Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

"BABY BOOMER"

No description
by

kitiphong yorddamnurn

on 1 February 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of "BABY BOOMER"

"BABY BOOMER"
ระหว่าง พ.ศ.2489-2507
ค.ศ. 1946-1964
"BABY BOOMER"
Baby Boomer หรือ Gen-B หมายถึงคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489 – 2507 หรือในยุค สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 สาเหตุ ที่เรียกว่า "เบบี้บูมเมอร์" ก็เพราะว่าหลังจากสงครามโลก ครั้งที่ 2 สงบลง บ้านเมืองที่ผ่านการสู้รบได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชากรที่เหลืออยู่ ในแต่ละประเทศจึงต้องเร่งฟื้นฟูประเทศให้กลับมาแข็งแกร่งมั่นคงอีกครั้ง แต่ทว่า…สงครามที่ผ่านพ้นไปก็ได้คร่ากำลังพล และแรงงานไปเป็นจำนวนมาก ประเทศเหล่านี้จึงขาด แรงงานในการขับเคลื่อนประเทศ คนในยุคนั้นจึงมีค่านิยมที่จะต้องมีลูกหลาย ๆ คน เพื่อสร้างแรงงานขึ้นมาพัฒนาประเทศชาติ จึงเป็นที่มาของคำว่า "เบบี้บูมเมอร์" นั่นเอง
ปัจจุบันนี้ คนยุคเบบี้บูมเมอร์คือคนที่มีอายุตั้งแต่ 49 ปีขึ้นไป และเริ่มเข้าสู่วัยชราแล้ว คนกลุ่มนี้จึงเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการ ทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา มีความอดทนสูง ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก สู้งาน พยายามคิดและทำอะไรด้วย ตัวเอง เป็นเจ้าคนนายคน ถูกครอบครัวสั่งสอนมาให้เป็นคนประหยัด อดออม จึงมีการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง คน ในยุคอื่น ๆ อาจจะมองคนยุคเบบี้บูมเมอร์ว่าเป็นพวก "อนุรักษ์นิยม" เป็นคนที่เคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณี แต่คนกลุ่มนี้ถือว่าน่าจะมีจำนวนมากที่สุดในสังคมปัจจุบันเลยทีเดียว
เศรษฐกิจ

