Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา

No description
by

Wa risa

on 29 July 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา
3 - 29 กรกฎาคม 2558
ตั้งอยู่ที่ หมู่ 3 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
มีพื้นที่รับผิดชอบ 650 ไร่
ผลผลิตที่ 1
วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ
ภารกิจศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา
ผลผลิตที่ 2
การผลิตเมล็ดพันธุ์ และ ท่อนพันธุ์พืชเศรษฐกิจ
ผลผลิตที่ 3
ให้บริการวิชาการด้านพืช และ ปัจจัยการผลิต แก่เจ้าหน้าที่ เกษตรกร และ ภาคเอกชนทั่วไป
ผลผลิตที่ 4

ปฏิบัติงานโครงการพิเศษ และ โครงการตามพระราชดำริ
ผลผลิตที่ 1
น้อยหน่า
ปุ๋ยหมักเติมอากาศ
ผลผลิตที่ 2
การผลิตเมล็ดพันธุ์ และ ท่อนพันธุ์พืชเศรษฐกิจ
หน้าที่งาน : ผลิตท่อนมันให้มีคุณภาพ ปลอดโรค ตรงตามพันธุ์ ไม่มีพันธุ์อื่นปน
เป้าหมายการผลิตปี 2558
1. ถั่วเขียว 2 ตัน
2. ทานตะวัน 1 ตัน
3. อ้อย 500,000 ท่อน
4. มันสำปะหลัง 300,000 ท่อน

ชั้นของเมล็ดพันธุ์
ถั่วเขียว
อ้อย
มันสำปะหลัง
สีคิ้ว
โมเดล
ใช้พันธุ์มันสำปะหลังให้เหมาะสมกับพื้นที่
การให้น้ำหยด
จัดการโรคและแมลง
การระเบิดดินดาน
การจัดการปุ๋ย
ผลผลิตที่ 3
งานสารวัตรเกษตร
GAP
เกษตรอินทรีย์
ผลผลิตที่ 4
ปฏิบัติงานโครงการพิเศษ และ โครงการตามพระราชดำริ
เกษตรทฤษฎีใหม่
แปลงนาข้าว
บ่อน้ำ
สวน
ที่อยู่อาศัย
1. พันธุ์คัด :
เป็นกระบวนการทดลองเพื่อผลิตพันธุ์ใหม่ออกมา
2. พันธุ์หลัก :
นำเอาพันธุ์คัดมาขยายเพื่อเพิ่มจำนวน แต่ความนิ่งของเมล็ดพันธุ์ไม่มี ยังคงมีการแปรผันอยู่ ต้องคัดให้มีความใกล้เคียงพันธุ์มากที่สุด
3. พันธุ์ขยาย :

อยู่ในการควบคุมดูแลโดยนักวิชาการ นำเอาพันธุ์หลักมาขยายเพิ่มจำนวน ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน
4. พันธุ์จำหน่าย :
ทำโดยเกษตรกร

กระบวนการคัด
เมล็ดพันธุ์
ทานตะวัน
รับผิดชอบทานตะวัน
พันธุ์เชียงใหม่ 1

ใช้สกัดน้ำมัน ปัจจุบันนำมาทำต้นอ่อนทานตะวันงอก
เนื่องจาก เมล็ดทานตะวันมีวิตามิน A D E และ K ทำให้ทานตะวันมีประโยชน์ด้านโภชนาการมากมาย
ลักษณะประจำพันธุ์
การเตรียมพื้นที่ปลูก
การปลูกทานตะวันจะต้องมีการเตรียมดินโดยการไถดะให้มีความลึกประมาณ 30-35 ซม. เนื่องจากทานตะวันมี
ระบบรากลึก
และตีด้วยโรตารี่ให้ดินละเอียด ไม่งั้นจะไม่งอก
ใช้รถไถ ยกร่อง แล้ว
โรยเมล็ด
ตรงกลางร่อง อัตรา 2 กก./ไร่
หยอดหลุม
ใช้อัตรา 1 กก./ไร่
หลังจากโรยเมล็ดแล้ว ทำการคราดกลบ
ต้องกลบไม่ให้ตื้นหรือลึกจนเกินไป
ถ้าหากลบลึก ต้นอ่อนจะไม่งอก แต่ถ้ากลบตื้น นกจะจิกกิน จึต้องให้น้ำเลยหลังจากที่กลบแล้ว
1
2
3
การดูแลรักษา
หลังจากที่ปลูกเสร็จควรให้น้ำทันที
ฉีดยาคุมวัชพืชก่อนงอก
ให้น้ำทุกวันจนกว่าจะงอก
โดยปกติประมาณ 3 วัน ต้นอ่อนจะเริ่มงอก
ประมาณ 2 อาทิตย์ จะเริ่มแตกใบจริงขึ้นมา จะทำการคัดพันธุ์ปนแล้วทำการถอนแยก
ในระยะระหว่างต้น 50 ซม. ระหว่างแถว 70 ซม.
ทำการใส่ปุ๋ย ช่วงก่อนจะมีตาดอก โดยใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กก./ไร่ และ ช่วง 2 อาทิตย์ ใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 20 กก./ไร่

