Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

แมงมุมยักษ์ทารันทูล่า(บึ้ง)

No description
by

Hemmarat Wandee

on 3 November 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of แมงมุมยักษ์ทารันทูล่า(บึ้ง)

แมงมุมยักษ์ทารันทูล่า(บึ้ง)
ประเภท
อ้างอิงเว็บไซต์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1447818222
(30/10/2559)

http://board.postjung.com/669782.html
(30/10/2559)
ทารันทูล่า สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ๆ คือ ทารันทูล่าอาศัยบนต้นไม้ และ ทารันทูล่าอาศัยบนดิน
(จริงๆ มีแบบกึ่งต้นไม้ด้วย แต่จะนิยมแยกเพียง 2 แบบมากกว่า)

โดย ทารันทูล่า จะต่างจาก แมงมุมอื่นๆ ตรงที่จะไม่สร้างใยเพื่อคอยดักเหยื่อ แต่จะออกล่าเหยื่อมากกว่า ส่วนใยที่สร้าง จะใช้สร้างเป็นรังของมัน

ทารันทูล่า สามารถอดอาหารได้นาน เป็นเดือนๆ และ เชื่อหรือไม่ว่า แมงมุมทารันทูล่า ตัวเมีย มีอายุไขถึง 20 - 30 ปีเลยทีเดียว ในขณะที่ตัวผู้จะมีอายุไข เพียงแค่ 5 ปี เท่านั้น
ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับทารันทูล่า
ทารันทูล่า ถูกเข้าใจผิด ว่าเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรง และ เมื่อโดนมันกัดจะทำให้เสียชีวิตได้ !!!

โดยแท้จริงแล้ว แมงมุมทุกชนิดบนโลกมีพิษทุกตัว เนื่องจากใช้ในการฆ่าเหยื่อ แต่เนื่องจากมีขนาดที่เล็กจึงทำให้พิษนั้นใช้ได้ผลกับเฉพาะแมลงด้วยกันเท่านั้น ส่วนทารันทูล่า ถือเป็นแมงมุมที่มีขนาดใหญ่ พิษจึงมีประสิทธิภาพ ที่สามารถฆ่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กได้ด้วย เช่น หนู หรือ นกตัวเล็กๆ แต่ไม่สามารถฆ่าคนได้ นอกจากผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนตัวเท่านั้น
เมืองไทยมีทารันทูล่าหรือไม่ ?
คำตอบก็คือ มีแน่นอน เมืองไทยของเราเป็นประเทศเขตร้อนป่า
ในประเทศไทยจึงเป็นป่าเขตร้อนมีความอุดมสมบูรณ์สูง
แมงมุมทารันทูล่าเองก็ชอบลักษณะอากาศแบบประเทศไทยเช่นกัน โดยในภาษาไทย ทารันทูล่าถูกเรียกในชื่อ"บึ้ง"นั่นเอง โดยชนิดที่พบเจอในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ

4 ชนิด คือ
- บึ้งดำ (Haplopelma minax)
- บึ้งน้ำเงิน (Haplopelma lividum)
- บึ้งลาย หรือ บึ้งม้าลาย (Haplopelma albostriatum)
- บึ้งน้ำตาล (Chilobrachys huahini)
บึ้งดำ (Haplopelma minax)
เป็นชนิดที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด ชาวบ้านในบางถ้องถิ่น นิยมนำมารับประทาน เพราะเนื้อนุ่มคล้ายเนื้อปู

อุดมไปด้วยสารอาหาร เป็นแมงมุมทารันทูล่าที่อาศัยอยู่บนดิน โดยจะขุดรูอยู่เป็นโพรงดิน และ อาศัยอยู่ในโพรง