การเมือง
สังคม
สื่อประชาสัมพันธ์ที่ม

กลุ่มลูกค้า
วัตถุประสงค์ของการเดินทาง
HONG KONG
การใช้เครืิ่องบินเป็นพาหนะในการเดินทาง
ในเวลานั้น เครื่องบินได้เข้ามามีบทบาทสำคัญสำหรับการเดินทางไปยังที่ไกลๆ เป็นอย่างมาก เพราะเครื่องบินเป็นพาหนะ ที่จะสามารถทำให้ผู้คนสามารถเดินทางไปที่ไกลๆ ได้โดยสะดวกและรวดเร็วใช้เวลาไม่นานเหมือนการเดินทางโดยทางเรือ
และในช่วงเวลาระหว่าง GENERATION BABY BOOMER นี้ ประเทศไทยได้มีการถือกำเนิดบริษัทสายการบินแห่งแรก ของประเทศด้วย นั่นก็คือ "บริษัทเดินอากาศไทย" ก่อนจะพัฒนามาเป็น "การบินไทย" ในปัจจุบัน
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เศรษฐกิจของไทยตกต่ำ เกิดภาวะเงินเฟ้อ ค่าของเงินลดลง สินค้ามีราคาแพง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจาก ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งขาดเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็น เช่น
เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น
ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งทำให้ประเทศนั้นมีการ พัฒนาและเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่ใช้ ตำราเรียน รสนิยมใน การใช้ชีวิต รวมถึงการสร้างอารยธรรมใหม่ โดยการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มักจะเกิดจากอิทธิพล ของผู้นำประเทศหรือนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ ในสมัยนั้นคือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม รัฐบาลของจอมพล ป.พยายามสร้างอำนาจอันชอบ ธรรม โดยการปลุกกระแสความคิดชาตินิยม สร้างความคิดให้ชาวไทยเห็นว่าระบอบ การปกครองโดยผู้นำของประเทศเป็นผู้ชี้นำเป็นการปกครองที่ดี จึงให้คำขวัญในหมู่ประชาชน
ว่า “เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย”
การมุ่งมั่นพัฒนาประเทศไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ มีการปลุกระดมให้คนไทยรู้สึกรักชาติ โดยออกประกาศสำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วย “รัฐนิยม” หลายอย่าง ซึ่งบางอย่างได้ประกาศ เป็นกฎหมายในภายหลัง หลายอย่างกลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ เช่น การรำวง ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย เป็นผู้เปลี่ยนชื่อ “ประเทศสยาม” เป็น “ประเทศไทย” และเป็นผู้เปลี่ยน “เพลงชาติไทย” มาเป็นเพลงที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
โทรทัศน์ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม นับเป็นเครื่องมือ สำคัญที่โน้มน้าวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต รวมถึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดรูปแบบและทิศทางของผู้คน ในสังคมไทย โทรทัศน์เป็นเครื่องมือที่สามารถเป็นช่องทาง ในการสื่อสารได้ทั้งภาพและเสียง การสื่อสารและการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารของคนในสังคมก็เริ่มมีช่องทางและทางเลือกมาก ขึ้น ซึ่งโทรทัศน์นั้นสามารถให้ความบันเทิงและเสริมสร้าง จินตนาการให้กับคนในสังคมมาอย่างยาวนาน
ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีคอมพิวเตอร์แบบดิจิตอลใช้ และได้นำมาติดตั้งที่สำนัก งานสถิติแห่งชาติ เพื่อใช้ในการทำงานด้านสำมะโนประชากร
วิทยุ
นิตยสาร
ป้ายประชาสัมพันธ์
แผ่นโฆษณา
หนังสือพิมพ์
โทรทัศน์
1 กลุ่มชนชั้นสูง ที่มีกำลังซื้อ
2 กลุ่มชนชั้นกลางที่ร่ำรวยอย่างต่อเนื่อง
1.เพื่อศึกษาเล่าเรียนวิทยาการความรู้ที่ประเทศตะวันตก
2 กลุ่มชนชั้นกลางที่ร่ำรวยอย่างต่อเนื่อง
3.นักธุรกิจและนักค้าขาย
2.เพื่อเยี่ยมญาติ เยี่ยมบุตรหลาน เยี่ยมเพื่อนชาวต่างชาติ ที่พำนักหรือศึกษาที่ประเทศนั้นๆ
3.เพื่อออกไปดูโลกกว้าง ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ หลังจากที่ประเทศต่างๆเปิดประเทศหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2
4.เพื่อการค้าและการทำธุรกิจ
การคมนาคมขนส่ง
การคมนาคมขนส่งในยุคนี้ค่อนข้างมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการตัดถนนเพิ่มขึ้นหลายสาย มีการใช้รถยนต์ ในการเดินทางกันมากขึ้นในพระนคร ส่วนทางรถไฟ เนื่องจากมีการขยายเส้นทางไปสู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย การเดิน ทางโดยรถไฟ จึงสะดวกและได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นด้วย สำหรับทางเรือ ก็ยังคงเป็นยานพาหนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในการสัญจร ไม่ว่าจะเดินทางเพื่อการค้าขายหรือไปต่างประเทศ แต่สำหรับในยุคสมัยนี้ มีเครื่องบินเชิงพาณิชย์เกิดขึ้น ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เริ่มได้รับความนิยม เพราะมีความสะดวกสบายและรวดเร็วมากกว่ายานพาหนะอื่นๆ ในการใช้สัญจร เดินทางไปยังต่างประเทศ
พฤติกรรมการบริโภค พ.ศ.2489-2507
ยุคนี้เป็นช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึง วิทยาการใหม่ๆก็เจริญขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนในยุคนี้จะเลือก บริโภคสินค้าและบริการที่แปลกใหม่ มีการเลียนแบบ บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลทางความคิด ผลิตภัณฑ์ ที่จะตอบสนองความต้องการของคนในยุคนี้จะต้องมี คุณภาพและมองเห็นถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับจาก สินค้าและบริการนั้นๆอย่างชัดเจน
โปรแกรมทัวร์...
สื่อประชาสัมพันธ์ที่เลือกใช้
สำหรับการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า
ของโปรแกรมที่ขาย

หนังสือพิมพ์
สื่อโทรทัศน์
ในขณะนั้นหนังสือพิมพ์สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกกลุ่ม และเป็นที่นิยมมากในสมัยนั้น

เราจึงเลือกลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์เป็นหลัก โดยเลือกลงในหนังสือพิมพ์ฉบับรายวัน “ไทยรัฐ”และ”เดลินิวส์” เนื่องจากเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น
ในยุคนั้นสื่อโทรทัศน์เป็นสื่อที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเป็นสื่อที่เราสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงเนื่องด้วยสมัยนั้นโทรทัศน์ยังมีราคาที่สูง โทรทัศน์จึงกลายเป็นเครื่อง ชี้วัดได้ว่า หากบ้านใดมีโทรทัศน์นั้นหมายถึงว่ามีฐานะที่ร่ำ รวยนั้นเองซึ่งกลุ่มลูกค้าของเราก็คือคนกลุ่มนี้
ผลตอบรับและความคุ้มค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการลงสื่อหนังสือพิมพ์