การคัดพันธุ์ปน
ช่วงที่1 ช่วงถอนแยก 2 อาทิตย์ ดูลักษณะของต้นให้ตรงตามพันธุ์
ช่วงที่ 2 ช่วงก่อนมีตาดอก 30 วัน ดูลักษณะใบ การแตกตาดอก
ช่วงที่ 3 ช่วงดอกบาน ระยะ 7-10 วัน หากมีดอกที่บานก่อนหน้านั้น หรือหลังจากนั้น ทำการคัดทิ้ง
การเก็บเกี่ยว
เมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการสีแล้ว จะนำเข้าเครื่องเป่าเพื่อให้กากหลุดออกมา เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาด และ ไม่มีกากปนมา

จากนั้นจะนำเข้าเครื่องคัดขนาด ซึ่งจะมีตะแกรงสำหรับแยกเมล็ดพันธุ์แบบกลมและเหลี่ยม สามารถคัดแยกขนาดเล็ก,กลาง ,ใหญ่ จะได้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาดไม่มีกากปนและมีขนาดเดียวกัน นำไปบรรจุกระสอบ
อายุการเก็บเกี่ยวของทานตะวันโดยเฉลี่ยประมาณ 100-110 วัน
ใช้เคียวหรือกรรไกร ตัดชิดฐานดอก
ในกรณีที่ใกล้เข้าช่วงฝน จำเป็นต้องตัด ต้องนำมาตากเพื่อลดความชื้นให้เหลือประมาณ 12 %
โดยการหงายดอก 2 แดด และกลับด้านใต้ฐานดอก ตากจนแห้งกรอบเป็นสีน้ำตาลประมาณ 4-5 แดด
ทำการสี หลังจากที่ตากแล้วจ้องพักก่อนค่อยสี ถ้านำมาสีเลยจะกรอบ ตีแล้วกากจะเยอะต้องพักให้อ่อนตัวก่อน
เข้าเครื่องเป่ากาก นำมาคัดขนาด แล้วบรรจุใส่ถุงหรือกระสอบ
พันธุ์ถั่วเขียวและลักษณะประจำพันธุ์
ถั่วเขียวพันธุ์ชัยนาท 84-1
ลักษณะประจำพันธุ์
: มีการปรับปรุงพันธุ์มาจากพันธุ์ชัยนาท 36 โดยการฉายรังสีแกมม่า ให้ทนต่อดินด่าง มีผลผลิตและเปอร์เซ็นต์แป้งสูงกว่าทุกพันธุ์ โดนต้นสีเขียว ใบสีเขียว ดอกสีเหลืองอ่อน ฝักอ่อนสีเขียวอ่อน ฝักแก่สีดำมีรูปร่างกลม เปลือกเมล็ดสีเขียวรูปร่างทรงกระบอก
ลักษณะเด่น
: ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 226 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์ชัยนาท 36 และ กำแพงแสน 1 มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง เหมาะสำหรับการนำมาแปรรูปเป็นวุ้นเส้น

การปลูก
1) ปลูกแบบหว่าน ใช้เมล็ดพันธุ์ 5-6 กก./ไร่
2) ปลูกแบบเป็นแถว ใช้ระยะระหว่างแถว 50 ซม. ระหว่างหลุม 20 ซม. ใช้เมล็ดพันธุ์ 2-4 กก./ไร่

การตรวจพันธุ์ปน
ระยะที่ 1

ต้นกล้า ต้นต้องมีสีเขียวหรือสีขาว



ระยะที่ 2

ออกดอก ดูความสมบูรณ์ของทรงพุ่ม ความสูง



ระยะที่ 3

ติดฝัก ดูความสมบูรณ์ของฝัก การบิดเบี้ยว

โรคและแมลง
โรคราแป้ง
แมลงศัตรูที่สำคัญคือ เพลี้ยอ่อน ที่จะดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้เมล็ดฟ่อลีบ กลีบ,ใบและดอกหลุดร่วง
พันธุ์ขอนแก่น 3
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ทรงกอตั้งตรง ลำมีขนาดปานกลาง ปล้องมีลักษณะโค้งกลางสีเหลืองเหลือบเขียวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อโดนแสง การเรียงตัวของปล้องต่อนข้างตรง ตารูปไข่ ใบมีลักษณะปลายโค้ง กาบใบอ้าลอกง่าย สีเขียว มีขนน้อย

