Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

วัฒนธรรมย่อย (Sub-culture)

No description
by

weerawan wannawaog

on 17 September 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of วัฒนธรรมย่อย (Sub-culture)

วัฒนธรรมย่อย
หรือวัฒนธรรมรอง ในสังคมหนึ่งประกอบด้วย
บุคคลหลายเพศ หลายวัย หลายเชื้อชาติ หลากหลายท้องถิ่น หลากหลายศาสนา บุคคลเหล่านี้ล้วนมีแนวความคิดทัศนคติ
ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกันไปนอกจากจะปฏิบัติตาม
วัฒนธรรมของกลุ่มตนแล้วยังจะต้องปฏิบัติตามวัฒนธรรม
ของสังคมอีกด้วย
1. วัฒนธรรมย่อยทางด้านเพศ (Sex-sub-culture)
วัฒนธรรมย่อยทางด้านเพศ (Sex-sub-culture) ได้แก่ เพศหญิง เพศชาย และเพศทางเลือก
ที่มีการปฏิบัติตัวแตกต่างกันไปหลาย ๆ ด้าน เช่น กิริยามรรยาท หญิงอาจเดินกระตุ้งกระติ้ง
ชอบเย็บปักถักร้อย ชายเดินท่าทางขึงขัง เพศทางเลือกอาจจะมีความมั่นใจสูง ฯลฯ


2. วัฒนธรรมย่อยทางด้านเกณฑ์อายุ (Age-sub-culture)
วัฒนธรรมย่อย
กลุ่มคนไทยเชื้อชาติไทย ที่นับถือพุทธศาสนาและนับถือศาสนาคริสต์ ต่างก็มีวัฒนธรรมกลุ่มย่อยที่ต่างกัน
4. วัฒนธรรมย่อยทางด้านภูมิศาสตร์ (Geographical Areas)
ประเทศไทยมีขนาดใหญ่ มีสภาพภูมิศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมรวมทั้ง กลุ่มชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค
คนในแต่ละพื้นที่ได้สร้างวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ ได้ประพฤติปฏิบัติสืบกันมานับเป็นระยะเวลานาน
จนกลายเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือวัฒนธรรมพื้นบ้านขึ้นมา

5. วัฒนธรรมย่อยทางด้านอาชีพ (Occupational-sub-culture)
คนมีอาชีพอย่างเดียวกันก็จะมีวิถีการดำเนินชีวิตที่เหมือนกัน
เช่น ครูบ้านนอก ชาวประมง นักร้อง นักหนังสือพิมพ์

6. วัฒนธรรมย่อยทางด้านเชื้อชาติ (Ethnic-sub-culture)
ซึ่งในสังคมหนึ่ง ๆ ย่อมประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติอยู่ปะปนกัน เช่น กรุงเทพมีทั้งชาวไทย ชาวจีน แขก ฝรั่ง มอญ อาศัยอยู่ แต่ละเชื้อชาติดังกล่าวต่างก็มีวัฒนธรรมเป็นแบบฉบับของตนเอง


>>
เพศชาย
<<
>>
อดีต
<<
เพศชายในอดีตจะเป็นเพศที่อยู่ง่าย กินง่าย ชายไทยในช่วงทศวรรษ 70
การแต่งกายต้องพึ่งพิงร้านตัดเสื้อเป็นหลัก นิยมแต่งตัวสไตล์มอด เข้ารูปบวกกับ
กางเกงขาบาน เมื่อเข้าสู่ยุค 80 แฟชั่นก็เปลี่ยนไป เชิ้ตเข้ารูปถูกแทนที่ด้วยเชิ้ต
ตัวหลวมโพรก กางเกงทรงแบ็กกี้ที่สะโพก ผู้ชายเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว และมีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่าง
>>
ปัจจุบัน
<<
ปัจจุบันเพศชายนิยมจับจ่ายเพื่อการบริโภคมาก่อนเป็นอับดับแรก และวัยรุ่นชาย
ความเชื่อมั่นว่า ตนเองเป็นเพศที่สมบูรณ์แบบจึงอยากลองมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากต้องการ
พิสูจน์ตนเองร่วมกับความอยากรู้อยากเห็น และจะเห็นได้ว่าเพศชายปัจจุบันนิยมดูแลสุขภาพ
มาขึ้น การขายเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายมากขึ้น และผู้ชายจะเข้ารับบริการเสริมความงาม
ตามร้านตกแต่งทรงผม ทำสีผม นวดหน้า ดูดสิวเสี้ยน นวดตัวรวมทั้งการทำ ‘สปา’ทั้งหลาย
ไม่น้อยไปกว่าผู้หญิง ความจริงผู้ชายก็มีสิทธิที่จะมีผิวสะอาด ผิวสวย และชะลอแก่ เช่นเดียวกับผู้หญิง
>>
อนาคต
<<
ในอนาคตพฤติกรรมการบริโภคอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป
คาดการณ์ว่าในอนาคตเพศชายจะมีพฤติกรรมการบริโภค
เหมือนผู้หญิงมากขึ้นทั้งในเรื่องความการกิน การดูแลสุขภาพ อีกทั้งเพศชายจะหันมาขายผลิตภัณฑ์ความงามมากกว่าผู้หญิง
>>
เพศหญิง
<<
>>อดีต<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
เพศทางเลือก
<<
>>
อดีต
<<
เนื่องจากในอดีตเพศทางเลือกไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวเอง ทำให้บทบาท
ในการบริโภคของเพศที่ตัวเองอยากเป็นที่จึงมีไม่มากหนัก เพราะเพศทางเลือก
นั้นจะรู้สึกว่าหากตนเองแสดงถึงความชอบที่แตกต่าง และในอดีตนักศึกษา
ที่เป็นเพศทางเลือกไม่สามรถแต่งชุดที่ไม่ตรงกับ เพศของตัวเองได้
แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่างๆบ้างก็อนุโลมให้แต่งกายเช่นนั้นได้

>>
ปัจจุบัน
<<
ในปัจจุบันเพศทางเลือกได้มีการยอมรับมากขึ้น เพศทางเลือกสามรถแต่งตัว
เหมือนผู้หญิงได้โดยไม่อาย รวมทั้งนิยมการศัลยกรรมมากขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจ การทำงานด้านการเสริมสวย และการให้บริการด้านความงาม ทำงามฝีมือ จัดดอกไม้ ในขณะที่ในเมืองหลวง คนข้ามเพศจะมีพื้นที่ทางสังคมเป็นสปา ร้านอาหาร คอฟฟี่ซ๊อป และเวทีการแสดงคาบาเร่ต์โชว์ นั้นคือความแตกต่างกันไปตามสถานที่ เวลา ความสามารถ ฐานะทางเศรษฐกิจ และโอกาสทางสังคมของคนข้ามเพศ

