Introducing
Your new presentation assistant.
Refine, enhance, and tailor your content, source relevant images, and edit visuals quicker than ever before.
Trending searches
ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต
มาใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้าอย่างแพร่หลายโดยใช้พัฒนาหรือ
สร้างสรรค์สื่อใหม่เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งถ่ายทอด
เนื้อหาให้ออกมาในรูปของบทเรียนออนไลน์โดยผู้เรียนสามารถ
ศึกษาบทเรียน์ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่อีกทั้งสามารถ
แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น หรือสอบถามข้อสงสัยต่างๆ ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนหรือระหว่าง ผู้เรียนด้วยกันเอง ผ่าน
ช่องทางการสื่อสารแบบออนไลน์ MOOC จึงเป็นการเรียนรู้
รูปแบบใหม่ที่สนับสนุนให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองในศตวรรษที่ 21
คำว่า MOOC มีต้นกำเนิดจากพัฒนาการของทรัพยากร
การศึกษาแบบเปิดหรือที่เรียกว่า
Open Educational Resources (OER) ตั้งแต่ปี 2000-2007 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาระบบ
เปิด โดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเชตส์ (Massachusetts
Institute of Technology : MIT) ได้สร้างระบบเปิดที่ชื่อว่า Open Course Ware โดยใช้ซอฟต์แวร์ระบบเปิด และใช้ผลิตเนื้อหาระบบเปิด นอกจากนี้ยังมี Open Learn ในมหาวิทยาลัยปิดของอังกฤษ
MOOC (Massive Open Online Course) หมายถึง รูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์สําหรับกลุ่มผู้เรียนขนาดใหญ่
โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยเหลือ
ให้ผู้เรียนได้เข้าถึงบทเรียนแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือมีค่าใช้จ่ายเพียง
เล็กน้อยในบางหลักสูตร ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ
และห้องเรียนออนไลน์นี้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
เพื่อสอบถามแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นต่อกันได้
เทคโนโลยีที่ใช้สำหรับ MOOC เป็นการใช้อินเทอร์เน็ต
และระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการเรียนการสอน เช่น Khan Academy ใช้วีดีโอการสอนร่วมกับการทำแบบฝึกหัด
ต่างๆ ผ่านเว็บ และสามารถตรวจแบบฝึกหัดได้อัตโนมัติโดย
คอมพิวเตอร์ทันที นอกจากนี้อาจารย์ยังสามารถเก็บข้อมูล
ของผู้เรียนโดยการวัดผลว่าผู้เรียนแต่ละคนมีความเก่งหรือ
ไม่ถนัดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
การเรียนผ่าน MOOC นั้นส่วนใหญ่เป็นการเรียน
แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายหรืออาจมีในกรณีที่ต้องแลกกับ
ใบปริญญาหรือเอกสารรับรองอื่นๆ ซึ่งใครก็ตามที่มี
อินเตอร์เน็ตก็สามารถที่จะเข้าเรียนได้
การเรียนผ่าน MOOC นั้นผู้เรียนไม่ได้เพียงนั่งฟัง
อย่างเดียว ระหว่างที่เรียนจะมีคำถามแทรกอยู่ตลอด ทำให้ผู้เรียนต้องตั้งใจเรียนตลอดเวลา นอกจากนี้
ผู้เรียนยังสามารถตั้งคำถามโดยให้เพื่อนนักเรียนที่มีอยู่ทั่วโลกมาช่วยกันมาตอบได้และสามารถปรึกษากับผู้สอน
หรือผู้ช่วยสอนได้ตลอดซึ่งสิ่งนี้เป็นการสร้างบรรยากาศ
การเรียนแบบตัวต่อตัวให้เกิดเป็นจริงในโลกออนไลน์ได้แม้จะมีนักเรียนเป็นจำนวนมากก็ตาม
