Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

มารยาทในการรับประทานอาหาร

No description
by

Tact Yusri

on 29 April 2017

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of มารยาทในการรับประทานอาหาร

มารยาทการรับประทานอาหารแบบตะวันตก
มารยาทในการรับประทานอาหาร

และ

มารยาทที่ดีในสังคม

1. เมื่อเข้าไปที่โต๊ะอาหาร สุภาพบุรุษควรดึงเก้าอี้ให้สุภาพสตรี แล้วคลี่ผ้าเช็ดปากบนโต๊ะให้สุภาพสตรีด้วย การคลี่ผ้าเช็ดปากให้วางบนตัก โดยพับเป็นสองท่อน เอาชายผ้าเข้าหาตัว และ เมื่อต้องลุกจากโต๊ะระหว่างรับประทานอาหาร ผ้าเช็ดปากนั้นให้วางลงบนเก้าอี้หรือพนักวางแขน
เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ให้เอาผ้าวางบนโต๊ะด้านขวา
2. ควรนั่งอย่างสบาย ตัวตรง ไม่ก้มหน้า ให้ดึงเก้าอี้เข้าหาโต๊ะ และไม่นั่งไขว่ห้าง ไม่นั่งเท้าแขน เอามือวางบนตัก และไม่ควรประแป้งหรือทาลิปสติกบนโต๊ะอาหาร
3. โทรศัพท์มือถือไม่ควรเปิดเสียง และ ห้ามวางไว้บนโต๊ะอาหาร ผิดมารยาทเพราะถือว่าไม่ให้ความสำคัญกับคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย
4. ไม่ควรถอดรองเท้าใต้โต๊ะ (อย่าทำเด็ดขาด) และไม่ควรใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นเปิด (เหมาะกับค็อกเทลมากกว่า และถ้าสวมรองเท้าส้นเปิด ก็ไม่ควรใส่ถุงน่อง)
5. เอาใจใส่ดูแลทรงผม ต้องทำ ต้องเก็บให้เรียบร้อย
6. เสื้อผ้าผู้หญิงให้ระวัง อย่าใส่คอลึก เวลาก้มจะไม่งาม
ถ้าสวมกระโปรง ไม่นิยมนุ่งกระโปรงสั้น
7. จำไว้ว่า จานขนมปังอยู่ทางซ้ายมือเสมอ
( หากหยิบผิด ให้กล่าวคำขอโทษ แล้วเปลี่ยนจานขนมปังได้ )
8. ขนมปังหยิบรับประทานได้เลย ไม่ต้องรอให้เจ้าภาพบอก หากหมดแล้วขอใหม่ได้ วิธีรับประทานที่ถูกต้องคือ บิขนมปังด้วยมือ แล้วทาเนยตรงชิ้นที่เข้าปาก และเมื่อใช้มีดป้ายขนมปังเสร็จแล้ว ต้องวางคืนไว้ที่จานขนมปัง (ขนมปังรับประทานได้เรื่อยๆ จนกระทั่งจบเมนคอร์ส ถือเป็นอันสิ้นสุด)
9. แก้วน้ำอยู่ทางขวามือ อย่าใช้ผิด จะผิดทั้งโต๊ะ
10. ท่องเอาไว้ว่า ใช้ช้อน ส้อม มีด จากด้านนอกสุดเข้าหาด้านในสุด
11. การรับประทานซุปด้วยช้อนซุป ควรตักซุปออกจากตัว และ รับประทานซุปทางด้านข้างของช้อน ถ้าเป็นซุปใสใส่ถ้วยที่มีหู สามารถยกถ้วยดื่มได้เลย (ซุปข้นไม่ได้) และ ไม่ควรมีเสียงดังขณะดื่ม และไม่ควรเอาขนมปังจิ้มซุป อย่าทำเด็ดขาด
12. ควรสนทนากับผู้นั่งข้างเคียงบ้าง แต่อย่าให้เสียงดัง เวลาสนทนาควรวางมีดกับส้อมบนจานเสียก่อน อย่าถือมีดหรือส้อมชี้ประกอบท่าทาง ควรหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนาเรื่องการเมืองและศาสนา ส่วนหัวข้ออื่นๆ
พูดได้ เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ รถติด เป็นต้น
13. เวลารับประทานเนื้อ นิยมตัดรับประทานทีละชิ้นแบบอังกฤษ แต่แบบอเมริกันจะหั่นเนื้อจนหมด แล้ววางมีดไว้ด้านบนของจาน แล้วเปลี่ยนถือส้อมด้วยมือขวาส่งอาหารเข้าปาก สำหรับในประเทศไทยนิยมแบบอังกฤษ
14. เวลาหั่นอาหาร เมื่อหยิบส้อมขึ้นมา ให้คว่ำส้อม แล้วใช้นิ้วชี้และนิ้งโป้งจับไว้ที่คอมีด เพื่อจะได้ออกแรงหั่นได้ดี
15. ถ้าอาหารมีลักษณะเป็นเส้น เช่น
เส้นสปาเกตตี ให้ใช้ส้อมม้วนเส้น แล้วค่อยนำใส่ปากรับประทาน