>>
อนาคต
<<
>>
อนาคต
<<
มีการเคลื่อนไหวผลักดันจนเกิด พ.ร.บ. คู่ชีวิตขึ้น ซึ่งเป็น พ.ร.บ.
ที่จะรับรองสิทธิให้กับคู่ที่จดทะเบียนภายใต้ พ.ร.บ.นี้ ในการแบ่งสมบัติ
เมื่อหย่าร้าง รับรองสิทธิในการเยี่ยมคู่ชีวิตของตนเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือ
เจ็บป่วย หรือเป็นผู้รับสมบัติของคู่ชีวิตที่เสียชีวิต
(Sub-culture)
พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อหรือตัดสินใจบริโภคของบุคคลย่อมแปรเปลี่ยนไปตามระยะเวลา
ขณะอยู่ในวัยเด็ก พ่อแม่จะเป็นผู้ตัดสินใจซื้อเกือบทั้งหมด เมื่ออยู่ในวัยรุ่นบุคคล จะตัดสินใจซื้อ
ด้วนตนเองในบางอย่าง เข้าสู่วัยผู้ใหญ่มีรายได้เป็นของตนเอง อำนาจในการตัดสินใจซื้อจะมีมากที่สุด

ดังนั้นพฤติิกรรมการบริโภคนี้ จะเเบ่งช่วงอายุจะแบ่งออกตาม Generation
อายุ (age)
Generation B

อายุระหว่าง 52-70 ปี คนกลุ่มนี้ให้ความสนใจในทุกสิ่งที่
จะช่วยทำให้เค้ารู้สึกเยาว์กว่าวัย เช่น ครีมบำรุงผิวหน้า
ประทานอาหารพื้นบ้าน อยู่กินแบบเรียบง่าย นิยมรับราชการ
เพราะเชื่อว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ตราสินค้าที่คนกลุ่มนี้
ที่คุ้นเคย คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย
Generation X
อายุระหว่าง 31-51 ปี นิยมฟังเพลงประเภท เพลงร็อค เพลงฮาร์ดร็อค และเพลงเพื่อชีวิต เป็นต้น จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและเพื่อความ
สะดวกสบายเท่านั้น การใช้จ่ายเงินของ Gen X ซื้อหรือหาสิ่งของที่หรูหรา
มากกว่า Gen B การใช้ชีวิตของคนรุ่นนี้เริ่มมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง
เล็กน้อย เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกม วอล์คแมน เป็นต้น
Generation Y
Generation Y อายุระหว่าง 14-30 ปี นิยมการดูหนังต่างประเทศเป็นส่วนมาก เช่น ซีรี่ย์เกาหลี จะชอบเลียนแบบวัฒนธรรมต่างชาติ นิยมซื้อของทางออนไลน์เป็นส่วนใหญ่
รักความบันเทิง เช่น ออกเที่ยวกลางคืน หาความสนุกให้ตัวเอง พบปะเพื่อนฝูงส่วนใหญ่
นิยมใช้สื่อสารทางอินเทอร์เน็ต เช่น ดูหนังฟังเพลงผ่านYoutube การคุยโทรศัพท์ก็จะโทรหากันโดยโทรผ่าน Face หรือผ่าน Line เป็นส่วนใหญ่
Generation Z
Generation Z อายุระหว่าง 1-13 ดำเนินชีวิตแบบมีการ
ติดต่อสื่อสารไร้สาย และสื่อบันเทิงที่คุ้นเคยต่างๆ เช่น มือถือ
YouTube Gen Z ยังเป็นกลุ่มที่มีอัตราการรับชม“วิดีโอออนไลน์” และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ “เฟซบุ๊ก” สูงที่สุด คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่
จะสื่อสารผ่านข้อความบนหน้าจอมือถือ หรือคอมพิวเตอร์แทนการพูด แนวเพลงที่ชอบฟัง POP นิยมกินอาหารต่างประเทศ เช่น ชูซิ
ราเมง หรืออาหารประเภทปิ้งย่าง มากกว่ากินข้าว
3. วัฒนธรรมย่อยทางด้านศาสนา (Religious subculture)
วัฒนธรรมย่อยทางด้านศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลาม ความศรัทธาจะตระหนักอยู่เสมอว่า ชีวิตของเขาได้พันธนาการ
เข้ากับอำนาจสูงสุดของพระผู้ทรงสร้างโลก ในทุกสถานภาพของเขาจะรำลึกถึง
พระผู้เป็นเจ้า และมอบหมายตนเองให้อยู่ฃภายใต้การคุ้มครองของพระองค์ตลอดเวลา
ชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามจะเรียกว่า "ชาวไทยมุสลิม” และจะมีวิถีการดำเนินชีวิต
ตามหลักของศาสนาอิสลาม

