Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

George Simmel

No description
by

ploipimon jaijanduean

on 15 May 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of George Simmel

About Simmel
unit of analysis
method of stydy and unit of analysis
The philosophy of money
like comment share
"เงิน" เป็นสื่อกลางหรือเครื่องมือในการแลกเปลี่ยน และเป็น "เป้าหมาย" ในตัวมันเองด้วย

"เงิน" ทำหน้าที่ในการ "สร้างระยะห่าง" ระหว่างปัจเจกบุคคลกับสิ่งนั้นๆ อีกทั้งยังเป็น "เครื่องมือ" ในการเชนะระยะห่างดังกล่าว

ระบบเงินตราได้ถูกพฒนาไปสู่รูปแบบที่เป็นตรรกะ ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และมีการถูกนำไปใช้ตามหลักเหตุผล

"เงิน" ทำให้ปัจเจกบุคคลมี "เสรีภาพ" มากยิ่งขึ้น และ ทำให้ "ศักยภาพทางปัญญาของมนุษย์" ได้รับการพัฒนาสูงยิ่งขึ้น

เมื่อเงินเป็นเป้าหมายในตัวมันเองแล้ว ทุกสิ่งในชีวิตมนุษย์ก็ได้กลายเป็นสินค้าไปด้วย รวมทั้งความสัมพันธ์ก็ได้ถูกลดทอนให้เป็นเทคนิคการคำนวณในเชิงปริมาณ

แต่!! --->

นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน
บิดาแห่งสังคมวิทยาสาขาสำนักคิดเชิงรูปแบบ (Formal School)

work experiences
The philosophy of money
the stranger
The Tragedy of Culture
like comment share
วิภาษวิธี(Dialectic) : การปฏิสังสรรค์ระหว่างสรรพสิ่ง ล้วนมีลักษณะเป็นทวิลักษณ์ (Dualism) คือ เต็มไปด้วยความขัดแย้งในตัวเองของสิ่งนั้น

- วิภาษวิธีของซิมเมลไม่ได้เชื่อในการปฏิวัติทาง
ชนชั้นของมาร์กซ์

- ในทางตรงข้ามซิมเมลกลับมองว่า "สังคมทุกสังคมย่อมมุ่งไปสู่ "กรงเหล็ก" ของเวเบอร์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
Inspiration
Herbert spencer and charles darwin
immanuel kant
Outline
Criticism
like comment share
Georg simmel(1858-1918)
Georg Simmel

about simmel
method of stydy and unit of analysis
the philosophy of money
the tragedy of culture
criticism
individual consciouness
social interaction
social constructures
metaphysical principles of life
มนุษย์มีแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ จุดมุ่งหมาย และผลประโยชน์เป็นของตนเอง

การมีจิตสำนึกที่สร้างสรรค์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Interaction และ mutual understanding เกิดขึ้นได้

มนุษย์คิดได้เอง และตอบโต้ต่อสิ่งแวดล้อมได้ตามสถานการณ์

ตามหลักวิภาษวิะิธี ซิมเมลกล่าวว่าความเป็นมนุษย์ที่สร้างสรรค์นี้ ได้ถูกบั่นทอนจากปัจจัยภายนอกต่างๆ อันได้แก่ โครงสร้าง วัฒนธรรม และค่านิยม
1.individual consciousness
เราว่านะ สภาวะแปลกแยก
(Alienation) และลัทธิบูชาสินค้า
(commodity fetishism)
เป็นผลผลิตที่สำคัญของ
ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
แต่เราว่านะ การเกิด
reification ของ"เงิน"นั้น
เป็นคุณลักษณะทั่วไปที่ทุกๆ
สังคม ทุกๆ วิถีการผลิต
ต้องมุ่งไปสู่
spencer
darwin
kant
2.Social interaction
เป็นหน่วยที่ซิมเมลสนใจมากที่สุด

สังคม (society) เกิดจากผลรวมของ interaction

"society is only the synthesis or the general term for the totality of these specific interactions"

"society' is identical with the sum total of these relation"

ตามหลักวิภาษวิธีของซิมเมล เมื่อเราศึกษาต่อไปจะเห็นได้ว่า ซิมเมลมุ่งศึกษาสังคม และวัฒนธรรมในฐานะโครงสร้างในระดับมหภาคที่เป็นอิสระจาก interaction
form and content
ซิมเมลให้ความสำคัญกับรูปแบบมากกว่าบริบท

มองว่าในความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์ทางสังคมเต็มไปด้วยความหลากหลายแตกต่าง ของเหตุการณ์ การกระทำ และปฏิสัมพันธ์

