Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

NATO และ SEATO

No description
by

Apinya Charoenin

on 25 April 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of NATO และ SEATO

NATO และ SEATO
Southeast asia treaty organization
เหตุการณ์สำคัญ
ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1949 โดยสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ
(North Atlantic Treaty) และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1949
สงครามเย็นส่งผลให้มีการจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือขึ้น
ในปีเดียวกันนี้มีการทำสัญญาองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอว์ (Warsaw Treaty Organization
หรือ WTO) ของฝ่ายคอมมิวนิสต์
ค.ศ. 1966 ฝรั่งเศสถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของนาโต้ทำให้สำนักงานใหญ่ของนาโต้ต้อง
ย้ายไปยังกรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม
ค.ศ. 1989 กำแพงเบอร์ลินถูกทำลายลง นำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลคอมมิวนิสต์
ค.ศ.1991 NATO ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและบทบาทใหม่ อีกทั้งยังรับประเทศอดีตคอมมิวนิสต์
ในยุโรปตะวันออกเข้ามาเป็นสมาชิกด้วย ทำให้เป็นองค์การในระดับภูมิภาคของยุโรปอย่างแท้จริง
ค.ศ.2004 NATO รับประเทศสมาชิกในเขตยุโรปตะวันออกอีก 7 ประเทศ ถือเป็นพันธมิตร
ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะทำให้ขอบเขตของนาโต้ขยายไปจรดพรมแดนของรัสเซีย
NATO
NORTH ATLANTIC tREATY ORGANIZATION
ประเทศสมาชิก
ธง NATO
1949
สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร
แคนาดา เบลเยียม เดนมาร์ก
ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ อิตาลี
ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์
นอรเวย์ โปรตุเกส
1952
กรีซ ตุรกี
1955
เยอรมนี
1982
สเปน
1999
สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี โปแลนด์
2004
บัลแกเรีย เอสโตเนีย ลัตเวีย
ลิทัวเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย
โรมาเนีย
2009
แอลเบเนีย โครเอเชีย
วัตถุประสงค์
ต่อต้านการรุกรานของสหภาพโซเวียต
และประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์ในสงครามเย็น
ให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิก
ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของ
ประเทศสมาชิก
SEATO
ธง SEATO
ประเทศสมาชิก
สหรัฐอเมริกา
ออสเตรเลีย
ไทย
ปากีสถาน
ฟิลิปปินส์
นิวซีแลนด์
อังกฤษ
ฝรั่งเศส
วัตถุประสงค์
สกัดกั้นการขยายตัวของฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่กำลังขยายตัวในภูมิภาคนี้
หรือเรียกว่า ยุคสงครามเย็น อันเป็นยุคของการต่อสู้ทางลัทธิอุดมการณ์ทาง
การเมืองระหว่างสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ กับเสรีนิยมประชาธิปไตย
เหตุการณ์สำคัญ
ค.ศ. 1954 ดไวท์ ดี. ไอเซ็นโฮเวอร์ ริเริ่มก่อตั้งสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้(SEATO) โดยมอบหมายให้จอห์น ฟอสเตอร์ ดัลเลส เป็นผู้ร่างสนธิสัญญาขึ้น
ค.ศ. 1956 สหรัฐฯใช้สนธิสัญญานี้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธการรวมประเทศ เวียดนามและยังยืนยันที่จะให้แบ่งประเทศเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ที่เส้นขนาน 17 องศา ทำให้เวียดนามตกเป็นเขตแดนภายใต้การป้องกันของ SEATO และทำให้ได้สิทธิในการเข้าไปในพื้นที่อย่างถูกกฎหมาย
ในช่วงทศวรรษ 1960 ภาคีหลายประเทศถอนตัวออกจากกิจกรรมของ SEATO
ค.ศ. 1977 รัฐบาลไทยและรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ตกลงให้ยกเลิก SEATO อย่างเป็นทางการ
ความเหมือนกันระหว่าง
NATO และ SEATO
1.)วัตถุประสงค์
NATO -มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านการรุกรานและถ่วงดุล
อำนาจของสหภาพโซเวียตและประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์
ในสงครามเย็น
SEATO - สกัดกั้นการขยายตัวของฝ่ายคอมมิวนิสต์ ที่กำลังขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
2.) การริเริ่มก่อตั้งองค์กร NATO
และ SEATO
NATO - สหรัฐฯ เป็นแกนนำหลักในการก่อตั้งและชักชวน
ประเทศอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาบรัสเซลส์ มาประชุมกันและเจราถึงการจัดทำสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ
SEATO - รัฐบาลของประธานาธิบดี Eisenhower ได้สร้างแนว
คิดเรื่อง ทฤษฎีโดมิโนขึ้นมา ทำให้ริเริ่มการก่อตั้ง SEATO ขึ้นมา
โดยมี John Foster Dulles เป็นผู้ร่างสนธิสัญญา SEATO
3.)ความสัมพันธ์อันดีของไทยต่อ
NATO และ SEATO
SEATO - ตลอดเวลาการดำรงอยู่ของ SEATO ไทยเป็นภาคีที่เข้าเกี่ยวข้องกับองค์การอย่างแข็งขันที่สุด
1962 มีการลงนามในแถลงการณ์ร่วมรัสค์ – ถนัด (Rusk – Thanat Communiqui)
รัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกาได้มีโครงการที่จะ ปรับปรุงสนามบินอู่ตะเภาร่วมกัน
NATO - ไทยมีสถานะเป็นพันธมิตรนอกนาโต้
ซึ่งไทยกับสหรัฐฯมีความสัมพันธ์ทางด้าน การทหารของไทย-สหรัฐฯ รวมไปถึง ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง

ความแตกต่าง
1.) ประเทศสมาชิกและภูมิภาค
2.) หน้าที่การปฏิบัติงาน
NATO - NATO มีบทบาทหน้าที่ในการต่อต้านการ
รุกรานของสหภาพโซเวียต และลัทธิคอมมิวนิสต์ นอกจากนี้ยังคอยให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกจาก
การรุกรานจากประเทศภายนอกและส่งเสริม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่ประเทศสมาชิก


ได้แบ่งภารกิจของนาโต้เป็น 3 ด้าน ด้านที่หนึ่ง เรียกว่า
collective defense หรือการป้องกันร่วมกัน
ด้านที่สองคือ crisis management หรือการจัดการกับ
วิกฤติการณ์ และด้านที่สามคือ cooperative security
หรือความมั่นคงร่วมกัน
SEATO - ไม่ได้มีบทบาท
ในการปฎิบัติงานมากนัก มีหน้าที่
อย่างเป็นทางการอยู่ไม่กี่อย่าง แต่อย่างไรก็ตาม
หน้าที่หลักของ SEATO ก็คือการป้องกันการ
ขยายอำนาจของคอมมิวนิสต์ที่ แพร่กระจาย
อยู่ในเอเชียตะวันออก
3.)การดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ
ใน NATO และ SEATO
NATO - เป็นความร่วมมือแบบพหุภาคี (multilateralism)
คือ การทำข้อตกลงระหว่างประเทศมากกว่า สองประเทศ
SEATO - สหรัฐฯเน้นความร่วมมือแบบทวิภาคี
(ฺbilateralism) ทวิภาคีคือการทำข้อตกลงระหว่าง
ประเทศแค่ สองประเทศ
4.) การแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันของ
NATO และ SEATO
NATO - มีการระบุว่าหากประเทศใดประเทศหนึ่งถูกรุกราน ประเทศสมาชิกที่เหลือจะเข้าให้ความช่วยเหลือ
SEATO - ปัญหานั้นเป็นปัญหาของประเทศนั้นๆเอง
5.) กองกำลังทหาร
NATO - นับเป็นพันธมิตรทางทหารที่สำคัญที่สุดของโลก มีกองกำลังทหารเป็นของตนเอง
SEATO - องค์กรนี้ไม่มีกองกำลังทหารประจำการขององค์กร แต่ประเทศเจ้าภาพได้จัดกิจกรรมทางทหารสำหรับ
ประเทศสมาชิก
from http://en.wikipedia.org/w/index.php?title=NATO&oldid=658527168
6.)
6.) การแทรกแซงการทำงาน
NATO - ในช่วงต้น สนธิสัญญาดังกล่าวดูเหมือนจะมีผลแต่ในนาม จนกระทั่ง การประทุของสงครามเกาหลี (Korean War) ทำให้ท่าทีของสหรัฐเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาให้ความช่วยเหลือทางด้านทรัพยากรพร้อมส่งกองกำลังเข้าร่วมภารกิจในสงครามเกาหลี

SEATO - สนับสนุนกลุ่มฝ่ายขวาในลาว จากสถานการณ์ความไม่สงบในลาวในช่วง หลังข้อตกลงเจนีวา แต่ถูกคัดค้านจากทั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐ
http://en.wikipedia.org/wiki/John_Foster_Dulles
http://www.nham.or.th/download/44/
Full transcript