การแต่งกายของชาวอิสลาม การแต่งกายได้ตามหลักที่เรียกว่า ฮิญาบ (Hijab) ผู้หญิงจะต้องปกปิดทุกส่วนในร่างกาย
ยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือที่สามารถเปิดได้ ส่วนการแต่งกายของผู้ชายจะต้องปิดตั้งแต่สะดือถึงหัวเข่า วัฒนธรรมการกินที่เป็นไปตาม
วิถีชีวิตของชาวอิสลาม คือ เลือก บริโภคอาหารเฉพาะที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีส่วนผสมที่ต้องห้าม เช่น เนื้อหมู น้ำมันหมู หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากหมู รวมถึงเลือดสัตว์ไม่ว่าชนิดใด อาหารที่มาจากพืชที่มีพิษและเป็นอันตรายทุกชนิด และอาหารหรือ
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือมีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายทั้งหมด ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามให้ความเคร่งครัดตามหลักปฏิบัติ
ของศาสนาทุกประการ ทั้งในเรื่องของการละหมาด การปฏิญาณตน การถือศีลอด การบริจาคซะกาต สำหรับประกอบพิธีฮัจย์
ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และกำลังทรัพย์ ทุกอย่างของการดำรงชีวิตต้องมีข้อปฏิบัติทางศาสนา
เป็นตัวกำหนด/เป็นพื้นฐาน
การแต่งกายของวัยรุ่นมุสลิมในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่าขัดกับหลักศาสนามากขึ้น เพราะว่าการแต่งกายจะเน้นการแต่งกาย
ตามแฟชั่นสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อที่เล็กลง กางเกงที่ฟิตมากขึ้น และสำหรับบางคนก็แต่งกายที่ผิดเพี้ยนไปจากที่ศาสนากำหนด
คือไม่คลุมฮิญาบ ซึ่งหลายคนมองว่าการคลุมฮิญาบนั้นมันเชย เพราะไม่สามารถที่จะเผยให้เห็นส้นผม สตรีมุสลิมทุกคนต้องมี
มาตรฐานเดียวกันต้องแต่งกายให้มิดชิด ไม่ได้แบ่งว่าคนสามจังหวัดชายแดนใต้เท่านั้นที่ต้องคลุมฮิญาบ แต่คนจังหวัดอื่นๆหรือ
ภาคอื่นๆไม่ต้องคลุมฮิญาบ ซึ่งมันเป็นความเข้าใจที่ผิดๆ ผู้ใดที่นับถือศาสนาอิสลามต้องคลุมฮิญาบทุกคน การคลุมฮิญาบถือว่าเป็น
การป้องกันตัวเองจากอันตรายอย่างหนึ่ง เพราะในปัจจุบันปัญหาที่เกิดขึ้นคือปัญหาการข่มขืน อย่างหนึ่งก็มาจากการแต่งกาย
ที่ล่อแหลม และการชอบโชว์มากเกินความจำเป็น ด้วยสังคมและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้สตรีมุสลิมบางคนมี
ความคิดที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับการแต่งกาย มองว่าการแต่งกายแบบเดิมไม่เข้ากับยุคสมัย
>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<
วัฒนธรรมย่อยทางด้านศาสนา (ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู)
พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สังคมไทยอาจมีความต้องการด้านการบริโภค
ที่ทันสมัยมากขึ้น เช่น อาหารพร้อมรับประทาน นิยมซื้ออาหารปรุงสำเร็จมากกว่า
ปรุงอาหารเอง และเนื่องจากว่าในอนาคตมีแนวโน้มว่าประชากรเพศหญิง
จะมากกว่าเพศชาย ซึ่งทำให้ความต้องการในสินค้าสำหรับสตรีมีมากขึ้น
ปัจจุบันมีผู้บริโภคเพศหญิงจะซื้อสินค้าเพื่อบำบัดความเครียดคิดเป็นจำนวนมาก
เพศหญิงนิยมซื้อสินค้าประเภทเสื้อผ้ามาก่อนเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นการซื้อสินค้าบริโภค
รองเท้า เครื่องประดับมีค่า รวมถึงหนังสือและนิตยสาร
เพศหญิงจะนิยม ซื้อของแบรนเนม ซื้อครีมหน้าขาว ครีมผิวขาว เป็นเพศที่ดูและตัวเองมากที่สุด
รักสวยรักงาม ใช้ของแพง กินอาหารที่มีราคาค่อนข้างสูง มีการซื้ออาหารเสริม เพื่อให้ตัวเองสวยงามขึ้น เพศหญิงจะใช้เงินค่อนข้างมากกว่าเพศชายในด้านการซื้อของแต่งตัว

>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<
วัฒนธรรมย่อยทางด้านศาสนา (ศาสนาซิกข์)
ผู้นับถือศาสนาซิกข์ พวกเขาแต่งตัวแตกต่างไปจากคนอื่น คือ มีผ้าโพกหัว สัญลักษณ์ของชาวซิกข์มีอยู่ 5 ประการ คือ
ไม่มีการตัดผมตลอดชีวิต มีกำไลมือ เพื่อระลึกถึงพระเจ้า มีหวีต้องใส่กางเกงใน มีความยาวเหนือเข่า 4 นิ้ว เพื่อความสะดวก
ในการปฏิบัติงาน มีดาบสั้น เพื่อป้องกันคนที่มาทำร้ายคนปฏิบัติธรรม
ชาวซิกข์ถือว่า คัมภีร์ของเขาเป็นคำสอนของพระเจ้า ซึ่งมีองค์เดียว เน้นความภักดีต่อพระเจ้า และการปฏิบัติตามคำสอน
พระเจ้าอยู่ในใจคน แต่อาจมองไม่เห็น เพราะกิเลสที่บังไว้
ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของชาวซิกข์ คือ ปฏิเสธการถือชั้นวรรณะ แม้ว่าส่วนใหญ่ที่อยู่ในประเทศจะเป็นพ่อค้าขายผ้า
แต่ก็สามารถประกอบอาชีพที่สุจริตต่างๆ ได้ และไม่รังเกียจคนที่แตกต่างไปจากตนเอง ค

>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<
การบริโภคของศาสนาซิกซ์ ในอดีตมักจะนิยมเป็นมังวิรัส นิยมรับประทานอาหารปรุงสดใหม่
โดยเน้นอาหารที่ปรุงเองที่บ้านเป็นหลัก รับประทานอาหารปรุงสด สะอาด ถูกอนามัย ด้วยฝีมือคนที่บ้าน แถมยังเป็นการประหยัดเงินค่าอาหารกลางวัน

พฤติกรรมผู้บริโภคชาวซิกซ์เกี่ยวกับอาหารพร้อมรับประทานได้มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างสิ้นเชิง โดยผู้บริโภคชาวซิกซ์มีการยอมรับอาหารประเภทนี้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวซิกซ์เปลี่ยนแปลงไปโดยหันมาบริโภคอาหารพร้อม
รับประทานมากขึ้นก็คือ ชาวซิกซ์มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นและมีการบริโภคมากขึ้น การขยายของอาชีพเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ชาวซิกซ์กลายเป็นคนเมืองมากขึ้น ซึ่งหมายถึง ชาวซิกซ์รุ่นใหม่มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้นแต่มีเวลาส่วนตัวน้อยลง

ในอนาคตพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และสภาพแวดล้อม
จึงอาจจะทำให้การแต่งกายของชาวซิกข์นั้นมีแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยเฉพาะวัยรุ่น
ที่ได้รับความนิยมการแต่งกายจากชาติตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อผ้ารัดรูปเห็นสัดส่วน แต่งตัวด้วยที่สะดุดตาเพศตรงข้าม ทั้งนี้การแต่งกายตามแฟชั่นที่ไม่สุภาพเรียบร้อย จะถือเป็น
การเสื่อมเสียเกียรติเป็นอย่างยิ่ง
วัฒนธรรมย่อยทางด้านภูมิศาสตร์ ภาคใต้
ความเป็นมาของภาคใต้
ภูมิประเทศของภาคใต้มีเอกลักษณ์เฉพาะ คือมีชายฝั่งประกบเทือกเขาสูงที่อยู่ตรงกลาง
ซึ่งไม่มีภูมิภาค อื่นๆ ภูมิประเทศเป็นหลักจึงเป็นเทือกเขาและชายฝั่ง เป็นที่ราบจะมีอยู่เป็นแนวแคบๆ
แถบชายฝั่งทะเล และสองฝั่งลำน้ำ การตั้งถิ่นฐานจะอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลทั้ง ด้านตะวันออกและ
ตะวันตก
>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<
อาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไป มีลักษณะผสมผสานระหว่าง อาหารไทยพื้นบ้าน
กับอาหารอินเดียใต้ เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ
ของภาคใต้จึงมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่นๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่อุดมสมบูรณ์ แต่สภาพอากาศร้อนชื้นฝนตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้ม จึงมีรสจัด
ช่วยให้ร่าง กายอบอุ่นป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย แต่เดิมคนไทยในภาคใต้
นิยมนั่งรับประทานอาหารกับพื้น โดยปูเสื่อบนพื้นบ้าน แล้วตักอาหารใส่ถ้วยวางลง
ไปเป็นวงกลม ผู้รับประทานเปิบข้าวกับอาหารด้วยมือ อิ่มแล้วดื่มน้ำด้วยขันหรือจอก