ผู้เรียนจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน อายุเท่าไหร่มีสิทธิเข้าเรียน
ได้เหมือนกันหมด โดยสามารถเลือกวิชาที่อยากเรียน
ได้ตามใจชอบ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวบังคับนอกจากจะเรียน
เอาเกียรติบัตรและปริญญาและเรียนตามความเร็วและเวลาที่ตัวเองสะดวกแต่ถ้าเป็นการเรียนแบบมีกำหนดเวลา
ก็ต้องทำตามเวลาที่เขากำหนด
ลักษณะแบบเปิดเกี่ยวข้องกับหลายๆ แนวคิด ได้แก่ ซอฟแวร์แบบ open-sourceการลงทะเบียนที่เปิดสำหรับ
ใครก็ได้ หลักสูตรที่เปิดหรือมีโครงสร้างที่ไม่เคร่งครัด แหล่งของข้อมูลเปิด กระบวนการประเมินเปิด และผู้เรียน
เปิดสำหรับสภาพแวดล้อมของการเรียนที่แตกต่างกันเมื่อ
เปรียบเทียบทั้งสองรูปแบบของ MOOC แนวคิดแบบเปิด
มีความหมายที่แตกต่างกัน คือ MOOC มีความเคร่งครัด
มากกว่า (more structured) ดังนั้น จึงเปิดน้อยกว่า
ต่อความเป็นอิสระของผู้เรียน
อุปสรรคต่อการคงอยู่ (Barriers to Persistence) ทั้งสองรูปแบบของ MOOC มีอัตราการออกกลางคันสูง อัตราการออกกลางคันสูงแสดงว่าอุปสรรคต่อการเรียน (Barriers to Learning) เป็นปัญหาที่สำคัญ
1) วิดีโอแบบสั้นๆ หลายๆ ชุด เช่น การพูดให้ข้อมูล
การยกตัวอย่างงาน การทดลองเป็นต้น
2) เอกสารประกอบออนไลน์
3) การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
และกิจกรรมออนไลน์
4) การประเมินผลการเรียน
5) การทดสอบความเข้าใจ เช่น แบบเลือกตอบ
แบบจับกลุ่ม และแบบ ประเมิน เป็นต้น
1) การใช้ระบบเปิดในการเข้าถึง (Open access) เป็นการพัฒนารายวิชาที่ผู้เรียนสามารถเรียนออนไลน์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2) ระบบที่ขยายได้ (Scalability) เป็นรายวิชา
ที่ออกแบบมาให้สามารถรองรับผู้เรียนจํานวนมากใน
การเรียนในช่วงเวลาเดียวกันได้
1) cMOOC เป็นรูปแบบที่เน้นความหลากหลายโดยใช้
เครือข่าย แต่เดิมใช้หลักการของการศึกษาแบบเปิดโดยใช้
ทรัพยากรการศึกษาแบบเปิดเป็นวิธีที่ออกแบบมาให้ใช้กับ
เครือข่ายในวงกว้าง เน้นผู้เรียนจำนวนมาก
2) xMOOC หรือ Content-based MOOC Model เป็นรูปแบบที่เน้นความหลากหลายของผู้เรียน มีการสร้างเนื้อหา
โดยใช้สื่อที่ช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างกลุ่มของผู้เรียนที่มี
ความสนใจร่วมกัน ทำให้เกิดชุมชนของผู้เรียน ส่งเสริมการสร้าง
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน
1) เรียนได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
2) ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อ
3) ทดลองทําแบบทดสอบ แบบฝึกหัดและงานที่อาจารย์มอบหมายได้
4) สามารถเข้าร่วมสนทนากับนักศึกษาอื่นๆ ในหลักสูตร
5) แบ่งปันข้อมูลและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลหลักสูตรต่างๆ
ได้ง่ายขึ้น
6) เปิดเผยสื่อการสอนทุกอย่างสู่สายตาประชาชน
7) ผู้เรียนมีโอกาสได้รับประสบการณ์สอนจากมหาวิทยาลัยชั้นนําของโลก
8) อาจารย์ผู้สอนได้รับโอกาสที่จะได้เห็นวิธีการจัดการเรียนการสอนจาก
มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก
9) ผู้สอนกับผู้เรียนสามารถสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันมากขึ้น
10) ผู้เรียนสามารถเทียบหลักสูตรกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงหรือ
ใช้อ้างอิงในการสมัครงานได้
1) อาจจะถูกละเมิดลิขสิทธิ์หรือถูกนำไปใช้เพื่อหาผลประโยชน์ได้
2) ไม่สามารถคัดกรองผู้เรียนได้
3) ผู้เรียนต้องมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ
4) มาตรฐานในการเทียบคุณวุฒิยังไม่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
5) ยากที่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่เรียน ผู้ที่สอบกับผู้ที่ขอจบหลักสูตร
เป็นคนเดียวกัน
1) รองรับจำนวนรายวิชาได้จำนวนมาก
2) รองรับผู้เข้าเรียนในรายวิชาได้พร้อมกันจำนวนมาก
3) การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนและ
ผู้เรียนกับผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
4) การเรียนการสอนแบบห้องเรียนเสมือนจริง
(Virtual Classroom)
5) การเรียนการสอนในรูปแบบ Open Course
6) ผู้เรียนมีสิทธิ์เลือกวิชาที่อยากเรียนได้ตามใจชอบ
7) สามารถจัดการเรียนได้สอนในเชิงธุรกิจได้หลายแบบ
8) มีความเหมาะสมในการจัดการเรียนการสอนในยุค
ศตวรรษที่ 21
9) สามารถแสดงผลได้เป็นอย่างดีกับอุปกรณ์สื่อสาร
ทุกชนิดทั้งคอมพิวเตอร์, พีซี, สมาร์ทโฟน, และแท๊บแล็ต
Thai MOOC คือ ระบบการศึกษาแบบเปิดที่นักเรียน
นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเรียนผ่าน
อินเทอร์เน็ตได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ มาเป็นข้อจำกัด ไม่มี
การเก็บค่าลงทะเบียนเรียน ไม่ต้องสอบเข้าและไม่มีการ
จำกัดจำนวนรับผู้เรียน
1) การพัฒนาระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในระบบเปิด
ที่สามารถรองรับผู้เรียนได้อย่างไม่จำกัด
2) การพัฒนามาตรฐานและแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอน และการประกันคุณภาพการศึกษาระบบเปิด
3) การสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อการสร้างและปรับปรุง
สื่อรายวิชาให้เป็นลักษณะ MOOC
4) การพัฒนารายวิชา ประกอบด้วยสื่อการเรียนรู้และกิจกรรม
การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณภาพและกระบวนการเรียนการสอนออนไลน์
ระบบเปิด
5) การพัฒนาคลังข้อสอบเพื่อการวัดและประเมินผลการเรียนรายวิชา
ในระบบ MOOC การเก็บข้อมูลเพื่อการวิจัยและพัฒนากระบวนการ และระบบการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น
และคุณภาพชีวิต การใช้ภาษาต่างๆ
1) ผู้เรียนสามารถเรียนเพื่อรู้ตามความสนใจ
โดยไม่ต้องการทดสอบความรู้ เนื่องจากไม่ต้อง
การนำประวัติและผลการเรียนไปใช้ประโยชน์ใดๆ ก็สามารถเรียนจนจบได้โดยไม่ต้องทดสอบความรู้
2) ผู้เรียนที่ต้องการเก็บประวัติและผลการเรียน
เพื่อไปใช้ประโยชน์ เช่น นำไปเทียบโอนเข้าศึกษาใน
ระดับอุดมศึกษา นำไปใช้เป็นหน่วยกิตในการเรียนหลัก
สูตรปกติของตนเอง หรือเก็บประวัติและผลการเรียน
เพื่อเสนอหัวหน้างานและหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อ
การเลื่อนตำแหน่ง เพื่อการต่ออายุใบประกอบวิชาชีพ
(วิชาชีพครู วิชาชีพพยาบาล วิชาชีพเภสัชกร ฯลฯ) หรือเพื่อการสมัครงาน เป็นต้น
1) กลุ่มเป้าหมายหลัก พนักงาน ผู้ประกอบการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์
2) กลุ่มเป้าหมายรอง ประชาชนทั่วไป
น.ส.ธัญญาภรณ์ อุทธังชายา
6113120010
น.ส.แพรวา บัวเผื่อน
6113120014
น.ส.กณกภรณ์ สร้อยสุข
6113120001
นายศิรวิทย์ ประสพสิน
6113120028
น.ส.สุดารัตน์ จดจำ
6113120018