ลักษณะเด่น
ให้ผลผลิตและความหวานสูง ไม่ออกดอก กาบใบหลวม เก็บเกี่ยวง่าย
การทดสอบแปลงใหญ่ในไร่เกษตรกร 30 แปลงลักษณะที่เกษตรกรยอมรับคือ การเจริญเติบโตดี แตกกอดี ผลผลิตสูงใกล้เคียงกับพันธ์ุ เค 88-92

การปลูกอ้อย
ทำการไถดะ ไถพรวน ยกร่อง และ วางท่อนพันธุ์เหลื่อมกันในร่อง จากนั้นเอาจอบสับท่อนพันธุ์ แล้วเอาดินกลบ มีการฉีดยาคุมวัชพืชก่อนงอก จากนั้นเมื่ออายุประมาณ 1-2 เดือน ทำการกำจัดวัชพืช โดยการใช้ยา กรัมม็อกโซน และใส่ปุ๋ย
โรคและแมลง
คือ
โรคใบขาวอ้อย
สามารถป้องกันและกำจัดได้โดย นำท่อนพันธุ์ไปแช่ในน้ำร้อน
ที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เวลา 2 ชั่วโมง ถ้าพบจะต้องขุดทิ้งแล้วนำไปเผา เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย มักจะเป็นกับอ้อยตอ
"
กระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังเฉพาะท้องที่
"
ผู้ประกอบการ
เกษตรกร
นักวิชาการ
เกษตรกรเครือข่าย
หน่วยงานปกครอง
เกษตรจังหวัด
ร่วมกันแก้วิกฤต
เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู
พันธุ์และลักษณะของมันสำปะหลัง
ระยอง 7
ต้นออกเหลือง
เจริญเติบโตเร็วช่วง 1-2 เดือนแรก ไม่ค่อยแตกกิ่ง ต้องดินดี น้ำดี ดูแลดี จะแตกตาเร็ว
ผลผลิตสูง ทนแล้ง ปริมาณแป้ง 27-29%
ไม่ต้านทานโรคใบไหม้และไรแดง

ระยอง 9
ไม่ต้านทานไรแดง ไม่เหมาะสำหรับดินร่วนเหนียว และดินร่วนปนลูกรัง
ลำต้นสูงตรง แข็งแรง ยอดอ่อนสีเขียวอ่อนลำต้นสีน้ำตาลอมเหลือง
ควรเก็บเกี่ยวที่อายุมากกว่า 12 เดือน
ผลผลิตสูง มีปริมาณแป้งสูง 28-31%

ระยอง 11
พันธุ์เขียวปลดหนี้
ไม่ทิ้งใบ ใบไม่ร่วง ต้านทานโรคได้ดี
มีปริมาณแป้งสูงในฤดูแล้ง 29-32 % ฤดูฝน 26.1%
ยอดอ่อนสีน้ำตาลอมเขียว ลำต้นสีเขียวเงิน
ควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 12 เดือนจะมีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง
แต่สะสมน้ำหนักช้า
เหมาะกับทุกสภาพดิน

การปลูกมันสำปะหลัง
การปลูกมันสำปะหลัง จะปลูกในช่วงต้นฝน คือ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม มีการปลูกมันสำปะหลังที่จังหวัดนครราชสีมา มากที่สุดในประเทศไทย
เตรียมดิน ยกร่องขวางทางลาด เพื่อไม่ให้น้ำขัง
ใช้ท่อนพันธุ์มันที่ดี อายุ 8-10 เดือน นำท่อนมาปลูก
ช่วง 2 - 3 อาทิตย์ ถ้าเกินกว่านั้นต้นจะฝ่อ อัตราการงอกจะน้อย ท่อนพันธุ์ที่ดี คือ ท่อนกลาง ตัดความยาวประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร
ระยะปลูกระหว่างต้นประมาณ 1 x 1 เมตร หรือ 1.2 x 0.8 เมตร
ตัดท่อนพันธุ์ตรง พยายามอย่าให้ท่อนพันธุ์แตก หรือเฉียงเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ง่ายต่อการปัก
นำท่อนพันธุ์ที่ตัดแล้ว จุ่มลงในไทอะมีโทแซม อัตราส่วน 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เวลา 5 นาที เพื่อป้องกันเพลี้ยแป้งสีชมพู
นำไปปักลงแปลง โดยเอาตาขึ้นด้านบน
พันธุ์มันสำปะหลังแต่ละชนิดจะมีความเหมาะสมกับดินในการปลูกที่ต่างกัน
ดินเหนียว