วิธีการรับประทานหรือการกินในปัจจุบันมีวัฒนธรรมการกินที่เปลี่ยนไปตาม
ยุคสมัยปัจจุบันนี้ คนไทยในภาคใต้ส่วนใหญ่ หันมารับประทานอาหารกันด้วยช้อนส้อม
และนั่งเก้าอี้กันแล้ว วัฒนธรรมการพูดของคนใต้ในปัจจุบันก็ยังคงมีการพูดภาษาถิ่น
ของตัวเอง แต่จะมีการใช้ภาษากลางในการสนทนาที่เป็นทางการในที่ทำงานหรือต่างถิ่น
ปัจจุบันในแต่ละภาคจะเป็นการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ ไม่ค่อยได้กินอาหารเช้า
กินอะไรที่แบบง่ายๆ เสร็จเร็ว อย่างเช่นตอนเช้าก็กาแฟกับขนมปังแผ่น เป็นต้น
อาหารหลักในการดำรงชีวิตจึงเป็นอาหารทะเล รสชาติของอาหาร
มีรสจัดกว่าภาคอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้แก่ แกงไตปลา
แกงเหลือง น้ำบูดู และเนื่องจากรสของอาหารค่อนข้างเผ็ด คนใต้จึงนิยม
รับประทานผักสดกับอาหารเป็นเครื่องเคียงเพื่อช่วยรสความเข้มข้น
ของแกงต่างๆ
วัฒนธรรมย่อยทางด้านภูมิศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ความเป็นมาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคอีสานมีพื้นที่กว้างใหญ่ พื้นที่ราบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีน้ำเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ภาคนี้จึงมีปัญหา
เรื่องการขาดแคลนน้ำ และดินขาด ความอุดม สมบูรณ์ ทำให้เกิดความเชื่อและประเพณีเกี่ยวข้องกับการขอฝน
เช่น งานบุญบั้งไฟ ซึ่งถือว่า เป็นเทศกาล สำคัญ หรือด้วยเหตุผลจากความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ ทำให้มีกลุ่มคนหลายกลุ่มอพยพ เข้ามาจากดินแดนใกล้เคียง มีการสร้างสรรค์วัฒนธรรมของกลุ่มขึ้น เช่น การพูดภาษาอีสาน ภาษาเขมร ภาษาส่วย การแสดงหมอลำ
>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<
คนไทยในภาคนี้ ส่วนใหญ่ยังคงนิยมจัดอาหารใส่ถาดสังกะสี ซึ่งมีลายเป็นดอกโตๆ ตักอาหารใส่ถ้วย
วางลงบนถาด แล้วรับประทานพร้อมข้าวเหนียวในกระติบทรงเตี้ย อันเป็นสัญลักษณ์ของ
คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิยมประกอบอาหารด้วยการปิ้งมากกว่าการทอด ซึ่งนอกจากจะสะดวกแล้ว ยังไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมาย นอกจากนี้ยังรับประทานแมลงต่างๆ เช่น มดแดง ตั๊กแตน ดักแด้ แมงกุดจี้ ฯลฯ ที่สามารถหาได้ทั่วไป ในธรรมชาติอีกด้วย อีกทั้งการนำวิธีการถนอมอาหารมาใช้เพื่อรักษาอาหาร
ไว้กินนาน ๆ จึงเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีพของคนอีสานคนอีสานนิยมหมักปลาร้าไว้กินเอง
เพราะมีปลาอุดมสมบูรณ์ และปลาร้าสามารถเก็บไว้ได้นานอีกทั้งยังนำมาเป็นเครื่องปรุงอาหารได้อีกด้วย

การกินของคนอีสานในปัจจุบันก็ยังไม่แตกต่างจากอดีตมากนัก เพราะคนอีสานยังเน้นการทำอาหาร
เน้นวิธีปรุงอาหารแบบดั้งเดิมอยู่ เสน่ห์อาหารพื้นบ้านอีสานอยู่ที่รูปแบบการปรุง วัตถุดิบ เครื่องปรุงรสชาติ ปลาร้าที่นำมาผสมผสานกันอย่างกลมกลืน สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอาหารของคนอีสานอันเป็นลักษณะ
เฉพาะถิ่น อาหารที่ขึ้นชื่อของคนอีสานคือ ส้มตำ แต่จะมีเข้ามาเพิ่มเติมคือการกินอาหารตามสมัยนิยม กินแบบต่างประเทศ คือ การกินในปัจจุบันของคน อีสานหรือภาคอื่นๆ
วัฒนธรรมของต่างประเทศจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพราะในปัจจุบันในแต่ละภาคจะเป็นการใช้ชีวิต
แบบเร่งรีบ ไม่ค่อยได้กินอาหารเช้า กินอะไรที่แบบง่ายๆ เสร็จเร็ว อย่างเช่น ตอนเช้าก็กาแฟ กับขนมปังแผ่น
เป็นต้น
คนอีสานรับประทานข้าวเหนียวเป็นหลัก รับประทานพืชผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ
ส่วนเนื้อสัตว์ต่างๆ นั้นได้มาจากสัตว์ซึ่งชาวบ้านเลี้ยงไว้เองในครัวเรือน รสชาติของ
อาหารค่อนข้างจัด ไม่นิยมอาหารที่มีรสหวาน รสเปรี้ยวเกินไป ประกอบอาหารด้วย การปิ้งมากกว่าการทอด
วัฒนธรรมย่อยทางด้านภูมิศาสตร์ ภาคเหนือ
ความเป็นมาของภาคเหนือ
ภาคเหนือมีลักษณะเป็นเทือกเขา สลับกับที่ ราบ ผู้คนจะกระจายตัวอยู่เป็นกลุ่ม มีวิถีชีวิต และ
ขนบธรรมเนียมเป็นของตนเอง แต่ก็มีการ ติดต่อระหว่างกัน วัฒนธรรมของภาคเหนือหรือ อาจเรียกว่า "กลุ่มวัฒนธรรมล้านนา" ซึ่งเป็น วัฒนธรรมเก่าแก่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้ง สำเนียงการพูด การขับร้อง ฟ้อนรำ
>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<


อาหารของภาคเหนือประกอบด้วยข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก มีน้ำพริกชนิดต่างๆ เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง
มีแกงหลายชนิด เช่น แกงโฮะ แกงแค นอกจากนั้นยังมี แหนม ไส้อั่ว แคบหมู และผักต่างๆ สภาพอากาศก็มีส่วนสำคัญ
ที่ทำให้อาหารพื้นบ้านภาคเหนือแตกต่างจากภาคอื่นๆ คือ การที่อากาศหนาวเย็น เป็นเหตุผลให้อาหารส่วนใหญ่มีไขมันมาก

