Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

อาณาจักรพืช

No description
by

Surassawadee Yoktree

on 10 September 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of อาณาจักรพืช

พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีกำเนิดขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 400 ล้านปี มีโครงสร้าง ที่ประกอบขึ้นด้วยหลายเซลล์ มีผนังเซลล์ที่มีสารประกอบ เซลลูโลส (cellulose) เป็นองค์ประกอบที่พบเป็นส่วนใหญ่ พืชทุกชนิดสามารถสร้างอาหาร ได้เองจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยเสง มีวงชีวิตของพืชเป็นวงชีวิตแบบสลับ
หมายถึง ว่าทีระยะของต้นแกมีโทไฟต์ สร้างเซลล์สืบพันธุ์ผสมกันแบบอาศัยเพศ สลับกับระยะของต้นสปอโรไฟต์ การสร้างสปอร์เป็นการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
4. ดิวิชันสฟีโนไฟตา (Division Sphenophyta)
นักอนุกรมวิธานจัดจำแนกอาณาจักรพืช
โดยเนื้อเยื่อลำเลียง
1.3 .ไฟลัมไบรโอไฟตา (Phylum Bryophyta)
ต้นแกมีโทไฟต์มีลักษณะคล้ายใบที่เรียงเวียนรอบแกนกลาง ต้นสปอร์โรไฟต์มีอับสปอร์ ซึ่งมีโครงสร้างพิเศษช่วยในการกระจายสปอร์หรือมีช่องเปิดเพื่อกระจายสปอร์
เช่น มอส
ขอบคุณค่ะ
9. ดิวิชันอแนโทไฟตา (Division Anthophyta)
เป็นพวกดอกมีวิวัฒนาการสูง มีวงจรชีวิตแบบสลับและแกมีโทไฟต์มีอายุสั้น แบ่งออกได้เป็น 2 คลาส คือ
1.คลาสไดคอทีเลโดเนส (Class Dicotyledones) ได้แก่ พืชใบเลี้ยงคู่ทั้งหมด เช่น มะม่วง,ตะเคียน,ขนุน,มังคุด,
ลำไย,มะนาว,ฝรั่ง มีอยู่ประมาณ 170,000 ชนิด ลักษณะทั่วไปคือ มีใบเลี้ยง 2 ใบ เส้นใบเป็นร่างแห รากเป็นระบบรากแก้ว
และส่วนประกอบของดอกมีจำนวน 4-5
2.คลาสมอโนคอทีเลโดเนส (Class Monocotyledones) ได้แก่ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั้งหมด เช่น อ้อย ,ข้าว
,หญ้าคา,ตะไคร้,ข้าวโพด,ไผ่ มีอยู่ประมาณ 60,000 ชนิด ลักษณะทั่วไป คือ มีใบเลี้ยงใบเดียว ใบมีเส้นใบเรียงตัวแบบขนาน รากเป็นระบบรากฝอย ส่วนประกอบของดอกมีจำนวนเป็น 3 หรือทวีคูณของ 3

อาณาจักรพืชแบ่งเป็น 9 ดิวิชั่น

อยู่บริเวณที่ที่มีความชุ่มชื้นสูง บางชนิดอยู่บริเวณผิวหน้าน้ำ อยู่ตามที่แห้งแล้งไม่มีท่อลำเลียงน้ำและท่อลำเลียงอาหาร ไม่มีราก ลำต้น
และใบที่แท้จริง แบ่งเป็น 3 ชนิด เรียงลำดับวิวัฒนาการจากสูงสุดไปหาต่ำสุด ดังนี้
1.1.คลาสไบรออฟซิดา (Class Bryopsida) เรียกโดยทั่วไปว่า มอส (moss)
อาศัยอยู่ตามพื้นดิน อิฐ เปลือกไม้.สีเขียวคล้ายพรหม ขนาดเล็กเรียงกันแน่น
มี Rhizoid ทำหน้าที่ยึดดิน ดูดน้ำ เป็นพวก Bryophyta ที่มีวิวัฒนาการสูงสุด
และมีการ สืบพันธุ์แบบสลับ
1.2.คลาสแอนโทเซอรอปซิดา (Class Anthoceropsida)
เรียกโดยทั่วไปว่า ฮอร์นเวิร์ต ขึ้นได้ทุกสภาพอากาศยกเว้นแถบขั้วโลกเหนือ มีการสืบพันธุ์ Thallus หักเป็นท่อนๆ แต่ละท่อนเจริญเป็น Thallus ใหม่ได้
1.3.คลาสเฮปาทิคอปซิดา (Class Hepaticopsida) เรียกโดยทั่วไปว่า
ลิเวอร์เวิร์ต เช่น ตะไคร้เทียม ขึ้นตามที่ชื้น แกมีโทไฟต์มี 2 แบบ 1.แบบราบติดพื้นดิน
ด้านล่างมีไรซอยด์ 2.แบบคล้ายลำต้นมีใบ ส่วนแกมีโทไฟต์แตกเป็น 2 แฉก (ลักษณะของพวกวิวัฒนาการต่ำ)และไม่มีท่อลำเลียง