พันธุ์ระยอง 5,7,72
ดินร่วนปนเหนียว

พันธุ์ระยอง 5,7,72 และ ห้วยบง 60,80
ดินร่วนปนทราย

พันธุ์ระยอง 5,7,11 , ห้วยบง 60,80 และเกษตรศาสตร์ 50
ดินทรายจัด

พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 และ ห้วยบง 60

ผลผลิตเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพ ช่วยลดต้นทุนการผลิต และช่วยเพิ่มผลผลิต 30% สร้างสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับแมลงตัวห้ำและตัวเบียน และลดปัญหาวัชพืชในแปลง
เพื่อป้องกันการระบาดของเพลี้ยแป้งอย่างรุนแรง แช่ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังก่อนปลูกด้วยไทอะมิโทแซม 25% อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20ลิตร
จะช่วยควบคุมเพลี้ยแป้งสีชมพู 1 เดือน
ชั้นดินที่อัดแน่นโดยเครื่องจักรกลเกษตรอย่างต่อเนื่อง
จะมีการสังเกตได้จาก ถ้าขุดดินลึกประมาณ 40-50 เซนติเมตร จะมีความหนาแน่นเกินกว่า 1.6 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร
เพื่อให้โครงสร้างดินแตก
น้ำและอากาศสามารถผ่านได้
จัดการปุ๋ยที่ถูกต้องเหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งจะลดต้นทุนได้ เนื่องจากมีการใส่ปุ๋ยให้
ถูกที่ ถูกเวลา ถูกอัตรา ถูกสูตร
โดยการเก็บดินไปวิเคราะห์โดยเก็บก่อนปลูก
ใส่ปุ๋ยตามแบบเกษตรกร
วิธีนี้จะมีการใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง คือช่วงแรกมันสำปะหลังอายุ 1-2 เดือน ช่วงที่สองมันสำปะหลังอายุ 4-6 เดือน
วิธีการใส่ปุ๋ย
ครั้งที่ 1 ใส่สูตร 46-0-0 อัตรา 50 กก./ไร่
ครั้งที่ 2 ใส่สูตร 13-13-21 อัตรา 50 กก./ไร่

ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
วิธีนี้จะมีการใส่ปุ๋ย
1 ครั้ง
จะเริ่มจากการเก็บดินไปทำการวิเคราะห์และเลือกใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม
สูตรปุ๋ยที่ใช้ 46-0-0 อัตรา 31 กก./ไร่ 18-46-0 อัตรา 9 กก./ไร่ 0-0-60 อัตรา 7 กก./ไร่

4.5 ไร่
โดยปลูกข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 เพื่อไว้เป็นอาหารและปลูกพืชหลังฤดูทำนา
เพื่อเป็นการใช้ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2.5 ไร่
จะใช้กักเก็บน้ำฝนเพื่อเสริมการทำนา การปลูกพืชในฤดูแล้งและกิจกรรมทางด้านประมงเช่น การเลี้ยงกบในกระชังและการเลี้ยงปลา เช่น ปลานิล ปลาทับทิม ปลาดุก
7 ไร่
ใช้สำหรับปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชไร่ ผัก สมุนไพร เพื่อใช้เป็นอาหารและขยายพันธุ์ โดยพื้นที่จะเน้นการปลูกผักพื้นบ้าน
1 ไร่
เป็นบ้านพัก กิจกรรมปศุสัตว์และโรงเรือนเก็บวัสดุอื่นๆ
เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
แนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลง
" พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี "
เป็นแนวพระราชดำริของในหลวง
เกี่ยวกับการจัดพื้นที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและมีชีวิตอย่างยั่งยืน
โดยมีแบ่งพื้นที่เป็นส่วน ๆ ได้แก่ พื้นที่น้ำ ที่นาปลูกข้าว พื้นที่ดินสำหรับปลูกพืชไร่นานาพันธุ์ และที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ ในอัตราส่วน
30:30:30:10
เป็น
หลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ
เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ทฤษฎีใหม่
มี 3 ขั้นตอน
เกษตรกรทำมาหากิน เลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ ความเป็นอยู่มั่นคง
เกิดการรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์
จัดหาแหล่งทุน
เป็นการเติมอากาศเข้าไปในกองปุ๋ย โดยอากาศที่เติมเข้าไปจะเร่งกิจกรรมการย่อยสลายของจุลินทรีย์ ทำให้เกิดการแปรสภาพของอินทรียวัตถุ ยังช่วยลดขั้นตอนการกลับกองปุ๋ยอีกด้วย
ส่วนผสมที่ใช้ในปุ๋ยหมัก คือ มูลไก่แกลบ มูลวัว เศษพืช อัตรา 30:30:10 หมักไว้ประมาณ 1 เดือน
อ้อย
ใส่ปุ๋ยแปลงอ้อย
พันธุ์ขอนแก่น 3
โครงการแปลงต้นแบบปลอดโรคใบขาว
ทำให้ปลอดเชื้อ โดยการนำท่อนพันธุ์ไปต้มที่อุณหภูมิ 52 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที
จะช่วยป้องกันเชื้อได้ 80-90%