ท่ามกลางความหลากหลายเหล่านี้ มนุษย์ได้พยายามสร้าง "รูปแบบ" บางอย่างขึ้นมา

"รูปแบบ"เหล่านี้ได้ทำหน้าที่ในการจำกัดทางเลือกของมนุษย์ เมื่อพวกเขาต้องเผชิญต่อปรากฏการณ์ที่หลากหลาย
form
contents
actions
social geometry
ซิมเมลพัฒนาเรขาคณิตของความสัมพันธ์ทางสังคมขึ้นโดยการเปลี่ยนแปลงของเรขาคณิตย่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ social interaction ด้วย

แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
- จำนวน (number)
- ระยะห่าง (distance)
distance
เป็นหัวใจในการ
วิเคราะห์งานหลายๆชิ้นของ
ซิมเมล เช่น
the philosophy of money
และ the stranger

social types and social forms
social type : ลำดับขั้นทางสังคมเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับ social interaction เป็นหลัก เช่น ความยากจน(poverty) เป็นสิ่งที่ถูกนิยามดดยตัวแสดง ดังเช่นในสภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด นายทุนบางคนอาจมีความรู้สึกว่าตนเองยากจนโดยเปรียบเทียบ


social form : มีลักษณะแตกต่างไปจากประเภททางสังคม คือ รูปแบบทางสังคมจะเน้นศึกษารูปแบบของ interaction เป็นหลัก
- ซิมเมลเชื่อว่าในทุกสังคมจะต้องมี superordination และ subordination
- โดยที่ subordination นั้นเป็นภัยคุกคามต่อ superordination ก็ต่อเมื่อ social interaction ระหว่างคนสองกลุ่มนี้ถูกกำหนดโดย impersonal law หรือระเบียบที่ปราศจากความเป็นมนุษย์



3.social structures
แม้ซิมเมลจะมองว่าสังคมคือ ผลรวมของ social interaction แต่ซิมเมลก็ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า "ในที่สุดแล้วสังคมได้กลายเป็นพลังที่ไม่ขึ้นกับคนกลุ่มใด สังคมมีชีวิตของตัวมันเอง และกดบต่อความเป็นปัจเจกของมนุษย์"

"society transcends the individual and lives its own life which follows its owm laws. it too confronts the individual with a historical, imperative firmness."
วัฒนธรรมวัตถุนิสัย() มนุษย์ผู้มีศักยภาพอันสร้างสรรค์เป็นผู้ผลิตสร้างวัฒนธรรม แต่ในที่สุดแล้ววัฒนธรรมและสังคม ได้มีชีวิตเป็นของตัวเอง และได้ครอบงำเหนือปัจเจกบุคคล ผู้ที่ในชีวิตประจำวันแล้ว พวกเขาได้ทำการผลิตซ้ำวัฒนะรรมเหล่านั้น
ซิมเมลวิตกว่าปัจเจกบุคคลจะถูกครอบงำโดยวัฒนธรรม
วัตถุวิสัย
fashion
individual culture
and objective culture
more-life and more-than-life
refferences
1.กวิสรา ผันนภานุกุล 554 14022 24
2.จินต์จุฑา กงตาล 554 14051 24
3.ริยา เลาหชัย 554 14314 24
4.พรพิมล ด้วงหิรัญ 554 14452 24
5.พลอยพิมล ใจจันทร์เดือน 554 14469 24
6.สุทธิพงษ์ ลีลาเมธีกุล 554 14658 24
7.วันวิสา ดาผุย 554 14612 24
8.อรอุมา สินธ์อยู่ 554 14709 24
9.อัญญารัตน์ ถิ่นสุข 554 14715 24
10.อารียา รัตนปรีดานันต์ 554 14738 24
member
1. งานศึกษาของซิมเมลยังมีลักษณะกระจัดกระจาย ขาดความเป็นระบบ
Follow Spencer and Darwin
ในสังคมสมัยใหม่ (modern society) มีระบบของการแบ่งงานกันทำที่ซับซ้อน (division of labor) และมีการแบ่งงานกันทำตามความชำนาญ (specialization) ส่งผลให้ศักยภาพของมนุษย์ในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมสูงขึ้นอย่างไรก็ตาม ระบบการแบ่งงานกันทำตามความชำนาญ ในที่สุดแล้วมนุษย์ถูกควบคุมโดยวัฒนธรรมและสูญเสียศักยภาพในการควบคุมวัฒนธรรมวัตถุวิสัยดังกล่าว