1.มีคลอโรฟิลล์บรรจุอยู่ในเม็ดคลอโรพลาสต์ และมีรงควัตถุอื่นด้วย
เช่น คาโรทินอยด์
2.ไม่เคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง แต่ในบางระยะของวงจรชีวิตอาจมีแฟลกเจลลัมสำหรับเคลื่อนที่ได้
3.เป็นสิ่งมีชีวิตพวกยูคาริโอต (Eukaryote Cell)
4.ประกอบด้วยเซลล์หลายเซลล์ รวมกลุ่มกันเป็นเนื้อเยื่อ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสภาพของเซลล์ไปทำหน้าที่เฉพาะ
5.เซลล์สืบพันธุ์ผสมกันได้ไซโกตและจะต้องเจริญผ่านระยะเอ็มบริโอ แล้วจึงเจริญเป็นต้นใหม่ (ต้นสปอโรไฟต์)
6.มีวงจรชีวิตแบบสลับ (Alternation of generation)
7.มีผนังเซลล์ (Cell wall) เป็นสารเซลลูโลสและสารเพคติน

อาณาจักรพืช (Kingdom PLANTAE)
อาณาจักรพืช
ลักษณะสำคัญของพืช
2. ดิวิชันไซโลไฟตา (Division Psilophyta)
1.ดิวิชันไบรโอไฟตา (Division Bryophyta)
วิวัฒนาการต่ำสุดในพวก Vascular bundle ไม่มีรากแต่มีไรซอยด์แทน(ลำต้นใต่ดิน) ไม่มีใบถ้ามีเป็นเกล็ดเล็กๆ เรียกว่า Microphyll ลำต้นเป็นเหลี่ยมมี Chorophyll แตกกิ่งเป็นคู่ๆ สปอโรไฟต์สร้างโดยสปอร์ติดกับกิ่ง แกมีโทไฟต์ไม่มีคลอโรฟิลล์ มีขนาดเล็กและมีการสืบพันธุ์แบบสลับ
เช่น พวกหวายทะนอย

5. ดิวิชันเทอโรไฟตา (Division Pterophyta)
สูญพันธุ์ไปแล้ว เหลือเพียงวงศ์เดียว คือ พวกหญ็า้าถอดปล้อง
หญ้าเงือก หญ้าหูหนวก วงศ์ Equisetaceae ขึ้นเป็นกอใหญ่ตามริมหนองน้ำ แกมีโตไฟต์มีขนาดเล็ก เจริญอยู่ใต้ดิน สปอโรไฟต์มีขนาดใหญ่
อายุยืน มีซิลิกา ลำต้นเป็นข้อปล้องชัดเจน
มีใบแบบไมโครฟิลล์อยู่รอบข้อ


มีท่อลำเลียง ลำต้นทอดนอนใต้ดิน ได้แก่ ปรงทอง เฟิร์น
ซึ่งต้นเฟิร์น ใบมีโครงสร้างคล้ายใบทั่วไป เรียกใบประกอบของเฟิร์นทุกชนิดว่า Frond
ใบอ่อนจะม้วนปลายเป็นวงซ้อนแน่น และมีการสืบพันธุ์แบบสลับ ที่ชุ่มชื้นมาก
หรือลอยตามน้ำมา เช่น แหนแดง จอกหูหนู บัวแฉก เกาะอยู่ตามต้นไม้
เช่น ชายผ้าสีดา ข้าหลวงหลังลาย