16. อาหารจะเซตเมนูมาให้อยู่แล้ว ขอเพิ่มไม่ได้ จบแล้วจบเลย งานเลี้ยงอย่างเป็นทางการจะไม่มีการเสิร์ฟอาหารเพิ่มเติม
17. เสิร์ฟอาหารอะไรมาก็ต้องรับประทานแบบนั้น (เพราะเจ้าภาพงานจะทราบอยู่แล้วว่าแขกที่เชิญจะรับประทานอะไรได้หรือไม่ได้ ซึ่งจะหลีกเลี่ยงเมนูนั้นอยู่แล้ว)
18. ไม่ควรแชร์อาหารกับคนข้างๆ ห้ามทำเด็ดขาด
19. การเสิร์ฟ ซอร์เบท (Sorbet) หรือไอศกรีมที่ไม่ใส่นม ไม่ใส่ครีม มีรสเปรี้ยวนำ ก็เพื่อล้างปากก่อนเสิร์ฟอาหารจานต่อไป นิยมเสิร์ฟในงานพิธีการใหญ่ๆ ถ้าเป็นงานปกติจะไม่เสิร์ฟ
20. การใช้เครื่องมือรับประทานอาหารแบบพิเศษ ถ้าไม่ทราบวิธีการใช้ ให้สังเกตคนรอบข้าง
21. การรับประทานผลไม้ ใช้ส้อมหยิบผลไม้แล้วปอกด้วยมีด ซึ่งแล้วแต่ชนิดของผลไม้มีวิธีต่างๆ กัน
22. ไม่ควรเอื้อมหยิบของข้ามหน้าแขกท่านอื่นๆ ควรเรียกพนักงานบริการหยิบให้ ถ้าจำเป็นให้ขอร้องผู้นั่งร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ถัดไปด้วยความสุภาพ พร้อมกล่าวคำขอบคุณ
23. ในกรณีที่ทำของหรืออุปกรณ์รับประทานอาหารตกจากโต๊ะ อย่าตกใจ ควรขอโทษคนข้างเคียงเบาๆ และไม่ควรหยิบขึ้นมาจากพื้นเอง ขอใหม่ได้จากบริกร
24. การรวบมีดกับส้อม หรือช้อนส้อม อังกฤษนิยมรวบไว้ตรงกลาง
ตรงหน้า และหงายส้อม แต่อเมริกันนิยมรวบไว้หัวจานเฉียงๆ
25. ควรซับริมฝีปากด้วยผ้าเช็ดปากเสียก่อนการดื่มเครื่องดื่มต่างๆ
26. อาหารที่เป็นจาน 'ของหวาน' ให้ใช้ช้อน-ส้อมที่อยู่ด้านหน้า
27. ถ้าเสิร์ฟชาหรือกาแฟ เมื่อผสมใช้ช้อนคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เอาช้อนวางไว้ อย่าใช้ช้อนตักชิมเด็ดขาด
28. และอย่าเผลอเอามีดจิ้มอาหารใส่ปากเด็ดขาด
29. หากรับประทานอาหารที่มีกระดูก ให้ใช้ทิชชูปิดปากแล้วค่อยๆ คายกระดูกออกจากปาก หรือหากรับประทานอาหารที่มีก้างหรือกระดูกไก่ ซึ่งเมื่อใช้ช้อน-ส้อมแทะเนื้อหมดแล้ว สามารถนำกระดูกวางไว้ข้างๆ จานได้
30. หากรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ควรตักทีละอย่าง แล้วต้องมั่นใจด้วยว่าที่ตักมาแล้วต้องรับประทานให้หมด และเมื่อหมดแล้วสามารถลุกไปหยิบใหม่ได้อีก