ความคุ้มค่า 80/100

ภาพลักษณ์ 90/100

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 80/100

ความต่อเนื่องของการเห็นโฆษณาของผู้บริโภค 90/100

อัตราส่วนของการตัดสินใจซื้อจากลูกค้าที่เข้ามาจากสื่อนี้ 70/100
ผลตอบรับและความคุ้มค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการลงสื่อโทรทัศน์

ความคุ้มค่า 90/100

ภาพลักษณ์ 100/100

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 100/100

ความต่อเนื่องของการเห็นโฆษณาของผู้บริโภค 100/100

อัตราส่วนของการตัดสินใจซื้อจากลูกค้าที่เข้ามาจากสื่อนี้ 90/100
กลยุทธ์ทางการตลาดที่เลือกใช้ในช่วง ปี พ.ศ. 2489 – 2507
กลยุทธ์ Celebrity Marketing
Celebrity Marketing คือการใช้บุคคลมีชื่อเสียงมาช่วยในการทำการตลาด เพราะ บุคคลผู้มีชื่อเสียงมักตกเป็นเป้าสนใจของสาธารณชน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะค่า นิยมบวกกับสังคมและวัฒนธรรมไทยที่มักยกย่องเชิดชูคนดัง เหล่าคนดังเปรียบ เสมือนเป็นผู้นำทางความคิด แฟชั่น และจิตวิญญาที่ผู้คนอยากนำมาเป็นต้นแบบ อยู่เสมอ การใช้ Celebrity ที่มีภาพลักษณ์ดีและพื้นฐานทางสังคมน่าเชื่อถือ ช่วยให้ ผลิตภัณฑ์มีภาพความน่าเชื่อถือและดูดีเพิ่มขึ้นอีกแบบเท่าทวีคูณ

ดังนั้นทางบริษัท แกรนด์ ทัวร์ จึงเลือกใช้ คุณ อาภัสรา หงสกุล นางสาวไทยและ นางงามจักรวาลคนแรกของประเทศไทย เพราะเธอเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ทั้งประเทศและมีชื่อเสียงมากที่สุดในสมัยนั้น และเช่นเดียวกันเธอเองก็สามารถสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือให้บริษัทเราได้อีกด้วย
ผลตอบรับและความคุ้มค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้แบรนด์ แอมบาสเดอร์

ความคุ้มค่า 90/100

ภาพลักษณ์ 100/100

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 90/100

ความต่อเนื่องของการเห็นโฆษณาของผู้บริโภค 100/100

อัตราส่วนของการตัดสินใจซื้อจากลูกค้าที่เข้ามาจากสื่อนี้ 90/100
พฤติกรรมการบริโภค BABY BOOMER GENERATION ยุคปัจจุบัน
ผู้บริโภคที่เกิดในช่วงนี้เป็นกลุ่มคนมีประสบการณ์ชีวิตสูงและเงินเก็บ
สะสมมากเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อมีศักยภาพในการบริโภค
สินค้า อีกทั้งเป็นผู้บริโภคที่มีทัศนคติที่ดีต่อการซื้อจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อ
ตัวเองและบุคคลใกล้ชิด ผู้บริโภคกลุ่มนี้หากกำลังทำงานอยู่ก็กำลังสะสมเงิน
เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย อย่างมีความสุข สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ ตามใจ
ปรารถนา ใช้สินค้า คุณภาพดี การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการจะ
พิจารณาที่คุณภาพ และประโยชน์ ที่ได้รับจากสินค้านั้นๆเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพล
ทางความคิดและอยู่ เบื้องหลังการตัดสินใจกระทำการต่างๆ ของคน Generation อื่นอยู่เสมอ และที่สำคัญที่สุดมีความจงรักภักดีต่อตราสินค้า
กลุ่มลูกค้า
1.กลุ่มข้าราชการระดับสูง
2.ผู้บริหารระดับบน
3.นักธุรกิจและนักค้าขาย
4.ผู้เกษียณอายุ
วัตถุประสงค์ของการเดินทาง
1.เพื่อท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ
2.เพื่อเยี่ยมญาติ เยี่ยมบุตรหลาน เยี่ยมเพื่อนชาวต่างชาติที่พำนักหรือศึกษาที่ประเทศนั้นๆ
3. เพื่อการค้าและการทำธุรกิจ
4.เพื่อศึกษาดูงาน
เรียนรู้วิทยาการและเทคโนโลยีของต่างประเทศ
5.เพื่อเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม
วิถีชีวิตของชาวต่างประเทศ
นิตยสาร
นิตยสาร Power Magazine
เป็นอีกหนึ่งสื่อนิตยสารที่เราเลือกใช้ สำหรับการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นนิตยสารที่เจาะกลุ่มผู้ที่เดินทางโดยเฉพาะ
ผลตอบรับและความคุ้มค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการลงสื่อนิตยสาร Power Magazine