ใช้ปุ๋ย 15-15-15 ผสมยูเรียในอัตรา 3:1
Good Agricultural Practices for food crop
มาตรฐานของสินค้าทางการเกษตรที่ครอบคลุมข้อกำหนดการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย มีคุณภาพเหมาะสมในการบริโภค โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สุขภาพความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน
ข้อกำหนดในการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร
1.น้ำ

จะต้องมาจากแหล่งน้ำที่ไม่มีสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน มีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำบริโภค
2.พื้นที่ปลูก

ไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนวัตถุหรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อผลิตผล
3.วัตถุอันตรายทางการเกษตร

ให้ใช้ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร
4.การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว
5.การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
ปฏิบัติอย่างถูกสุขลักษณะ จะต้องไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อน
6.การพักผลิตผล การขนย้ายในแปลงปลูก และเก็บรักษา
7.สุขลักษณะส่วนบุคคล
8.บันทึกข้อมูลและการตามสอบ
ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2558 ได้ศึกษาเกี่ยวกับมาตรฐานของสินค้าทางการเกษตร หรือ GAP ซึ่งได้ลงพื้นที่ของเกษตรกรที่มีการจำหน่ายผักเพื่อ
ส่งออก
เช่น
มะเขือเปราะ โหระพา ผักชี
ณ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจสอบแปลงให้ได้ตามที่มาตรฐาน
น้ำที่ใช้ในแปลงปลูก ใช้น้ำสะอาด ปราศจากสารพิษปนเปื้อน รวมถึงน้ำที่ใช้หลังการเก็บเกี่ยวก็เป็นน้ำที่สะอาด
พื้นที่ปลูก เหมาะสมอยู่ห่างจากโรงงาน หรือแหล่งปนเปื้อนสารพิษ
วัตถุอันตรายทางการเกษตร มีการใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีบางชนิด ที่มีการอนุญาตให้ใช้ตามที่มาตรฐานกำหนด
การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีอายุเหมาะสม ภาชนะที่ใช้สะอาด และเหมาะสม
มีเอกสารบันทึกข้อมูลการใช้น้ำ ยาฆ่าแมลง แมลงศัตรูพืชที่พบ การกำจัดแมลงศัตรูพืช
ได้เก็บตัวอย่างพืชมา 2 ชนิด คือ โหระพา และมะเขือเปราะ เพื่อนำไปวิเคราะห์สารพิษตกค้าง มาอย่างละ 1 กิโลกรัม
การทดสอบความสมบูรณ์
ของปุ๋ยหมัก
ทดสอบการงอกของข้าวโพดเทียน
ต้องมีอัตราการงอก 90% ขึ้นไป
คือ ระบบการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมรักษาสมดุลของธรรมชาติ
และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยหลีกเลี่ยงสารเคมี สารสังเคราะห์ ยากำจัดศัตรูพืช ฮอร์โมน ตลอดจนพืช GMOs เน้นการใช้อินทรียวัตถุ
หลักพื้นฐานของการทำเกษตรอินทรีย์
1.ห้ามใช้สารเคมีสังเคราะห์ทางการเกษตรทุกชนิด
2.เน้นการปรับปรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ
3.ป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีจากภายนอกฟาร์ม
4.ห้ามใช้พืช GMOs
6.การป้องกันศัตรูพืชโดยใช้พืชสมุนไพร
7.ต้องเก็บบันทึกข้อมูลไว้อย่างน้อย 3 ปี เพื่อรอการตรวจสอบ
8.เลือกพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำสะอาด และอยู่ห่างโรงงาน
ห่างแปลงปลูกที่ใช้สารเคมี
9.ศึกษาประวัติพื้นที่ย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี

สารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในการปรับปรุงดิน
สารที่อนุญาตให้ใช้ในการปรับปรุงดิน
1.กากตะกอนโสโครก
2.สารเร่งการเจริญเติบโต
3.จุลินทรีย์
4.ปุ๋ยเทศบาล

1.ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยชีวภาพ
2.ของเหลวที่ผ่านกระบวนการหมักโดยไม่เติมสารเคมีและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
3.หินและแร่ธาตุ เช่น หินบด แคลเซียม เปลือกหอย เป็นต้น

การขอใบรับรองพืชอินทรีย์
1.ยื่นขอหนังสือรับรองพืชอินทรีย์จากกรมวิชาการเกษตร
2.กรอกข้อมูลในใบที่ขอรับรองให้ถูกต้อง
3.กรมวิชาการเกษตรจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบกระบวนการผลิตพร้อมเก็บตัวอย่างดิน น้ำ และผลผลิตไปวิเคราะห์
4.หากได้ตามมาตรฐานกรมวิชาการเกษตรจะออกใบรับรองให้

วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ได้ ได้ศึกษาเกี่ยวกับมาตรฐานของการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งได้ลงพื้นที่ของเกษตรกรที่มีการปลูกและจำหน่ายผักปลอดสารพิษหรือผักอินทรีย์ ณ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
เก็บตัวอย่างพืชมาวิเคราะห์จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในพืช และสารพิษตกค้าง
โดยจะนำพืชตัวอย่างมาล้างและเก็บใส่ถุงให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการปนเปื้อน จะเก็บตัวอย่างพืชมา
2 ชนิด อย่างละ 1 กิโลกรัม พืชที่เก็บตัวอย่างมา จะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการ หากตัวอย่างพืชเป็นไปตามมาตรฐาน ทางกรมวิชาการเกษตร จะออกใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้กับเกษตรกร
แปลงรวบรวมพันธุ์น้อยหน่า 12 พันธุ์
โดยใช้ปุ๋ยหมัก 10 กิโลกรัม/ต้น
การใส่ปุ๋ยอ้อย
ซ่อมมันสำปะหลัง
วิธีการใส่ปุ๋ยตามแบบเกษตรกร จะให้ผลผลิตมากกว่า 300-500 กก. แต่
ต้นทุนที่ใช้ของการใส่ปุ๋ยตามแบบเกษตรกรจะสูงกว่า
ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เนื่องจากการใส่ปุ๋ยตามแบบเกษตรกรจะใส่ 2 ครั้ง ทำให้ต้นทุนที่ใช้ไปสูงขึ้น เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
มีความคุ้มค่ากว่า
(ข้อมูลที่ได้สรุปไปอ้างอิงมาจากแปลงเรียนรู้ โครงการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง)
ดูแลกฎหมาย 6 ฉบับ คือ พ.ร.บ. ปุ๋ย , พันธุ์พืช , วัตถุอันตราย , ยาง , กักพืช , คุ้มครองพืช ซึ่งทางศูนย์วิจัยดูแล 3 ฉบับ
(1) พ.ร.บ. พันธุ์พืช พ.ศ. 2518
เมล็ดพันธุ์ควบคุมมี 29 ชนิด
ผู้รวบรวม ขาย นำเข้า หรือนำผ่าน ซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า
ต้องได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
บทกำหนดโทษ
1. ห้ามมิให้ผู้ใดรวบรวม ขาย นำเข้า หรือนำผ่านซึ่งเมล็ดพันธุ์ต่อไปนี้
1.1 เมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพ

ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
1.2 เมล็ดพันธุ์ปลอมปน

ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ห้ามโฆษณาคุณภาพเป็นเท็จ หรือเกินความจริง
ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ขัดขวาง ไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่
ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(2) พ.ร.บ. ปุ๋ยเคมี พ.ศ. 2518
ผู้ใดจะผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าขาย มีไว้เพื่อขายหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรหรือนำผ่านซึ่งปุ๋ยเคมี
ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน และหากจะผลิตหรือนำสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามา (เกิน 50 ก.ก. ต่อครั้ง ) ต้องนำปุ๋ยเคมีขึ้นทะเบียนก่อน
ยกเว้น แม่ปุ๋ยมาตรฐาน
บทกำหนดโทษ
1. ขายปุ๋ยเคมีนอกสถานที่กำหนดในใบอนุญาต