ความเป็นสมัยใหม่ยังส่งผลให้การผลิตต่างๆ เป็นกิจกรรมที่ทำให้ปัจเจกบุคคล (individual) รู้สึกว่าตนนั้นไร้คุณค่า (meaningless) เนื่องจากพวกเขาทำงานอย่างแยกส่วน และผลผลิตสุดท้ายก็ไม่ได้ตกเป็นของพวกเขาความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกบุคคลในสังคมสมัยใหม่จึงเป็น
ความสัมพันธ์ที่เฉพาะเจาะจงและเป็นทางการสูง อย่างไรก็ตามซิมเมลได้กล่าวว่า ความเป็นสมัยใหม่ก็ได้ทำให้มนุษย์มีเสรีภาพมากขึ้น เนื่องจากพวกเขาเป็นอิสระจากข้อจำกัดของธรรมชาติ
ระบบเงินตราได้ทำลายระบบความเชื่อดั้งเดิม การแสวงหาความจริงและคุณค่า สภาวะแปลกแยกทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเกิดขึ้นสูง
สำหรับซิมเมลสภาวะแปลกแยกทางเศรษฐกิจเป็นเพียงมิติหนึ่งของสภาวะแปลกแยกทางวัฒนธรรมหรือ
โศกนาฏกรรมของวัฒนธรรมเท่านั้น

ทรรศนะคลุมเครือของซิมเมลต่อวัฒนธรรมปัจจุบัน
สังคมก่อนปัจจุบัน
มนุษย์อยู่ในสังคมขนาดเล็กที่มีจำนวนจำกัด และผูกมัดปัจเจกบุคคลผ่านการพึ่งพิงและความซื่อสัตย์ต่อกัน
การยอมอยู่ใต้อำนาจ จะหมายถึง การมีอำนาจเหนือบุคลิกภาพทั้งหมดของผู้อยู่ใต้อำนาจ
ปัจเจกบุคคลจะถูกจัดให้อยู่ในวงกลมที่มีจุดศูนย์กลางเดียวกันที่ต่อเนื่องกัน

ปัจจุบัน
หลักการจัดองค์การแตกต่างไปโดยพื้นฐาน ปัจเจกบุคคลจะเป็นสมาชิกของวงกลมที่จัดระเบียบไว้ดีแล้วหลายกลุ่ม
บุคลิกภาพของมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อสมาชิกสภาพในวงกลมที่โดยตำแหน่งทางสังคมในส่วนร่วมของวงกลมจำนวนมากๆ
การเข้าไปมีส่วนเกี่ยวพันกับวงกลมหลายๆวง ทำให้เกิดความตระหนักในตนเอง
การปกครองอะไรก็ตาม จะมีหน้าที่เฉพาะและจำกัด ในเวลาและสถานที่ที่เฉพาะ
ชุมชนศาสนา=ชุมชนอาณาเขต

The Stranger
การมีชีวิตอยู่อาศัยในสังคมเมืองเช่นนี้นั้น มีความแตกต่างจากสังคมชนบทอยู่อย่างหนึ่ง
คนแปลกหน้าว่า ก็เหมือนกับการที่คนๆหนึ่งมีความจำเป็นที่ต้องจากท้องถิ่นเดิมของตนไป แล้วเดินทางไปอยู่ในสถานที่ใหม่ที่ใดที่หนึ่ง การย้ายถิ่นเช่นนั้นได้ทำให้คนๆนั้นกลายเป็นคนแปลกหน้า เกิดความรู้สึกและอยู่ตรงข้ามกับสถานที่นั้นที่ได้เข้าไปอยู่อาศัย หรือ ไม่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับสังคมนั้นๆได้
• ความเป็นคนแปลกหน้าในสังคมที่เขาเข้าไปอยู่อาศัยนั้น เกิดจาก ผู้ที่เดินทางเข้าไปยังสังคมนั้นไม่สามารถกลมกลืนเข้ากับสังคมคนท้องถิ่นได้ (indigenous) ไม่ว่าเขาจะพยายามหรือไม่ก็ตาม
“ระยะห่าง” คือการจัดการประเภทหนึ่งที่ทำงานระหว่าง “ความห่างไกลกับความชิดใกล้”
คนแปลกหน้ามีความสัมพันธ์ที่กระชับแน่นกับคนท้องถิ่นหรือไม่ สิ่งนี้คือตัวชี้วัดถึงความเป็นคนผู้อยู่ห่างไกล หรืออยู่ชิดใกล้ หากอยู่ห่างไกลคือยังแปลกหน้าต่อกัน (strangeness) ถ้าอยู่ใกล้ก็คือหลุดจากการเป็นแปลกหน้าไปแล้ว
Ritzer, G. (1992). Chapter 5 Georg Simmel. In Sociological theory (9th ed., pp. 158-185). New York: McGraw-Hill.
Positivism
มนุษย์ทำการต่อสู้เพื่อไปสู่สังคมที่ดีกว่า
พันธุศาสตร์
Follow Kant
rationalism
micro organism
interaction
social action
social geometry
หมู่เฮาชาวยิว
ลักษณะทวิ (Dualism)
ปัจเจกบุคคลจะมีวัฒนธรรมได้โดยการรับเอาค่านิยมทางวัฒนธรรมที่แวดล้อมเขาอยู่เท่านั้นและค่านิยมเหล่านี้จะข่มขู่ปิดล้อมครอบงำ ปัจเจกบุคคล
คนปัจจุบันถูกแวดล้อมไปด้วยโลกของวัตถุที่ควบคุมและปกครอง ความต้องการและความปรารถนาของเขา
และถูกแวดล้อมไปด้วยองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจำนวนมาก
การพัฒนาขั้นสูงนำไปสู่ความห่อเหี่ยว
simmel กล่าวว่า ในทางหนึ่ง แฟชั่น คือรูปแบบของความสัมพันธ์ทางสังคมชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ใครที่ต้องการจะปรับตาม demand ของกลุ่มให้ทำเช่นนั้น แต่ในอีกทางหนึ่ง แฟชั่นยังคงประกอบไปด้วยบรรทัดฐาน สำหรับใครก็ตามที่ต้องการเป็นไปในทางปัจเจกชน (ไม่อยากทำตามแฟชั่น) สามารถเบี่ยงเบนหรือปฏิบัติตนแตกต่างได้