อาหารภาคเหนือ ส่วนใหญ่รสชาติไม่จัด ไม่นิยมใส่น้ำตาลในอาหาร ความหวานจะได้จากส่วนผสมของอาหารนั้นๆ
เช่น ผัก ปลา และนิยมใช้ถั่วเน่าในการปรุงอาหาร ผักที่ใช้จิ้มส่วนมากเป็นผักนึ่ง ส่วนอาหารที่รู้จักกันดีได้แก่ ขนมจีนน้ำเงี้ยว
ที่มีเครื่องปรุงสำคัญและขาดไม่ได้คือ ดอกงิ้ว ซึ่งเป็นดอกนุ่มที่ตากแห้ง ถือเป็นเครื่องเทศพื้นบ้านที่มีกลิ่น

ปัจจุบันคนภาคเหนือยังนิยมรับประทานพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อาจจะเป็นผักป่า หรือว่าผัก ข้างรั้ว
อาหารภาคเหนือส่วนใหญ่รสชาติไม่จัด อีกทั้งชาวล้านนารับประทานด้วยวิธีปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนเล็กๆ
แล้วจิ้มลงไปในน้ำ สำหรับการจัดสำรับอาหารก็จะจัดใส่ขันโตกหรือโก๊วะข้าว ที่ทำมาจากไม้ ซึ่งนิยมใช้ไม้สัก
ในการทำขันโตก และในปัจจุบันมีการนำเอาหวายมาสานเป็นขันโตกด้วย
อาหารของภาคเหนือ ประกอบด้วยข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก มีน้ำพริกชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำพริกหนุ่ม
น้ำพริกอ่อง มีแกงหลายชนิด เช่น แกงโฮะ แกงแค นอกจากนั้นยังมีแหนม ไส้อั่ว แคบหมูและผักต่างๆ ส่วนใหญ่
รสชาติไม่จัด ไม่นิยมใส่น้ำตาลในอาหาร

ในอนาคตด้านเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทกับการกินของประชากรในแต่ละภาคมากยิ่งขึ้น เช่น การรับประทานอาหาร
แทนที่ในปัจจุบันจะทำกินกันในบ้าน หรือออกไปกินตามร้านอาหารนอกบ้าน แต่อาจจะเป็นการสั่งผ่านสื่อออนไลน์
เข้ามากินในบ้าน เพราะขี้เกียจที่จะออกไปซื้อที่ร้าน อีกทั้งยังเบื่อกับ สภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่การจราจรติดขัด
หนาแน่นมากยิ่งขึ้น แต่ในปัจจุบันมันก็มีแล้วที่สั่งอาหารผ่านสื่อออนไลน์แต่อาจล้ำหน้าไปมากกว่าในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
แต่วัฒนธรรมการกินของประชากรในแต่ละ ส่วนภูมิศาสตร์นั้นก็ยังเหมือนในปัจจุบันหรืออาจเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
เพราะปัจจุบันคนใช้ชีวิตเร่งรีบ อาจจะทานอาหารนอกบ้าน

สรุปวัฒนธรรมย่อยด้านการกินในอนาคตของทั้ง 3 ภาค
วัฒนธรรมย่อยทางด้านอาชีพ ครูบ้านนอก
วัฒนธรรมย่อยทางด้านอาชีพ ครูบ้านนอก
อุปกรณ์การเรียนของเด็กๆ ในสมัยนั้นมีเพียงแค่กระดานชนวนกับชอล์กบางๆ ไว้ขีดเขียนเท่านั้น
เนื้อหาที่เด็กๆ คุณครูสมัยนั้นจะสอนวิชา การอ่าน, การเขียน, คณิตศาสตร์, ประวัติศาสตร์, และภูมิศาสตร์ ให้กับเด็กๆ ครูในอดีตให้ความรักและความเอาใจใส่ มีความปรารถณาดีต่อศิษย์ และต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดีของศิษย์ในทุกเรื่อง ครูมีหน้าที่เป็นผู้ให้ โดยไม่หวังผลและ
แสวงหาประโยชน์จากศิษย์ ทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจ ในการถ่ายทอดวิทยาการต่างๆ
ให้กับศิษย์อย่างเต็มที่ มีความยุติธรรมและมีความเป็นกลาง ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
เข้าใจในความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน และที่สำคัญที่สุดคือ ให้ความรักแก่ศิษย์ด้วยใจที่บริสุทธิ์
ใน อดีต
วัฒนธรรมย่อยทางด้านอาชีพ ครูบ้านนอก
ใน ปัจจุบัน
วัฒนธรรมย่อยทางด้านอาชีพ ครูบ้านนอก
ใน อนาคต
ครูไทยในอนาคต (C-Teacher) ไว้อย่างน่าสนใจ 8 ประการคือ

1. Content ครูต้องมีความรู้และทักษะในเรื่องที่สอนเป็นอย่างดี
2. Computer (ICT) Integration ครูต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอน
3. Constructionist ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดที่ว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง
4. Connectivity ครูต้องสามารถจัดกิจกรรมให้เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ผู้เรียนกับครู ครู ภายในสถานศึกษาเดียวกันหรือ
ต่างสถานศึกษา ระหว่างสถานศึกษา และสถานศึกษากับชุมชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ ให้นักเรียน
ได้ลงมือปฏิบัติอันจะก่อให้เกิดประสบการณ์ตรงกับนักเรียน
5. Collaboration ครูมีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะการเรียนรู้แบบร่วมมือระหว่างนักเรียนกับครู
6. Communication ครูต้องมีทักษะการสื่อสาร ทั้งการบรรยาย เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนได้อย่างเหมาะสม
7. Creativity ครูต้องออกแบบ สร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน
มากกว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หน้าห้องเพียงอย่างเดียว
8. Caring ครูต้องมีมุทิตาจิตต่อนักเรียน ต้องแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยอย่างจริงใจต่อนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเกิด
ความเชื่อใจ ส่งผลให้เกิดสภาพการเรียนรู้ตื่นตัวแบบผ่อนคลาย ซึ่งเป็นสภาพที่นักเรียนจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด


เมื่อหน้าที่และบทบาทของครูผู้สอนได้เปลี่ยน จากการบรรยายหน้าชั้นเรียนเพียงอย่างเดียวมาเป็น การกล่าวนำ
เข้าสู่บทเรียนทำหน้าที่เป็นเพียงผู้แนะนำ ให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาให้แก่ผู้เรียน จึงเกิดวิธีการสอนที่หลากหลายมากขึ้น มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอนแบบปฏิสัมพันธ์ผ่านเครือข่าย (Network) อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำให้ครูต้องมีการปรับทัศนคติใหม่ พัฒนาความรู้และทักษะความสามารถที่จำเป็นตามแนวทาง C-Teacher
วัฒนธรรมย่อยทางด้านอาชีพ นักร้อง
วัฒนธรรมย่อยทางด้านอาชีพ ประมง
วัฒนธรรมย่อยทางด้านเชื้อชาติจีน
ชาวไทยเชื้อสายจีน คือ ชาวจีนที่เกิดในประเทศไทยและเป็นเชื้อสายของผู้อพยพชาวจีน หรือชาวจีนโพ้นทะเล
คนไทยเชื้อสายจีน ส่วนมากบรรพบุรษจะมาจากจังหวัดแต้จิ๋ว ในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน
พูดภาษาแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นภาษา กลุ่มหมินหนาน รองลงมาคือมาจาก แคะ ฮกเกี้ยน และไหหลำ
>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
วัฒนธรรมย่อยทางด้านเชื้อชาติ มอญ
มอญ เป็นชนชาติเก่าแก่ที่สุดชนชาติหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณพม่าตอนล่าง
เป็นชาติหนึ่งที่สั่งสมอารยธรรมด้านศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี อักษรศาสตร์ สถาปัตยกรรม กฎหมาย ดนตรี และนาฏศิลป์ เป็นมรดกตกทอดมายังภูมิภาคเอเชียอาคเนย์


>>
ปัจจุบัน
<<
วัฒนธรรมย่อยทางด้านเชื้อชาติ เขมร
ชาวไทยเชื้อสายเขมร เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งในประเทศไทย ที่มีความสัมพันธ์กับชนชาติไทย
และประเทศไทยมาช้านาน

>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<
>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<
ในอดีตเพศหญิงจะถูกปลูกฝังโดยการอบรมเลี้ยงดูให้เคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดาอย่างเคร่งครัด
วิถีชีวิตตลอดจนวิธีการดำเนินชีวิตจะต้องอยู่ในขอบเขตที่ทางครอบครัวได้วางเอาไว้ ค่านิยมทางเพศในอดีตมีลักษณะ
ดังนี้
1. ผู้หญิงต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเพียงอย่างเดียว
2. การนัดพบกัน ในอดีตสามารถพบกันได้โดยการแนะนำจากผู้ใหญ่หรือพบกันตามวัดในเทศกาลต่างๆ
ไม่มีโอกาสได้มาพบกันในสถานที่สาธารณะอย่างเช่นในปัจจุบัน
3. ผู้หญิงต้องไม่แสดงกิริยายั่วยวน แสดงท่าทีเชื้อเชิญหรือให้โอกาสผู้ชายได้เข้ามาใกล้ชิด
4. การถูกควบคุมจากผู้ใหญ่ในเรื่องของการเลือกคนรัก การแต่งงาน ที่เรียกว่า “คลุมถุงชน”
5. เมื่อแต่งงานผู้หญิงมีหน้าที่เพียงแค่ดูแลบ้านและบุตร
ในอนาคตเสื้อผ้าแฟชั่นมุสลิมจะมีการพัฒนามากขึ้น มีสีสันมีวิวัฒนาการตัดเย็บเพื่อเป็นการพัฒนาเครื่อง
แต่งกาย แฟชั่นมุสลิมจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ และชอบเดินตามรอยชาวตะวันตก
จึงทำให้วัยรุ่นมุสลิมหันไปนิยมการแต่งกายตามชาวตระวันตก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายโป๊ เปลือย
ใส่เสื้อผ้ารัดรูปเห็นสัดส่วน แต่งตัวด้วยลวดลายที่สะดุดตาเพศตรงข้าม การไม่คลุมฮิญาบ ใส่กระโปรงสั้น แต่งหน้าเพื่อโอ้อวดความสวยงาม การแต่งกายที่คลั่งไคล้ตามดารา-นักร้อง นักแสดง เป็นต้น
ศาสนาศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู แบ่งเป็น 2 นิกาน ดังนี้
1. ไศวนิกาย จะถือเพศ นุ่งขาว ห่มขาว ไว้มวยผม ถือศีล จริยาวัตรของพราหมณ์ มีครอบครัวได้
2. ไวษณวะนิกาย จะไว้ผมเปียหรือมวยผม ถือเพศพรหมจรรย์ กินมังสวิรัติ ไม่ถูกต้องตัวสตรีเพศ นุ่งห่มสีขาว หรือสีต่าง ๆตามวรรณะนิกาย
ในการบวชเป็นพราหมณ์หลวง นั้นมีข้อห้ามที่พราหมณ์ไม่สามารถทำได้ เช่น ห้ามรับประทานเนื้อวัว ปลาไหล และงูต่างๆ และห้ามตัดแต่งผม ต้องไว้ผมยาวแล้วมุ่นเป็นมวยไว้ที่ท้ายทอย
เพราะตามหลักศาสนาเชื่อ ว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่อยู่ของเทวดา

ชาวฮินดูไม่นิยมฆ่าวัวหรือกินเนื้อวัวก็เป็นเพราะเคารพยกย่องและบูชาโคนนทิ ซึ่งเป็นโคศักดิ์สิทธิ์
สำหรับมวลมนุษย์ ตามเทวาลัยหลายๆ แห่งของลัทธิไศวนิกาย (นับถือพระศิวะเป็นใหญ่สูงสุด) ในปัจจุบันมีชนกลุ่มน้อยที่มีทัศนคติที่เปลี่ยนไปจากการบริโภคอาหารมังสวิรัส จึงทำให้บุคคลกลุ่มนี้
การบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น สำหรับอาหารมังสวิรัติสำเร็จรูปจะขายดีเป็นพิเศษ
เมื่อมีเทศกาลกินเจ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บ้านเป็นเรื่องต้องห้ามในอดีต เพราะบ้าน
เป็นเสมือนที่ศักดิ์สิทธิ ข้อห้ามนี้เข้มงวดกับผู้หญิงมาก แต่ปัจจุบันเริ่มมีคนดื่ม เพื่อการพักผ่อนมากขึ้น
พฤติกรรมการแต่งกายเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ผู้บริโภคจะใช้จ่ายเงินเพื่อการช้อปปิ้งมากขึ้น
ทั้งโลชั่นบำรุ่งผิวและเครื่องประดับ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าประชากรและวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี ส่งผลต่อลักษณะการใช้ชีวิต
และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยผู้บริโภคยุคใหม่จะมีความฉลาดและรู้จักเลือกสินค้าที่มีประโยชน์
ต่อสุขภาพมากขึ้น และพร้อมที่จะจ่ายเงินเพิ่มในการซื้อสินค้าดังกล่าว จึงทำให้ผู้บริโภคหันนิยมอาหารจาก
ธรรมชาติและอาหาร ออร์แกนิก ตามแนวโน้ม ผู้บริโภคอาหารที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้นด้วย
โดยรูปแบบการบริโภคในอนาคตจะเน้นเรื่องความสะดวกในการรับประทานมาเป็นอันดับแรก
ดังนั้นการซื้ออาหารสำเร็จรูปจากร้านอาหารมารับประทานที่บ้านจะเป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้
การจัดการเรียนการสอนของครูปัจจุบันจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ฝึกให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีใน
การสืบค้นข้อมูล ในการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนสามารถปฏิบัติได้จริงเพราะการที่นักเรียนได้
ฝึกประสบการณ์หรือลงมือปฏิบัติเองจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตัวอย่าง พีระมิดแห่งการเรียนรู้
จากการวิเคราะห์ภาพพีระมิดแห่งการเรียนรู้ แสดงให้เห็นว่าการที่นักเรียน
ได้การติวให้กับเพื่อนร่วมชั้น เพราะการติวหรือการได้สอนให้ผู้อื่น
จะทำให้เด็กจำได้ถึง 90 % การทดลองปฏิบัติเอง จะจำได้ถึง 75%
และ การได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน เช่น การพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันในกลุ่ม
จะช่วยให้จำได้ถึง 50%