และไม่ควรอย่างยิ่งที่ตักมากองๆ ไว้เผื่อคนอื่น ให้ตักเฉพาะตัวเอง
31. การเสิร์ฟเครื่องดื่มนั้นจะเสิร์ฟตามชนิดของอาหาร เช่น เสิร์ฟปลาและอาหารทะเลกับไวน์ขาว อาหารประเภทเนื้อหรือไก่ก็จะเสิร์ฟพร้อมไวน์แดง หรือไวน์โรเซ่ ส่วน 'แชมเปญ' จะเสิร์ฟตอนท้ายสำหรับการดื่มอวยพร ถ้ามีการดื่มแชมเปญ และได้รับเชิญ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ถือว่าเสียมารยาทมาก แต่ถ้าใครไม่ดื่มช่วงที่มีการดื่มอวยพร ให้ยกแก้วขึ้นจรดภายนอกริมฝีปาก โดยไม่ต้องเอาเข้าปาก
32. ถ้าเสิร์ฟไวน์ สามารถดื่มได้ตลอดจนจบงาน
33. ในกรณีที่มีการเสิร์ฟผลไม้สด เจ้าภาพจะเตรียมมีดสำหรับผลไม้ไว้ให้ พร้อมจัดถ้วยใส่น้ำลอยด้วยดอกกุหลาบหรือกลีบกุหลาบไว้ให้สำหรับล้างปลายนิ้ว และต้องล้างมือทีละข้าง อย่าล้างทั้งสองมือ (ไม่สุภาพ) ควรระมัดระวังการล้างมือ อย่าให้น้ำหกเลอะเทอะ ใช้ผ้าเช็ดมือเช็ดมือให้เรียบร้อย พึงระวังว่าไม่ใช่น้ำดื่มเพราะอาจพลาดหยิบขึ้นมาดื่มได้ ในกรณีที่ผลไม้ได้รับการปอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าภาพจะเสิร์ฟส้อมผลไม้แทน
34. Menu Card แสดงรายการอาหาร นิยมใช้กระดาษทองขอบทองขนาด 4x6 นิ้ว โดยมากมักจะพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส (ถ้าเป็นไทยล้วนก็ควรใช้ภาษาไทย) หลังจบงานเลี้ยงแล้ว ถ้าต้องการเก็บเป็นที่ระลึก สามารถนำกลับได้
35. ควรคำนึงถึงความสุภาพ นิ่มนวล และไม่รีบร้อนลุกลี้ลุกลน
มารยาทที่ดีในสังคม
มารยาท หมายถึง แนวทางในการปฏิบัติหรือการแสดงวาจา ภาษา ท่าทาง และ พฤติกรรมต่าง ๆ ออกมาให้ปรากฏแก่สายตาของผู้อื่นคนทั่ว ๆ ไปจะมีมารยาทดีมาก หรือ น้อยขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมของแต่ละ ครอบครัว บุคลิกภาพของแต่ละคนจะบอกให้รู้ว่าคนคนนั้นมีความสุภาพ อ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ และมี ระเบียบวินัยเพียงใด มารยาทแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มารยาทโดยทั่วไป และ มารยาทตามกาลเทศะ

