Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

รูปแบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปส่งผลอย่างไร ต่อการทำอาชีพน้ำตาลโต

No description
by

Jull Suwantraipop

on 15 September 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of รูปแบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปส่งผลอย่างไร ต่อการทำอาชีพน้ำตาลโต

ประวัติความเป็นมา

อาชีพเก่าแก่อาชีพหนึ่งของชาวไทย คืออาชีพทำน้ำตาลโตนด
ตำบลปากน้ำอำเภอบางคล้าเป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา
พื้นที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยต้นตาลโตนดสูงเสียดฟ้า ส่งผลให้ในสมัยก่อนชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้มีอาชีพหลักคือการทำน้ำตาลสด และน้ำตาลปึก
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีขั้นตอน และวิธีการที่คิดค้นกันขึ้นมาเอง จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์น้ำตาลสดและน้ำตาลปึก ที่มีคุณภาพดีสามารถส่งขายและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อีกทั้งยังเป็นการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น
หมู่บ้านน้ำตาลสด ถือเป็นแหล่งอนุรักษ์การทำน้ำตาลสดแบบโบราณดั้งเดิมเอาไว้ เป็นแหล่งผลิตน้ำตาลสดพร้อมดื่มแห่งเดียวในภาคตะวันออก

การมีกรรมสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากร (ต้นตาล)
การแบ่งทรัพยากร (ต้นตาล)
สำหรับเจ้าของที่ดินในหมู่บ้านแห่งนี้นั้นมีการแบ่งทรัพยากร (ต้นตาล) ในรูปแบบการเช่าต้นตาล คือ จะให้เช่าต้นละ 40 บาทต่อปี ซึึ่งเป็นราคาเดิมมาตลอดไม่มีการขึ้นราคาแต่อย่างใด โดยจะให้เช่าต้นตาลที่มีความลำบากมากในการปีนขึ้นไป
เก็บน้ำตาลดิบจากต้นตาลเท่านั้น
รูปแบบการกระจายผลผลิตของคนในหมู่บ้าน


ในสมัยก่อนคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของระหว่างกัน คือ เพื่อนบ้านจะเอาน้ำตาลดิบที่ได้จากต้นตาลไปแลกเปลี่ยนเป็นปลาเค็มจากเพื่อนบ้าน รวมทั้งนำน้ำตาลดิบที่ได้จากต้นตาลไปขายด้วยเช่นกัน
แต่พอมาในสมัยปัจจุบัน คนในหมู่บ้านก็จะหันมามุ่งเพื่อขายเพียงอย่างเดียว คือ มุ่งเพื่อผลกำไรโดยไม่มีการแลกเปลี่ยนสิ่งของกันและไม่มีการ
เก็บบางส่วนไว้บริโภคเองแต่อย่างใด หากจะมีการแลก
เปลี่ยนสิ่งของกันก็จะทำกันเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น

การแบ่งรูปแบบการทำงาน
อาศัยทักษะ/ความชำนาญ (มีประสบการณ์) ในการขึ้นไปปีนเก็บน้ำตาลสดจากต้นตาล โดยไม่ได้มีการแบ่งเพศและวัย(อายุ)ในการทำงานแต่อย่างใดเพราะหมู่บ้านที่นี้คนมี
อายุมากหรือเพศหญิงก็สามารถขึ้นไปปีน
เก็บได้แต่ต้องมีทักษะ/ความชำนาญ รวมทั้งการผลิตน้ำตาลสดและน้ำตาลปึกนั้นผู้ชายกับผู้หญิงก็ทำร่วมกันได้โดยไม่ได้แบ่งว่าเพศไหนและวัยไหนต้องทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่ง
รูปแบบแรงงานที่ใช้ในการทำอาชีพทำตาลโตนดของหมู่บ้าน
แรงงานที่ใช้ในการทำอาชีพทำตาลโตนดก็คือ แรงงานคนซึ่งถือเป็นแรงงานที่ใช้มาโดยตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งไม่มีการใช้แรงงานวัวควายแต่
อย่างใดเพราะว่าการขึ้นไปปีนเก็บน้ำตาลดิบจากต้นตาลโตนดนั้นจะต้องใช้คนที่มีประสบการณ์หรือมี
ทักษะความสามารถในการขึ้นไปปีนเก็บเท่านั้น
รูปแบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปส่งผลอย่างไร
ต่อการทำอาชีพน้ำตาลโตนด