ดังนั้นครูในศตวรรษที่ 21 จึงต้องเรียนรู้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เลิกใช้การเรียนการสอนแบบเดิมที่ยืนอธิบายหน้ากระดานให้นักเรียนฟัง
แล้วสั่งการบ้าน แต่ครูต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้
เพื่อให้นักเรียนฝึกปฏิบัติกิจกรรมเองโดยที่ครูคอยเป็นที่ปรึกษาของนักเรียนแทน
ได้ถึง 90%
ในอนาคตแนวโม้นในการจัดการประกวดร้องเพลงมากขึ้น ซึ่งการประกวดร้องเพลง
อาจจะมีความแตกต่างกันหรือมีความคล้ายคลึงกัน สามารถเปิดโอกาสให้คนที่มีความฝัน
อยากเป็นนักร้อง คนเสียงเพราะแต่รูปร่างหน้าตาไม่ค่อยดีจะไม่ได้รับโอกาสหรือดึงดูด
แต่จะให้โอกาสกับ คนที่มีรูปร่างหน้าตาดี เพราะรู้สึกว่ามีเสน่ห์ ซึ่งจะเป็นการทาบทามให้
เป็นนักแสดงในอนาคต
อาชีพการทำประมงในอดีตเป็นการออกหาปลาเพื่อการดำรงชีวิต แม้จะไม่ร่ำรวย
แต่ก็พอเลี้ยงชีพ พอที่จะส่งลูกไปโรงเรียน มีความสุขตามสมควร อาชีพชาวประมงเป็นอาชีพดั่งเดิม
ที่คนในยุคสมัยก่อนหากินตามแหล่งน้ำธรรมชาติในการจับสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา มาบริโภคและ
ขาย เป็นการเลี้ยงชีพตามวิถีของธรรมชาติ

นักร้องชายเริ่มมีการใส่สูท นักร้องหญิงจะสวมใส่ชุดราตรีหรือชุดไทย ที่ดูแล้วเรียบร้อย มีสีสันสดใส และมีเครื่องประดับตกแต่งเพื่อให้มี
ความโดดเด่น แนวเพลงที่ใช้ร้องในอดีต จะสะท้อนวิถีชีวิต สภาพสังคม อุดมคติและวัฒนธรรมไทย ในการสื่อสารการตลาดจะใช้การโฆษณา
ผ่านวิทยุกระจายเสียง
นักร้องชาย ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนักแต่มีบางส่วนที่นิยม
การแต่งตัวตามแฟชั่นเกาหลี
นักร้องหญิงในปัจจุบัน มีบางส่วนที่แต่งตัวเหมาะสม
สวยงาม เซ็กซี่ตามสมควร แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่แต่งตัว
ไม่เหมาะสม ไม่ถูกกาลเทศะ บางคนออกแนวโป๊ กางเกงสั้น
เสื้อต้องเน้นโชว์เนินอก เน้นให้เห็นถึงเรือนร่าง โชว์ขาอ่อน

ในปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบธุรกิจประมงมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างรายได้
ให้กับอาชีพประมงมากขึ้น หากมองความสำคัญด้านเศรษฐกิจประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิต
และแปรรูปสินค้าอาหารทะเลและประมง และช่วยสร้างงานในอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ให้คนไทยอีกหลายล้านคน แน่นอนอุตสาหกรรมประมงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมความเจริญเติบโต
ทางเศรษฐกิจของประเทศ
อาชีพประมงในอนาคตจะมีการเปลี่ยนไปจากอดีตมากจนทำให้เกิดการแข่งขัน
ในการประกอบอาชีพมากยิ่งขึ้นและได้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ในการประกอบอาชีพ
และได้ทำเป็นธุรกิจกิจขนาดใหญ่มีการส่งออกไปยังต่างประเทศจึ่งทำให้อาชีพประมงในอนาคต
จะมีการแข่งขันกันเป็นอย่างมากส่งผลกระทบกับทรัพยากรทางทะเลทำให้เกิดการ
ประกอบอาชีพประมงที่ผิดกฎหมายมากยิ่งขึ้น
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน นิยมกิน เป๋าฮื้อ หอยเป๋าฮื้อจัดเป็นหนึ่ง
ในแปดสุดยอดอาหารจีนราคาแพงที่สุด อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารมากมาย และมีคลอเลสเตอรอลต่ำเมื่อเทียบกับอาหารทะเลชนิดอื่นๆ เป็นสัตว์กินพืชที่มี
อายุยืน ในอดีตผู้ที่ได้รับประทานจะมีแต่พวกจักรพรรดิและขุนนางผู้ใหญ่ โดยมีความเชื่อว่าเป็นอาหารสิริมงคลเพราะมีความหมายมงคลช่วยห่อความมั่งคั่ง
ให้เหลือกินเหลือใช้ นิยมกินในโอกาสสำคัญเพราะมีราคาแพงมาก
>>
อนาคต
<<
อนาคตมีแนวโน้มที่จะทำให้วัฒนธรรมอาจเปลี่ยนไปแต่ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารก็ยังคงเดิมและพัฒนาให้คนไทย
คนจีนสามารถพูดแลกเปลี่ยนภาษาของกันและกันได้ และสำหรับลูกหลานจีนที่เป็นวัยรุ่นก็ได้รับสื่อต่างๆ
จากไต้หวันมาก ทั้งละคร และเพลง ทำให้ในปัจจุบันมีโรงเรียนสอนภาษาจีนเปิดสอนอยู่มากขึ้นตามเพื่อสนอง
ความต้องการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นภาษาจีนแบบไต้หวันหรือกว๋อยวี่ก็ยังเป็นวงแคบ เพราะภาษาจีนถิ่นนี้ใช้ระบบ
จู้อินแทนพินอินและใช้อักษรตัวเต็ม ดังนั้นอนาคตการเรียนภาษาจีนกลางหรือผู่ทงฮว่าจึงเป็นที่นิยมกว่า
วันตรุษจีน วันถือศีลกินผัก