6. ดิวิชันโคนิเฟอโรไฟตา (Division Coniferophyta)

1.เมล็ดไม่มีรังไข่ห่อหุ้มและไม่มีดอกส่วนมากเป็นไม้ยืนต้น
2.เจริญดีในเขตกันดารหรือเขตหนาว เช่น ดอยอินทนนท์ ขุนตาล ภูกระดึง
3.สปอโรไฟต์มีอวัยวะสร้างสปอร์ เรียกว่า Cone รูปร่างคล้ายดอกบัวตูม แต่ละอันประกอบด้วยใบสร้างสปอร์ ลักษณะเป็นแผ่นแข็งซ้อนกันแน่น ใบแก่จะกางออกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
3.1 Staminate Cone สร้างไมโครสปอร์ มีปีกลอยไปตามลมได้
3.2 Pstillate Cone สร้างเมกะสปอร์ ซึ่งมี Ovule อยู่ติดที่กิ่ง 2 อัน ไม่มีอะไรห่อหุ้ม เมื่อไมโครสปอร์หล่นถึง Ovule จะงอก Pollentube แล้วปฏิสนธิโดยไม่ใช้น้ำ เจริญเป็นเมล็ดพืชในกลุ่ม สน2ใบ สน3ใบ สนฉัตร สนแผง

7. ดิวิชันไซแคโดไฟตา (Division Cycadophyta)
พืชดิวิชันนี้มีอยู่ประมาณ 60 ชนิด มีลักษณะลำต้นอวบ เตี้ย และมักไม่แตกแขนง มีใบเป็นใบประกอบ
แบบขนนกขนาดใหญ่ เกิดเป็นกระจุกที่บริเวณยอดของลำต้น ใบย่อยมีรูปร่างเรียวยาวแข็ง สปอโรไฟต์ที่เจริญเต็มที่จะสร้างโคนเพศผู้และโคนเพศเมีย
เช่น ปรงป่า มะพร้าวเต่า ปรงญี่ปุ่น

8. ดิวชันกิงโกไฟตา (Division Ginkophyta)
ปัจจุบันมีเพียงชนิดเดียวคือ Ginkgo biloba หรือแปะก๊วย เป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในเขตอบอุ่น
เช่น ในประเทศจีน มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดสูงใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขาเป็นจำนวนมาก
ใบมีรูปร่างคล้ายพัด สปอโรไฟต์ที่เจริญเติบโตเต็มที่จะสร้างโคนเพศผู้และโคนเพศเมียแยกต้นกัน
3. ดิวิชันไลโคไฟตา(Division Lycophyta)
บางชนิดสุญพันธ์ไปแล้ว นักชีววิทยาคิดว่ามีวิวัฒนาการมาจาก Psilcphyta มีรากไรซอยด์และมีใบแบบ microphyll แตกแขนงลำต้นเป็นแบบ 2 แฉก
การสืบพันธุ์แบบสลับ ได้แก่ ช่อนางคลี่ สร้อยสุกรม สามร้อยยอด
หญ้ารังไก่ สร้อยสีดา หางกระรอก ตีนตุ๊กแก หญ้าร้องไห้
พ่อค้าตีเมีย เฟือยนก เป็นต้น ขึ้นตามแถบร้อน ร่ม ชุ่มชื้น ลำต้นตรง
เลื้อยบนดิน และมีีการเจริญแบบอิสระ

แบ่งโดยกลุ่มท่อลำลเียง

1. กลุ่มพืชไม่มีเนื้อเยื่อลำเลียง

กลุ่มพืชไม่มีเนื้อเยื่อลำเลียง(nonvascular plant) แบ่งออกเป็น 3 ไฟลัม โดยใช้โครงสร้างและรูปร่างเป็นเกณฑ์