กรณีศึกษา หมู่บ้านน้ำตาลสด ตำบลปากน้ำ
อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำอาชีพทำตาลโตนดของหมู่บ้าน
รูปแบบการใช้เทคโนโลยีในการทำอาชีพทำตาลโตนดก็คือ “เทคโนโลยีดั้งเดิม” หรือ “เทคโนโลยีท้องถิ่น” ซึ่งจะใช้วัสดุหรือวัตถุดิบจากธรรมชาติในการทำตาลโตนด
เพียงอย่างเดียวมาโดยตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
วัสดุที่ใช้ในการรองเก็บน้ำตาลดิบจากต้นตาลก็คือ กระบอกไม้ไผ่
ไม้ที่ใช้ในการขึ้นไปปีนเก็บน้ำตาลดิบจาก
ต้นตาลก็คือ พะอง
(พะองก็คือไม้ไผ่สำหรับปีนขึ้นต้นตาลโดยจะผูกเชือกติดกับต้นตาลเป็นเปราะๆ)
ใช้เปลือกพะยอมที่เป็นวัตถุดิบจาก
ธรรมชาติลงไปในน้ำตาลดิบแทนสารกันบูดเพื่อป้องกันการบูดเน่าเสีย
ใช้ปูนแดงที่เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติลงไปในน้ำตาล
สดเพื่อกันความเปรี้ยว
เตาเผาที่ใช้ในการทำน้ำตาลสดนั้นก็ทำมาจากอิฐแดง
เชื้อเพลิงที่ใช้ในการเผาก็เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากธรรมชาติ อันได้แก่ แกลบ , ฟืน , กาบมะพร้าว และงวงตาล เป็นต้น
ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับต้นตาล
มีความเชื่อ “ไหว้พะอง” ก่อนขึ้นไปปีนเก็บน้ำตาลจากต้นตาลทุกครั้ง
มีพิธีกรรมในการ “ทำบุญป่าตาล (ทำบุญเลี้ยงพระ)”
ต้นตาลแต่ละต้นนั้นจะเป็นของใครของ
มันตามเจ้าของที่ดินแต่ละคน เพราะฉะนั้นกรรมสิทธิ์ในการเข้าถึง
ทรัพยากร(ต้นตาล)ก็คือกรรมสิทธ์ส่วนตัวซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในโฉนดที่ดินแต่
เพียงผู้เดียว
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบเศรษฐกิจภายในชุมชน

ไม่มีประวัติศาสตร์บันทึกถึงการตั้งถินฐานว่าอยู่ในปีคศ.ใด แต่หมู่บ้านแห่งนี้น่าจะมีอายุถึง 100 ปี เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ทำอาชีพน้ำตาลสดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แม้ในอดีตจะมีการทำนา เลี้ยงหมู ปลูกผักไว้กินในครอบครัว แต่ก็ยังคงมีการทำน้ำตาลสดควบคู่ด้วย
จนกระทั่งปี คศ.1996 ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้เริ่มหันมาประกอบอาชพเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เพราะรายได้การทำบ่อกุ้งนั้นสูงกว่า โดยพาะช่วงปี คศ.1990-1996 เป็นช่วงระยะเวลาที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะมีการลงทุนจากต่างประเทศในภาคอุตสาหกรรมในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดฉะเชิงเทรา แรงงานหนุ่มสาวได้ออกไปทำงานในโรงงานทำให้ภายในหมู่
บ้านอาชีพทำน้ำตาลสดเริ่มน้อยลง
การเจริญเติบโต
ของเศรษฐกิจตลาด

การตัดถนนในทศวรรษ 1950 และ 1960 การสร้างถนนกบินทร์บุรี-โคราช และเครือข่ายถนนเข้าไปในอำเภอบาง
คล้า และเข้าไปในหมู่บ้าน


นายทุนจะเข้ามารับซื้อถึงหมู่บ้าน ถนนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการกระจายผลผลิตสินค้ามากขึ้น

การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้นในเขตภาคกลาง การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับชนบทได้เพิ่มสูงขึ้น แรงงานคนหนุ่มสาวได้เคลื่อนย้าย
เข้าไปสู่โรงงานอุตสาหกรรม แรงงานย้ายถิ่นออกจากหมู่บ้านไปสู่เมือง
นับวันยิ่งเป็นการย้ายถิ่นแบบถาวรมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจหมู่บ้านพึ่งพา
เศรษฐกิจเมืองมากขึ้น
สรุป
แม้เศรษฐกิจแบบใหม่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจภายในชุมชนแต่ชุมชนก็มี
การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอด
คล้องและยังอนุรักษ์การทำอาชีพน้ำตาลสดแบบดั้งเดิมไว้ในรูปแบบของการ
รวมกลุ่มแบบใหม่นั้นเอง
การปรับตัวของผู้ประกอบอาชีพทำน้ำตาลโตนดภายในชุมชน

หมู่บ้านอนุรักษ์อาชีพน้ำตาลสดนี้เป็นการอนุรักษ์การทำน้ำตาลสดแบบดั้งเดิมเอาไว้ ซึ่งเป็นการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมการดำรงชีพของชาวท้องถิ่นและถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ต่อลูกหลานและบุคคลทั่วไป

การปรับตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดของชุมชน กลายเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างการเข้าชมหมู่บ้านแบบเชิงเกษตร และมีการวางขายผลิตภัณฑ์ที่หน้าบ้านตามร้าน
แผงขายน้ำตาลสดต่างๆ

ชาวบ้านจึงมีการกระจายผลผลิตไปวาง
ขายที่ตลาดน้ำบางคล้าด้วยและส่งสินค้า
ขายทั่วประเทศ
สถานีการเรียนรู้การทำน้ำตาลสดเพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์การทำน้ำตาลสดแบบดั้งเดิมเอาไว้แต่การรวมกลุ่มนั้น
เป็นไปเพื่อการผลิตสินค้าเพื่อส่งขาย
ไปเป็นสินค้า OTOP
เทคโนโลยีที่ใช้การผลิต อย่างเตาแบบดั้งเดิมตั้งอยู่หน้าบ้านของแต่ละบ้าน ทำให้สถานีการเรียนรู้น้ำตาลสดไม่สามารถรวม
กลุ่มชาวบ้านได้มากเท่าที่ควร

ผลกระทบจากการที่มีโรงงาน
อุตสาหกรรมเข้ามาทำให้แรงงาน
หนุ่มสาวภายในชุมชนย้ายถิ่น
ส่งผลให้การทำอาชีพน้ำตาลสด
เริ่มหายไปจากชุมชน

ภาครัฐหันมาสนใจและดูแลสนับสนุนอาชีพนี้มากขึ้น เช่น การให้ชาวบ้านไปประชุมหรือสัมมนาดูงานตามต่าง
จังหวัดต่างๆหรือเมื่อมีงานแสดงสินค้าก็จะมีการรวม
กลุ่มชาวบ้านเพื่อช่วยกันทำผลิตภัณฑ์ส่งออก หรือเมื่อมีการทำบุญประจำหมู่บ้านก็จะมีเสียงตามสาย
ประกาศให้ชาวบ้านมารวมตัวกัน เป็นต้น

โครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำ
น้ำตาลสดและน้ำตาลโตนดความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำน้ำตาลโตนดไม่ว่าจะ
เป็นความเชื่อเกี่ยวกับต้นพะองการทำบุญป่าตาลหรือวิธีการขึ้นตาลแบบดั้งเดิมยังคงได้รับการ
สนับสนุนจากชาวบ้านภายในพื้นที่

HAVEST MOON PRESENT
นางสาว ปวีณา สุวรรณไตรภพ 5410800028
นายณัฐพล ศิริชัยยงบุญ 5410800958
นางสาวธัญลักษณ์ ทนายกิจ 5410801008
นางสาวสุชานาถ มีแสง 5410801211
นางสาวอโนชา แดงเจริญ 5410801237
นางสาวอภิชญา อดิศัยสิริบุตร 5410801245
Full transcript