>>
อดีต
<<
สตรีมอญ ในอดีตมีวิชามอญรำติดตัว เพราะนอกจากการเป็นแม่บ้านแม่เรือนแล้ว การรำมอญยังเป็นสิ่งที่แสดงออก
ถึงความเป็นกุลสตรี การร่ายรำประณีตอ่อนช้อย ทำให้มอญรำยังคงเปี่ยมเสน่ห์ วัฒนธรรมประเพณีมอญที่มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เครื่องปั้นดินเผา อาหาร นาฏศิลป์ และดนตรี ประเพณีมอญบางส่วนกลมกลืนไปกับ
วิถีชีวิตของไทยอย่างแยกไม่ออก เช่น สงกรานต์ ตักบาตรดอกไม้ ล้างเท้าพระ เป็นต้น อาหารหวานของคนมอญในอดีต โดยมากทำขึ้นง่ายๆ เช่น ลอดช่อง ข้าวตอกน้ำกะทิ ในอดีตเครื่องปั้นดินเผานั้นนับว่าเป็นปัจจัยหลักของทุกครัวเรือน

>>
อนาคต
<<
ในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆด้าน แต่ก็ยังคงความเป็นวัฒนธรรมเดิมไว้
ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การเดินทางโดยในเรือ ในอนาคตอาจจะมีสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นมา
และวัฒนธรรมหลายๆอย่างเข้ามามีบทบาทในสถานที่แห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม สถานที่เหตุนี้ ย่อมมีการปรับตัวในอยู่กับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงได้โดยที่ยังคงความเป็นวัฒนธรรมดังเดิมไว้ ให้อยู่ตลอดไป
>>
อดีต
<<
>>
ปัจจุบัน
<<
>>
อนาคต
<<
ในสมัยโบราณหญิงชาวเขมรมีความพิถีพิถันในเรื่องกายแต่งกายมาก ดังนั้นจะเห็นได้จากเสื้อที่สวมใส่
ได้จากการตัดเย็บด้วยฝีมือล้วนๆ และที่ขาดไม่ได้ คือ ผ้านุ่งที่มีเอกลักษณ์มาแต่โบราณ สวยงามไม่ว่าจะเป็น
ผ้าสมอ ผ้าสกู ผ้ากระเนียว ผ้าอันปรม ผ้าโฮล ผ้าเก็บ ผ้าจดอ ผ้าโสร่ง เป็นต้น
การแต่งงานของชาวเขมรถิ่นไทย ฝ่ายชายต้องเสียเงิน และบรรณาการให้ฝ่ายหญิง โดยต้องจัดขันหมาก
ไปให้ฝ่ายหญิง ประกอบด้วยหมู เหล้า ขนม ข้าวต้ม ผลไม้และ เงินทอง ฝ่ายหญิงต้องล้างเท้า
ให้ฝ่ายชายก่อนขึ้นบ้าน ส่วนมากอยู่ในชนบทมีชีวิตเรียบง่าย
ประกอบอาชีพเกษตรกรรม หนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ว่างจากการทำนา ทำไร่ จะเดินทางไปรับจ้างในตัวเมือง
และในกรุงเทพฯ เมื่อถึงฤดูเพาะปลูกก็จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ประกอบอาชีพหลักของตน

ในปัจจุบันเขมรยังคงวัฒนธรรมการแต่งกายเหมือนในอดีต เขมรถิ่นไทยมีชีวิตเรียบง่าย ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ทำนา ทำไร่ อาหารหลักของชาวเขมรถิ่นไทยคือ ข้าวเจ้า ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาแห้ง ปลาย่าง ปลาต้ม น้ำพริกจิ้มผัก ผลไม้ได้แก่ กล้วย น้อยหน่า มะม่วง มะพร้าวและขนม ได้แก่ ขนมโชค ขนมเนียล ขนมกันตาราง ขนมกระมอล ขนมมุก เป็นต้น
การแต่งกายของชาวเขมรถิ่นไทย ผู้หญิงจะนุ่งผ้าถุง (ซำป๊วด) ซึ่งเป็นผ้าไหมพื้นเมืองที่มีชื่อคือ ผ้าโฮล ผ้าอำปรุม
ผ้าซิน ผ้าซาคู ส่วนผู้ชายนุ่งโสร่ง สำหรับเสื้อ ผู้หญิงใส่เสื้อ แขน กระบอก ผู้ชายใส่เสื้อคอกลม เครื่องประดับจะเป็นเครื่องเงิน เรียกว่า ประเกือ็ม (ประคำ) นำมาร้อยเป็นสร้อย ต่างหู เป็นต้น เขมรถิ่นไทย มีการละเล่น พื้นบ้านได้แก่ จเรียง เป็นการขับร้องหรือแหล่กลอนสด เนียะจเรียง หมายถึง ผู้ขับร้อง


ในอนาคตภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณและความงามมีแนวโน้มจะ
เพิ่มสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่า ค่านิยมด้านความงามเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นต่อชาวเขมรถิ่นไทย โดยเฉพาะเพศหญิง
ที่เห็นว่าการมีผิวพรรณที่สวยงาม หน้าตาสดใส ถือเป็นเรื่องสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
ทั้งในแง่ของการเป็นส่วนช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเรียน การทำงาน และการดึงดูดเพศตรงข้ามอีกด้วย
รวมทั้งพฤติกรรมการแต่งตัวที่เปลี่ยนไป ประกอบกับอิทธิพลของสื่อทั้งจากโทรทัศน์ ป้ายโฆษณา และอินเทอร์เน็ต
ที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการสร้างค่านิยมดังกล่าว จึงทำให้กลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจ
กับการแต่งตัว และผลิตภัณฑ์เสริมความงามมากขึ้น


ปัจจุบันประเพณีและค่านิยมบางอย่างที่ยังคงปฏิบัติตาม ครอบครัวลูกหลานจีนก็ยังยึดถือปฏิบัติอยู่ เช่น การไหว้เจ้าในโอกาสต่างๆ ซึ่งถือเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษชาวไทยเชื้อสายจีนใน และยังมีการแต่งกายที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ยังคงนิยมสีแดง ที่เป็นสีแห่งความเป็นมงคลของชาวจีน
ปัจจุบันชาวไทยเชื้อสายมอญ ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีมอญ
เอาไว้ได้เหนียวแน่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เครื่องปั้นดินเผา อาหาร
นาฏศิลป์ ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนไป เครื่องปั้นประเภทเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ลดความนิยมลง ขณะที่เครื่องปั้นประเภทสวยงามได้พัฒนาขึ้นเป็นสินค้าที่ระลึก ประยุกต์รูปแบบและประโยชน์ใช้สอยให้ร่วมสมัย รองรับตลาดนักท่องเที่ยว
Full transcript