1.1 ไฟลัมเฮปาโทไฟตา (Phylum Hepatophyta)

แกมีโทไฟต์ที่เป็นต้น มีส่วนคล้ายใบและที่เป็นแผ่นบางๆภายในเซลล์จะมีหยดน้ำมันอยู่ ต้นสปอโรไฟต์เมื่อแก่จะแตกออก เพื่อปล่อยสปอร์กระจายพันธุ์ เช่น ลิเวอร์เวิร์ท
1. 2. ไฟลัมแอนโทซีโรไฟตา (Phylum Anthocerophyta)

ต้นแกมีโทไฟต์มีลักษณะเป็นแผ่นมีรอยหยักที่ขอบ มักมีคลอโร พลาสต์เพียง 1 คลอโรพลาสต์ต่อเซลล์ และต้นสปอร์โรไฟต์จะมีลักษณะยาวเรียว มีเนื้อเยื่อเจริญอยู่ที่โคนต้น เช่น ฮอร์นเวิร์ต
2. พืชที่มีเนื้อเยื่อลำเลียงแต่ไม่มีเมล็ด

ประกอบด้วยเฟินแท้ และกลุ่มใกล้เคียงเฟิน ต้นแกมีโทไฟต์จะมีวงชีวิต สั้นกว่าสปอร์โรไฟต์ ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ไฟลัม

2.1. ไฟลัมไลโคไฟตา (Phylum Lycophyta)
เป็นพืชที่มีลำต้นและใบที่แท้จริง มีใบขนาดเล็ก มีเส้นใบ 1 เส้นที่ไม่แตกแขนง ที่ปลายกิ่งจะมีกลุ่มของใบที่ทำหน้าที่สร้างอับสปอร์ พืชกลุ่มนี้ได้แก่ ไลโคโปเดียม เช่น สามร้อยยอด หางสิงห์
ซีแลกจิเนลลา เช่น ตีนตุ๊กแก และกระเทียมน้ำ

2. 2. ไฟลัมเทอโรไฟตา (Phylum Pterophyta)
ตัวอย่างของพืชกลุ่มนี้ได้แก่ หวายทะนอย หญ้าถอดปล้องและเฟิน ต้นหวายทะนอยไม่มีราก ไม่มีใบ (ถ้ามีจะมีขนาดเล็กมาก) มีการแตกกิ่งเป็นคู่

3. พืชที่มีเนื้อเยื่อลำเลียงที่มีเมล็ด

มีระยะสปอร์โรไฟต์ที่เด่นชัด และยาวนาน แต่ระยะแกมีโทไฟต์จะมีขนาดเล็กลงมากเมื่อเทียบกับมอสและเฟิน ปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
3.1 จิมโนสเปิร์ม (Gymnosperm:พืชเมล็ดเปลือย)

แบ่งออกเป็น 4 Phylum

– ไฟลัมกิงโกไฟตา (Phylum Ginkophyta)

ปัจจุบันเหลือเพียงสปีชีส์เดียว คือ แป๊ะก๊วย
-ไฟลัมไซแคโดไฟตา (Phylum Cycadophyta)

ปรงญี่ปุ่น ปรงป่า ปรงเขา เป็นต้น
– ไฟลัมโคนิเฟอโรไฟตา (Phylum Coniferophyta)

เป็นพืชที่มีความหลากหลายมากที่สุดในพืชกลุ่มเมล็ดเปลือยทั้งในด้านลักษณะของต้นและโครงสร้างของอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น สนสองใบ สนสามใบ สนสามพันปี พญาไม้ เป็นต้น
-ไฟลัมนีโทไฟตา (Phylum Gnetophyta)
มีลักษณะแตกต่างจากพืชเมล็ดเปลือยกลุ่มอื่น
คือ พบเวสเซลในท่อลำลเียงน้ำและมีลักษณะคล้าย
กับพืชดอกมากเช่น มะเมื่อยและผักเหลียง เป็นต้น
3.2 angiosperm ( พืชดอก ) เป็นกลุ่มพืชที่มีความหลากหลาย มากที่สุดในอาณาจักรพืช เช่น
Full transcript