1.มนุษย์มีศักยภาพในการสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ (More-life) ซึ่งทำให้มนุษย์สามารถเติมเต็มตัวตนของตนเองได้
2.อย่างไรก็ตามศักยภาพในการสร้างสรรค์ More-life ของมนุษย์
ได้ผลิตวัฒนธรรมวัตถุวิสัยขึ้น ซึ่งวัฒนธรรมวัตถุวิสัยเหล่านี้ ได้ทำการเปลี่ยนผ่านมนุษย์ (More-than-Life)

ดังนั้น ซิมเมลมองว่า เมื่อสังคมพัฒนาไปสู่รูปแบบที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้น
จะก่อให้เกิดกรงเหล็ก iron cage ทว่ากรงเหล็กในทรรศนะของซิมเมล
มิได้จำกัดอยู่ที่องค์กรสมัยใหม่ (Modern institution) เท่านั้น

หากแต่สภาวะกรงเหล็กได้เกิดขึ้นในมิติทางวัฒนธรรมด้วย ซึ่งซิมเมลเรียกสภาวะนี้ว่า “โศกนาฏกรรมทางวัฒนธรรม.”

ในทรรศนะคติของ ซิมเมล มนุษย์ถูกควบคุมโดยอิทธิพลของโครงสร้างทางสังคม
และสิ่งที่สำคัญคือ จากผลผลิตทางวัฒนธรรม โดยซิมเมลได้แยก วัฒนธรรมวัตถุวิสัย และวัฒนธรรมปัจเจกบุคคลขึ้น

วัฒนธรรมวัตถุวิสัย คือสิ่งต่างๆที่มนุษย์ผลิตขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วิทยาศาสตร์ ปรัชญา และอื่นๆ
วัฒนธรรมปัจเจกบุคคลคตือ ศักยภาพของตัวแสดงในการผลิตสร้าง ยอมตาม หรือควบคุมปัจจัยต่างๆในวันธรรมวัตถุนิยม

simmel เชื่อว่า วัฒนธรรมทั้งสองประเภทมีความขัดแย้งกันในลักษณะวิภาษวิธี
กล่าวคือ มนุษย์เป็นผู้ผลิตสร้างวัฒนธรรมวัตถุวิสัย อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมวัตถุวิสัยเหล่านั้น
เริ่มมีอิสระและมีชีวิตเป็นของตนเอง อีกทั้งยังได้พยายามครอบงำและกดทับวัฒนธรรมปัจเจกบุคคลด้วย

ซิมเมลวิตกกังวลว่า การเพิ่มขึ้นนของวัฒนธรรมวัตถุวิสัยอาจส่งผลให้ “ความเป็นมนุษย์ของปัจเจกชนถูกทำลายไป

2. เป็นคนนอกของวงวิชาการ
3.มรรควิธีในการศึกษาของซิมเมลยังคงคลุมเคลือ ไม่ชัดเจนระหว่างการศึกษาในเชิงประจักษ์ การศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ และการศึกษาเชิงปรัชญา
Full transcript