ปรับ 1000-5000 บาท
2. ขายปุ๋ยเคมีปลอม

จำคุก 3-10 ปี ปรับ 30000-100000 บาท
3. ขายปุ๋ยเคมีไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีสารพิษผสมอยู่เกินอัตราที่กำหนด

จำคุก 6 เดือน - 3ปี ปรับ 30000-50000 บาท
4. ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้า ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่
ฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน 1000 บาท

(3) พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายทางการเกษตร ต้องขออนุญาตพนักงานเจ้าหน้าที่
บทกำหนดโทษ
1. วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (ห้ามผลิต ห้ามส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ) มีทั้งหมด 96 ชนิด เช่น เมธามิโดฟอส เมทธิลพาราไธออน เอ็นโดซัลเฟน เป็นต้น
ฝ่าฝืน

จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1000000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. วัตถุอันตรายปลอม
ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. วัตถุอันตรายผิดมาตรฐาน

ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. วัตถุอันตรายเสื่อมคุณภาพ
ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
5. วัตถุอันตรายไม่มีฉลาก
ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
6. แบ่งจำหน่ายวัตถุอันตราย โดยไม่ได้รับอนุญาต
ฝ่าฝืน มีความผิดหลายกรณี

อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
การลงตรวจร้านค้าของสารวัตรเกษตร
การตรวจสอบร้านค้าที่มีการจำหน่ายสินค้าเกษตร ประเภท ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์พืชและวัตถุอันตราย โดยการขอตรวจใบอนุญาตขายสินค้า หากไม่มีหรือเก็บไว้ในที่ลับ หรือใบอนุญาตหมดอายุ สามารถดำเนินคดีได้และในการตรวจสอบสินค้า
ตรวจสอบฉลาก หากพบว่าน่าสงสัย สามารถตรวจยึดได้ เพื่อนำไปส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการ
1) เข้าตรวจสอบร้านค้าจำหน่าย เมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และวัตถุอันตรายทางการเกษตร
2) เก็บตัวอย่าง เพื่อทดสอบตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์
3) ตรวจค้น กัก ยึด หรืออายัด
4) ตรวจค้นคลังสินค้า ยานพาหนะ กระเป๋า หีบห่อ
5) สั่งพักใบอนุญาต หรือเพิกถอนทะเบียน

ขั้นตอนการส่งสินค้าตรวจสอบ
1.เขียนใบบันทึกการตรวจ
2.นำผลิตภัณฑ์ที่ต้องการตรวจสอบ แพ็คให้หนาแน่นมิดชิด
3.นำสินค้าที่เก็บตัวอย่างได้ส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการ ภายในเวลา 15 วัน จะได้ผลตรวจ
4.หากสินค้าไม่ได้ตามมาตรฐาน สามารถดำเนินคดีได้

มันสำปะหลัง
แปลงทดลองในพื้นที่เกษตรกร
ศึกษาว่า พันธุ์ใดเหมาะกับสภาพดินในพื้นที่ โดยวัดอัตราการงอกของมันแต่ละพันธุ์ เพื่อนำมาเปรียบเทียบ
ระยอง 90
ระยอง 5
ระยอง 72
ระยอง9
เกษตรศาสตร์ 50
ห้วยบง 60
ห้วยบง 80
ระยอง 1
ระยอง 3
ระยอง 60
ระยอง 13
ระยอง 11
เทคนิคการจัดการแปลงและการปฏิบัติงานวิจัยเกษตร
(Field Plot Technique)
ประเภทของงานทดลอง
1. การทดลองเบื้องต้น
2. การทดลองขั้นตัดสินใจ
3. การทดลองขั้นกึ่งทดลองกึ่งสาธิต
ส่วนประกอบในงานทดลอง
1. หน่วยทดลอง (experimental unit)
2. สิ่งทดลอง (Treatment)
การวางแผนการทดลอง
1. ปัจจัยเดียว (CRD,RCBD,latin square)
2. มากกว่า 1 ปัจจัย (Fatorial ,split plot)
หลักสำคัญในการ
วางแผนการทดลอง
1. การทำซ้ำ (replication)
2. การสุ่มเลือก (randomization)
ระยอง 7
จะใส่ปุ๋ยยูเรีย 30-50 กก./ไร่ และใส่ปุ๋ย 15-15-15 อีก 3 ช่วงคือ
ช่วงขึ้นลำ,ช่วง 4-6 เดือน เพื่อให้สร้างตา และ ช่วง 6 เดือน
ก่อนเก็บ 1 เดือน จะใส่ปุ๋ยยูเรียเพื่อกระตุ้นความสมบูรณ์
จะซ่อมท่อนมันที่ไม่งอกหรือแห้ง ช่วง 2 อาทิตย์
และ 1 เดือนจะตรวจดูอีกที หากไม่งอก จะทำการซ่อมครั้งที่2
แมลงวันผลไม้
1. ทนแล้ง
2. ให้ผลผลิตสูง
3. ใบเป็นรูปหัวใจ ก้านใบสีม่วง
4. อายุเก็บเกี่ยว 100-110 วัน
5. อายุดอกบาน 50-60 วัน
6. ผลผลิตเฉลี่ย 200-260 กก./ไร่