ความคุ้มค่า 70/100

ภาพลักษณ์ 90/100

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 80/100

ความต่อเนื่องของการเห็นโฆษณาของผู้บริโภค 90/100

อัตราส่วนของการตัดสินใจซื้อจากลูกค้าที่เข้ามาจากสื่อนี้ 70/100
นิตยสาร
นิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม ลูกค้าจะมีความภักดีในการติดตาม นิตยสารฉบับนั้นๆอย่างต่อเนื่อง นิตยสารที่เลือกใช้ คือ นิตยสาร GM นิตยสารที่ผู้อ่านอยู่ในระดับบน เป็นนิตยสารเกี่ยวกับ Lifestyle สำหรับผู้ชายอันดับ 1 ของเมืองไทย เน้นเนื้อหาสาระ เกี่ยวกับธุรกิจ การบริหาร การใช้ชีวิต ด้วยยอดพิมพ์ 125,000 เล่ม มียอดผู้อ่านเป็นอันดับ 1 กลุ่มผู้อ่านเป็นกลุ่ม B+ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จากผลสำรวจของสมาคมนิตยสารแห่งประเทศไทยระบุว่า ผู้ซื้อให้ความ เชื่อถือกับโฆษณาที่ลงในนิตยสารมากกว่าทางสื่ออื่นๆ เนื่องจากสามารถอธิบายรายละเอียดสินค้าได้มาก กว่า และความน่าเชื่อถือของตัวนิตยสารเองก็ทำให้โฆษณาที่ลงนั้นน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย เราจะตีพิมพ์ เป็นรายเดือน ตำแหน่งปกหลังด้านใน ขนาดของโฆษณาจะเป็นขนาดเต็มหน้า

ผลตอบรับและความคุ้มค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการลงสื่อนิตยสาร

ความคุ้มค่า 80/100

ภาพลักษณ์ 100/100

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 90/100

ความต่อเนื่องของการเห็นโฆษณาของผู้บริโภค 100/100

อัตราส่วนของการตัดสินใจซื้อจากลูกค้าที่เข้ามาจากสื่อนี้ 90/100
หลักการตลาด
กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง Differentiation Strategy
1. ความแตกต่างในด้านผลิตภัณฑ์ Product Differentiation
หมายถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่องค์กรนำเสนอสู่ตลาด การสร้างความแตกต่าง ในด้านผลิตภัณฑ์นั้น น่าจะเป็นทางเลือกที่มีความจำเป็นมาก ทางเราจะเลือก จัดทำโปรแกรมทัวร์ที่แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ โดยเลือกองค์ประกอบในการจัด ทัวร์ให้ดีที่สุด เช่นใช้โรงแรมในระดับ 5 ดาว อาหารที่คัดสรรคุณภาพมาเป็น อย่างดีฯลฯ และจัดเส้นทางที่เหมาะสมกับคนใน Generation B เช่นโปรแกรม เพื่อสุขภาพ โปรแกรมเพื่อครอบครัว โปรแกรมที่เด่นความหรูหรา เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แตกต่างนั้นเอง
2.ความแตกต่างในด้านบริการ Service Differentiation
เป็นการนำเสนอบริการเสริมเพิ่มคุณค่าที่แตกต่างจากคู่แข่งมานำเสนอเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การจัดรถรับ-ส่ง ,การอำนวยความสะดวกที่สนามบิน ฯลฯ
3.ความแตกต่างในด้านบุคลากร People Differentiation
เป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยการคัดสรรและพัฒนาบุคลากรให้แตกต่างจากคู่แข่งในหลาย ๆ ด้าน ตั้งแต่บุคลิกภาพ การศึกษา ความรู้ความชำนาญ รวมถึงความแตกต่างในด้านพฤติกรรม ที่แสดงออกต่อลูกค้า ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นทางเลือกกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการดึงดูดลูกค้าไว้กับองค์กร
4.ความแตกต่างในด้านภาพลักษณ์ Image Differentiation
เป็นการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง ซึ่งถือเป็น กลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดย เฉพาะปัจจุบันซึ่งเป็น ยุคการตลาดแบบ สร้างสรรสังคมและ จิตวิญญาณ (Creative Society and Human Spirit) เป็นยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญว่า ใครเป็นผู้ผลิตสินค้านั้นๆ มากกว่าคุณลักษณะและคุณประโยชน์ ของตัวสินค้าซึ่งหาความแตกต่างได้ยากในยุคนี้ การสื่อสารภาพลักษณ์ นั้นเป็นหน้าที่โดยตรงของนักการตลาด ในขณะที่การสร้าง รักษา และปกป้องภาพลักษณ์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์นั้นเป็นหน้าที่ของบุคลากรทุกคนในทุกระดับขององค์กร
กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง Differentiation Strategy
ในปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดของธุรกิจท่องเที่ยวค่อนข้างสูงมาก
มีบริษัททัวร์มากมายเกิดขึ้นการแข่งขันทางด้านราคาจึงค่อนข้างรุนแรงมาก เราจึงมองว่ากลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง Differentiation Strategy เป็นทางเลือกหนึ่งในระดับการแข่งขันที่สูงแบบนี้ในการสร้างความได้เปรียบใน
การ แข่งขัน ด้วยการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งนั้น สามารถสร้างความแตกต่างได้ 4 อย่าง คือ

