสุข ผู้สอนควรสังเกตหรือซักถามว่าผู้เรียนสนใจอยากรู้
สิ่งใด จากนั้นจัดการเรียนการสอนให้เปิดกว้าง ยืดหยุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียน
หรือทำกิจกรรมที่สนใจ
บทบาทของผู้เรียน
บทบาทผู้สอน
1. ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน
1. ผู้เรียนมีส่วนร่วมเต็มที่ในกระบวนการเรียนรู้
รวมถึงมีส่วนเลือกวิธีการเรียนรู้ การเรียนรู้ผ่าน
ประสบการณ์ เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม
ในทุกขั้นตอนการเรียนรู้ นับตั้งแต่มีส่วนร่วม ตัดสินใจในสิ่งที่ต้องการจะเรียนรู้ ร่วมออกแบบวิธีการเรียนรู้รวมไปถึงร่วมตัดสิน
โรเจอร์เชื่อว่าธรรมชาติของผู้เรียนมีความอยากรู้
อยากเห็น กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ ค้นพบและหาทางออกให้แก่ปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้น ผู้สอนมีหน้าที่กระตุ้นธรรมชาติความอยากรู้ของ
ผู้เรียน โดยจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียน
ได้เผชิญปัญหาผ่านการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อค้น
พบความรู้ด้วยตนเอง
3. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินตนเอง
โรเจอร์เชื่อว่าการประเมินตนเองมีความหมาย และมีความสำคัญ
กว่าการประเมินโดยผู้อื่น การให้ผู้เรียนร่วมกำหนดวัตถุประสงค์ และประเมินการเรียนรู้ของตนเอง หมายถึงการให้ผู้เรียนร่วมกำหนด
เป้าหมายประเมินความคืบหน้า รวมทั้งตั้งบรรทัดฐานคุณภาพผลงาน
การเรียนรู้ของเขาเอง เป็นการฝึกให้ผู้เรียนรู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง
อย่างแท้จริง การประเมินควรใช้วิธีการที่หลากหลายมุ่งประเมินทั้งผลงาน คุณภาพทางวิชาการ สภาพอารมณ์ผู้เรียนในการทำงาน รวมทั้งอาจ
ประเมินทักษะการทำงานกลุ่ม ทักษะการสื่อสารเพื่อนำเสนอข้อมูล
ความรู้ที่ได้แก่ผู้อื่น เป็นต้น
2. เผชิญปัญหาจากประสบการณ์จริง
ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้
ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. ขั้นประสบการณ์ (Experiencing) ให้ความรู้เรื่องการพูดในโอกาสต่างๆสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ เช่น การใช้กล้องวีดีโอ การใช้เครื่องตัดต่อภาพ การใช้เครื่องควบคุมเสียงหลังจากนั้นแบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 
กลุ่มที่หนึ่งช่างภาพ กลุ่มที่สองควบคุมภาพและเสียง
กลุ่มที่สามผู้ประกาศข่าวประจำวัน  
ทั้งสามกลุ่มจะแบ่งหน้าที่กันชัดเจนโดยครูเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำกำกับติดตาม
4. ขั้นสรุปพาดพิง (Generalizing) เป็นขั้นของการสรุปผลการเรียนรู้จากทั้ง 3 ขั้นข้างต้น โดยให้เพื่อนๆ 
ในชั้นเรียนร่วมกันวิเคราะห์จุดเด่น  จุดที่ควรพัฒนาของแต่ละบุคคล
5. ขั้นประยุกต์ใช้ (Applying) เมื่อนักเรียนผ่านกระบวนการจัดประสบการณ์จริงจากการปฏิบัติทั้ง  4  ขั้น 
นักเรียนจะเกิดความรู้ใหม่ที่สามารถประยุกต์
ใช้ในอนาคตต่อไป 
3. ขั้นอภิปรายผล (Discussing) เมื่อนักเรียนอ่านข่าวเสร็จเรียบร้อยในแต่ละวันครูจะติชมและเสนอแนะข้อพกพร่อง
ของนักเรียน เพื่อแก้ไขในครั้งต่อไป
2. ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (Publishing) ผู้ที่รับผิดชอบในการอ่านข่าวแต่ละวัน จะเตรียมข่าวสารเพื่ออ่านให้เพื่อนๆ  ทั้งโรงเรียนทราบ ในช่วงเวลาพักรับประทานอาหาร โดยสามารถรับข่าวสารได้ 2 รูปแบบ  คือ  รับชมภาพและเสียงทางการโทรทัศน์ภายในโรงเรียน  และรับฟังเสียงผ่านเครื่องกระจายเสียงของโรงเรียน
เอกสารอ้างอิง
พรหมพร คำพิลัง,สุรัตยา วิชาโชค,กิตติธร พุทธวรรณ,นัฐกานณ์ อินติยะ และวรรณภา คนตรง .2551. เรื่อง Experiential Learning
(การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบประสบการณ์จริง), วาระสารวิชาการ, หน้า 3-5

สุเทพ อ่วมเจริญ ..2557.(ออนไลน์).แหล่งที่มา: ดุษฏีบัณฑิต มศว ประสานมิตร http://www.oocities.org/tr_di/hrd-doc04.html

Knowledge Base Self Improvment.2557. (ออนไลน์) แหล่งที่มา องค์รวมความรู้ พัฒนาตนเอง http://www.bkw.ac.th/physics/xcom/web_edu5409_NovaAce/Personality/Theory_Roger.html. 22 ตุลาคม 2557
ผู้จัดทำ
นางสาวศุภานันท์ อุดโท
รหัส 577210140214
ป.บัณฑิต วิชาชีพครู หมู่ 2
นางสาวหทัยทิพย์ พิวิชัย
รหัส 577210140217
Full transcript