Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

Untitled Prezi

No description
by

Chidchanok Phoophet

on 25 November 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of Untitled Prezi

จุดเด่นและการนำมาใช้
ในทางการศึกษา
หลักการที่สาคัญ
การจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎี Constructionism

การจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎี
Constructionism
เป็นนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนากระบวนการคิดของ
ผู้เรียนและนำเสนอผ่านผลงานที่จัดทา ดังนั้นครูผู้สอนต้องดาเนินการจัดการเรียนรู้ดังนี้
(สุชิน เพ็ชรักษ์, 2548 : 3 – 4)

1. เชื่อมโยงสิ่งที่รู้แล้วกับสิ่งที่ผู้เรียนกาลังเรียน
2. การให้โอกาสผู้เรียนเป็นผู้ริเริ่มทาโครงการที่ตนเองสนใจ
3. เปิดโอกาสให้มีการนาเสนอความคิด
ผลงาน ผลการวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน
4. ให้เวลาทางานอย่างต่อเนื่องในการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎี
Constructionism


ผู้ที่พัฒนาทฤษฎี

ทฤษฎีการเรียนรู้ Constructionism
แบบ ของ ซีมัวร์ พาร์เพิร์ท (Seymour Papert) นักการศึกษาชาวอเมริกัน ได้รับการพัฒนามาจากแนวคิด Constructivism ที่มีต้นความคิดมาจากนักจิตวิทยา 2 ท่าน คือ
Jean Piaget ชาวสวิสเซอร์แลนด์ และ Lev Vygotsky ชาวรัสเซีย



มีดังนี้ (สุชิน เพ็ชรักษ์, 2548 : 31 – 34)
1. หลักการที่ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
คือ การให้ผู้เรียนลงมือสร้างสิ่งของหรือประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ได้ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอกที่มีความหมาย ซึ่งจะรวมถึงปฏิกิริยาระหว่างความรู้ในตัวของผู้เรียนเองกับประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมภายนอก สามารถเชื่อมโยงและสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่
2. หลักการที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้
คือ ครูต้องจัดบรรยากาศการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนด้วยตนเอง
3. หลักการเรียนรู้จากประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม

หลักการนี้เน้นให้เห็นความสาคัญของการเรียนรู้ร่วมกัน ทาให้ผู้เรียนเห็นว่าคนเป็นแหล่งความรู้อีกแหล่งหนึ่งที่สาคัญ การสอนตามทฤษฎี Constructionism เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมคนออกไปเผชิญโลก ถ้าผู้เรียนเห็นว่าคนเป็นแหล่งความรู้สาคัญและสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ เมื่อจบการศึกษาออกไปก็จะปรับตัวและทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. หลักการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ

หลักการนี้เน้นการใช้เทคโนโลยีแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง เป็นผลให้เกิดพฤติกรรมที่ฝังแน่นเมื่อผู้เรียน เรียนรู้ว่าจะเรียนรู้ได้อย่างไร (Learning how to Learn) ดังนั้นเครื่องมือที่ใช้ต้องมีลักษณะเอื้อต่อการให้ผู้เรียนนามาสร้างเป็นชิ้นงานได้สาเร็จ ตอบสนองความคิดและจินตนาการของผู้เรียน


ครูเป็นบุคคลสาคัญที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ความเชื่อ ดังนี้

1. ต้องไม่ถือว่า ครูเป็นผู้รู้แต่ผู้เดียว ผู้เรียนต้องเชื่อตามที่ครูบอก แต่ครูต้องตระหนักว่าตนเองมีความรู้ที่จะช่วยเหลือนักเรียน
เท่าที่จะช่วยได้

2. ต้องพยายามให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมากที่สุด อดทนและปล่อยให้นักเรียนประกอบกิจกรรมด้วยตนเอง

3. ไม่ควรถือว่า “ ผู้เรียนที่ดีต้องเงียบ ” แต่ครูควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พูดคุยแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

4.ต้องไม่ถือว่าการที่ผู้เรียนเดินไปเดินมาในการทากิจกรรมการเรียนรู้เป็นการแสดงถึงความไม่มีระเบียบวินัย

5. ไม่ควรยึดติดกับหลักสูตรมากเกินไป ไม่ควรจะยัดเยียดเนื้อหาที่ไม่จาเป็นให้กับผู้เรียน
ควรคิดว่าการให้เนื้อหาที่จาเป็นแม้จะน้อยอย่างก็ยังดีกว่าสอนหลายๆอย่าง แต่ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้น้อยมาก

6. การจัดตารางสอนควรจัดให้ยืดหยุ่น เหมาะสมกับเวลาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฎิบัติ
กิจกรรมภายในเวลาที่เหมาะสมไม่มากหรือน้อยไป

"ทฤษฎีการเรียนรู้
constructionism "

ซีมัวร์ พาร์เพิร์ท
Jean Piaget
Lev Vygotsky
จุดเด่น

ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยการสร้างความรู้ใหม่ขึ้นด้วยตนเอง

ในส่วนของขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ตามแนว Constructivism & Constructionism นั้น อาจใช้ขั้นตอนการสอนของ Driver and Bell ดังนี้

1. ขั้นนำ
(Orientation)
เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะได้รับรู้ถึงจุดมุ่งหมาย และมีแรงจูงใจในการเรียนบทเรียน
2. ขั้นทบทวนความรู้เดิม
(Elicitation of the Prior Knowledge)
3. ขั้นปรับเปลี่ยนความคิด
(Turning Restructuring of Ideas) นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญหรือเป็นหัวใจสำคัญตามแนว Constructivism ขั้นนี้ประกอบด้วยขั้นตอนย่อย ดังนี้
3.1 ทำความกระจ่างและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกัน
(Clarification and Exchange of Ideas) ผู้เรียนจะเข้าใจได้ดีขึ้น
3.2 การสร้างความคิดใหม่
(Construction of New Ideas) จากการอภิปรายและการสาธิต
3.3 ประเมินความคิดใหม่
(Evaluation of the New Ideas) โดยการทดลองหรือการคิดอย่างลึกซึ้ง
4. ขั้นนำความคิดไปใช้
(Application of Ideas) เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนมีโอกาสใช้แนวคิดหรือความรู้ความเข้าใจที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคย
5. ขั้นทบทวน
(Review) ผู้เรียนจะได้ทบทวนว่า ความคิด ความเข้าใจของเขาได้เปลี่ยนไป เป็นการทบทวนความคิดเมื่อตอนเริ่มต้นบทเรียน กับความคิดเมื่อสิ้นสุดบทเรียน
การนำมาใช้ในทางการศึกษา
ThaNK YOU
FOR ATTENTION
ทฤษฎี Constructionism
มีความหมายสั้นที่สุด
คือ การเรียนรู้โดยการปฏิบัติ (Doing) หรือสร้าง (Making)
สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น (Papert, 1999)
สามารถขยายความออกไปได้อีกว่า
Full transcript