การดูแลรักษา
ให้น้ำ
พ่นยาคุมวัชพืช
ปลูกซ่อม
ทำรุ่น/กำจัดวัชพืช
ใส่ปุ๋ย


ตรวจโรคและแมลง
15-15-15 หรือ 15-7-18

อัตรา 70 กก./ไร่ ( ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย )
อัตรา 100 กก./ไร่ ( ดินทราย )

"
การเรียนรู้ทฤษฎี ทำให้เราได้รับความรู้
การปฏิบัติจริง ทำให้เราได้รับประสบการณ์
"
เรามีการทำงานศึกษา วิจัยเรื่องแมลงวันผลไม้ เนื่องจาก
1. แมลงวันผลไม้สร้างความเสียหายให้ไม้ผลที่สำคัญทางเศรษฐกิจ
2. ในบางประเทศที่มีการนำเข้าผลไม้ หากพบแมลงวันผลไม้จะมีการส่งกลับ ต้องมีการตรวจสอบและเว้นการส่งออกระยะหนึ่ง จนกว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหานั้น
ซึ่งมีการทำงานวิจัย และนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้

แมลงวันผลไม้ (Fruit Fly)
ลำตัวของแมลงวันมีลักษณะเป็นปล้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วนอย่างชัดเจน คือ
1.ส่วนหัว (Head)
ซึ่งจะมีปากไว้ดูดอาหารได้ เป็นปากแบบซับดูด
2. ส่วนอก (Thorax)
มีขาคู่หนึ่งออกมาในแต่ละปล้อง มีขาทั้งหมด 6 ขา
3. ส่วนท้อง (Abdomen)
ปลายสุดของลำตัวจะเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ โดยที่เพศเมียจะมีรูปร่างเหมือนเข็ม เรียกว่า อวัยวะวางไข่ หรือ ovipositor
ตา
: มีตารวม 1 คู่ และมีตาเดี่ยว 3 ตาอยู่ระหว่างตารวมทั้ง 2 ข้าง
หนวด
: จะเป็นเส้นขน หรือ aristate


Kingdom Animalia
Phylum Arthropoda
Class Insecta
Order Diptera
Family Tephritidae


และลักษณะเฉพาะของแมลงวันคือส่วนปีก คือ ปีกของแมลงวันจะพบเพียง 1 คู่ มีลักษณะเป็น membrane หรือ ปีกที่มีเนื้อปีกบางใสทั้งปีก เห็นเส้นปีกชัดเจน
โดยที่ปีกคู่หลังของแมลงวันจะลดรูปไปเป็น halteres หรือ ตุ่มปีก ซึ่งทำหน้าที่ ทรงตัว ควบคุมสมดุลการบิน

นอกจากนี้ลักษณะของปีกยังสามารถแบ่งแมลงวันผลไม้ออกเป็น 2 ชนิด คือ

Bactoreca correcta
Bactoreca dorsalis
กับดักแมลงวันผลไม้อย่างง่าย
1. ใช้คัทเตอร์ตัดขวด
เปิดออกเป็นหน้าต่าง
2. ใช้สำลีพันลวด สอดเพื่อทำที่แขวน
3. หยดด้วยเมทิลยูจีนอล
ผสมกับยาฆ่าแมลง
4. นำไปแขวนไว้ตามต้นไม้
นำไปแขวนที่ต้นไม้ วันที่ 24 กรกฎาคม 2558
เก็บผล วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 พบว่า

จากตารางพบว่า ปริมาณของแมลงวันผลไม้ที่พบต่างกัน อาจมีปัจจัยมาจาก
1. พืชอาหาร : ช่วงที่พืชติดผล หรือ ผลสุก จะมีกลิ่น และ มีสีเหลืองที่ดึงดูดแมลง
2. ทิศทางลม : ทำให้กลิ่นฟีโรโมนฟุ้งกระจายได้มาก-น้อย เพียงใด
3. สภาวะแวดล้อม : ต้องไม่อยู่ใกล้พืชอาหารอื่นที่ล่อแมลงวันผลไม้ได้ดีกว่า
Full transcript