มารยาทโดยทั่วไปที่ควรทราบมีดังนี้
1. การแต่งกายให้เรียบร้อย การแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสมกับเวลา และสถานที่ถือว่าเป็นผู้มี วัฒนธรรม และจะได้รับความเกรงใจจากผู้พบเห็น
2. การสํารวมกิริยาท่าทาง และคําพูด การอยู่ต่อหน้าผู้อื่นต้องสํารวมเรื่องการพูดไม่พูดคําหยาบคาย ตลกคะนอง เอะอะ แสดงกิริยาท่าทางให้สบเสงี่ยมเป็นการเคารพสถานที่ และรักษาบุคลิกของตนให้ดูดีใน สายตาของคนอื่น
3. การรู้จักเกรงใจ ไม่ถือวิสาสะ การเกรงใจ คือ การรู้จักระวังความรู้สึกของคนอื่นในเรื่องต่อไปนี้ - การขอความช่วยเหลือ - การขออาศัยรถ หรือบ้าน - การไปเยี่ยมเยือนในเวลาเช้า หรือดึกเกินไป หน้า 78 การพัฒนาบุคลิกภาพ (Personality Development) - การหยับยืมสิ่งของ ฯลฯ การไม่ถือวิสาสะ คือ การไม่ปฏิบัติเรื่องต่อไปนี้ - เข้าห้องผู้อื่นโดยไม่เคาะประตู - หยิบของ หรือใช้ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต - เดินเข้าไปสํารวจในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต - เปิดจดหมายของคนอื่นออกอ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต
5. การให้เกียรติผู้อื่น การให้เกียรติผู้อื่นมีอยู่ 2 แบบ คือ ให้เกียรติด้วยวาจา ได้แก่ - ไม่พูดใส่หน้าจนน้ําลายกระเด็น - ไม่กล่าวคําล้อเลียน นินทา - พูดข่ม เยาะเย้ย ดูถูก เหยียดหยาม ให้เกียรติด้วยท่าทาง ได้แก่ - ไม่สูบบุหรี่ในห้องแอร์หรือในลิฟต์ - ไม่นั่งกางขา นั่งไขว่ห้าง นั่งโยกเก้าอี้ - ไม่ถอดร้องเท้า บิดขี้เกียจ อ้าปากหาว - ไม่หวีผม ตัดเล็บ แคะ แกะ เกา - ไม่ยกเท้าไว้บนโต๊ะทํางาน หรือยกเท้าถีบพนักพิงเก้าอี้ - ไม่ยกปลายเท้าชี้แทนมือ หรือยกขาพาดตักผู้อื่น
6. การไม่พูดเพ้อเจ้อ หรือพูดสั่งพร่ําเพรื่อ พูดเพ้อเจ้อ คือ พูดออกนอกลู่นอกทาง นอกเรื่อง ที่กําลัง เป็นประเด็นสําคัญ พูดสั่งพร่ําเพรื่อ คือ พูดย้ําเตือน พูดสั่งพร่ําเพ้อ หรือ พูดย้ําเตือนกําชับ เพราะกลัวคนฟังจะ ลืม หากพูดบ่อย ๆ จะถือว่าเป็นการเสียมารยาท
8. การระมัดระวังตัว และอ่อนน้อมถ่อมตน คนที่คอยระมัดระวังตนเองจะไม่เหลียวหน้า เหลียวหลัง ทําท่าทางเลิกลัก หรือทําตัวเป็นจุดเด่น ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเหมือนคนมีปัญหา ส่วนคนที่นอบน้อมถ่อมตนจะไม่ แสดงหรือเย่อหยิ่ง จองหอง ซึ่งจะเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น
9. การไม่ทําอะไรตามใจตน และไม่ต่อปากต่อคํากับผู้ใหญ่ วัยรุ่นหรือเยาวชนส่วนใหญ่จะมีลักษณะ ใจร้อน จึงคิดและตัดสินใจทําอะไรรวดเร็วตามวัย แต่การทําตามใจตนเองนั้น ส่วนใหญ่มักผิดพลาด จึงควรยั้ง คิดฟังคําตักเตือน และปรึกษาผู้ใหญ่การสนทนากับผู้ใหญ่บางครั้งด้วยวัยที่แตกต่างกันความคิดอาจขัดแย้งกัน ได้แต่ก็ไม่ควรโต้เถียงกับผู้ใหญ่ควรใช้วิธีค่อย ๆ อธิบายเหตุผลให้ท่านได้ฟังจะดีกว่า
7. การทักทายด้วยรอยยิ้ม และอัธยาศัยไมตรีการทักทายเมื่อพบคนที่รู้จักทําได้หลายวิธีเช่น การยกมือไหว้ผู้ใหญ่การทักทายด้วยความยินดีและการส่งยิ้มให้ก็เป็นการแสดง
ถึงความเป็นคนที่มีอัธยาศัยไมตรี อันดีใคร ๆ ก็ต้องการคบหาด้วย
4. การกล่าวคําขอโทษ และขอบคุณ ควรใช้คําขอโทษ และขอบคุณให้ติดเป็นนิสัย แม้จะเป็นเรื่อง เล็กน้อยก็ตาม
Full transcript