กลยุทธ์การตลาดแบบ “ปากต่อปาก”
(WOMM หรือ Word of Mouth Marketing)
เป็นรูปแบบในการทำการตลาดที่มีการใช้งานกันมาอย่างยาวนาน โดยมักจะนำกลยุทธ์ปากต่อปากมาใช้เพื่อให้สินค้าและการบริการของตัวเองเพื่อให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นรูปแบบใน การทำการตลาดที่ได้ผลในวงกว้าง สามารถแพร่กระจายได้อย่าง รวดเร็วและยังใช้เงินลงทุนต่ำ การใช้ Word-of-mouth เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เหมาะสมสำหรับคนในกลุ่มเจนเนอเรชั่น B เพราะคนกลุ่มนี้มักจะพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับกลุ่มเพื่อนสนิทอยู่เสมอ
ผลตอบรับและความคุ้มค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการบอกต่อแบบ Word-of-mouth
ความคุ้มค่า 100/100

ภาพลักษณ์ 90/100

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 90/100

ความต่อเนื่องของการเห็นโฆษณาของผู้บริโภค - /100

อัตราส่วนของการตัดสินใจซื้อจากลูกค้าที่เข้ามาจากสื่อนี้ 90/100

คือ การที่ผู้บริโภคมีทัศนคติที่ดีต่อตราสินค้าหนึ่งไม่ว่าจะเกิดจากความเชื่อมั่น การนึกถึง หรือตรงใจผู้บริโภค และเกิดการซื้อซ้ำต่อเนื่องLoyalty Program เป็นโปรแกรม ในการสร้างความภักดีขึ้นมาระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่อยู่ใน CRM (โปรแกรมการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า) Loyalty Program ทำงานโดยการทำความรู้จักกับลูกค้าโดยการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ของลูกค้า เช่น เพศ อายุ รายได้ ฯลฯ รวมถึงข้อมูลในการใช้จ่ายซื้อสินค้าบริการ แล้วจึงนำข้อมูลที่จัดเก็บมา จัดเรียงและวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรม ลักษณะนิสัยและความชื่นชอบของลูกค้า แล้วจึงคัดกรองแบ่งกลุ่มได้ว่าลูกค้ากลุ่มไหนคือลูกค้าประจำที่มีแนวโน้มจะใช้จ่ายกับแบรนด์เราอยู่เรื่อยๆ และสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด หรือลูกค้ากลุ่มไหนที่เป็นลูกค้าขาจร ซื้อสินค้าน้อย เพื่อที่เราจะได้สามารถบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ อย่างเหมาะสม
ผลตอบรับและความคุ้มค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการตลาดแบบความภักดีในตราสินค้า
(Brand Loyalty)
ความคุ้มค่า 100/100

ภาพลักษณ์ 100/100

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 100/100

ความต่อเนื่องของการเห็นโฆษณาของผู้บริโภค 90 /100

กลยุทธ์การตลาดแบบความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty)
โปรแกรมสำหรับสำหรับ
Baby Boomers Generation ในยุคปัจจุบัน
1.เส้นทางเพื่อการพักผ่อน ชื่นชมธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม
2.เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อครอบครัวและลูกหลาน
3.เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อแสดงถึง
ตัวตน ฐานนะ และความเป็นหน้าเป็นตา
DUBAI
BABY BOOMER GENERATION
ในยุคปัจจุบัน
หลักการตลาด
Full transcript