ตอนกลางวัน และ จะออกหากินในตอนกลางคืน
มีนิสัยที่ดุร้าย เมื่อถูกคุกคาม ก็จะทำการขู่ทันที
(ถ้ายังโดนคุกคามอยู่ ก็จะกัด)
บึ้งน้ำเงิน (Haplopelma lividum)
เป็นชนิดที่สวยงามที่สุด ในประเทศไทย และเป็นที่นิยมเลี้ยง ในหมู่ของชาวต่างประเทศ

จนได้รับชื่อว่า Cobalt Blue เป็นทารันทูล่าที่อาศัยอยู่บนดิน และขุดโพรงเช่นกัน มีนิสัยดุร้าย และก้าวร้าว


บึ้งลาย หรือ บึ้งม้าลาย (Haplopelma albostriatum)
มีลักษณะเด่น คือ ลาย ที่อยู่บริเวณทั้ง 8 จึงเป็นที่มาของชื่อเป็นสายพันธุ์ที่พบน้อยที่สุดในประเทศไทย

(แต่ก็ไม่ถึงกับหายาก)เป็นทารันทูล่า ที่อาศัยอยู่บนดินและขุดโพรงอาศัยอยู่เช่นเดียวกัน นิสัยดุ และ ก้าวร้าว แต่จะน้อยกว่า บึ้งดำ และ น้ำเงิน
บึ้งน้ำตาล (Chilobrachys huahini)
เป็นทารันทูล่าที่อาศัยอยู่บนดิน และขุดโพรงดินอาศัยอีกเช่นกัน มีสีน้ำตาลอมแดงนิด ๆ

นิสัยดุร้าย และก้าวร้าว เช่นกัน

นอกจาก 4 ชนิดนี้ ยังมีอีกหลายชนิด แต่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ และ ยังรอการตีพิมพ์อยู่อีกหลายๆ ชนิด


ลักษณะพิเศษของแมงมุม เป็นสัตว์ที่มีขา 8 ขา ตา 8 ดวง หรือมากกว่า แต่มองเห็นเพียงลางๆ แมงมุมจะใช้ขนในการรับรู้ความรู้สึกแทนดวงตา มีใยไว้ใช้จับเหยื่อ นอกจากจะใช้จับเหยื่อแล้ว ใยยังของแมงมุมยังใช้หุ้มเหยื่อ และสร้างเป็นที่อยู่อีกด้วย บางชนิดไม่จับเหยื่อด้วยใย แต่จะออกล่าเหยื่อ เช่น ทารันทูล่า บางชนิดจะกินแมงมุมด้วยกันเอง
การผสมพันธุ์ ทารันทูล่า หรือบึ้ง อายุค่อนข้างยืนยาว นานถึง 20 ปี หรือมากกว่า สามารถผสมพันธุ์ได้เมื่อโตเต็มวัย แมงมุมเพศผู้จะโตเต็มวัยเร็วกว่าเพศเมีย 1 เท่าตัว แต่ละชนิดโตเต็มวัยไม่เท่ากัน บางชนิดอายุไม่กี่เดือนก็โตเต็มวัยแล้ว แต่บางชนิดโตเต็มวัย เมื่ออายุ 2 ปีเศษ

การผสมพันธุ์(ต่อ)แมงมุมเพศผู้ จะใช้รยางค์คู่หน้าที่ไม่ใช่ขา เรียกว่า เพ้า เพ้าของแมงมุมเพศผู้ที่โตเต็มวัยจะถูกออกแบบให้ใช้ไว้สำหรับผสมพันธุ์ ปลายเพ้าจะมีลักษณะเหมือนปลายนวม มีเข็มสำหรับปล่อยน้ำเชื้อ โดยแมงมุมตัวผู้จะเริ่มเก็บน้ำเชื้อของตัวเองก่อน สร้างใยรองรับ แล้วถ่ายน้ำเชื้อมาไว้ที่ใย ก่อนใช้เพ้าดูดน้ำเชื้อไว้ จากนั้นเมื่อเจอแมงมุมเพศเมีย
จะส่งสัญญาณโดยการเคาะเพ้ากับขาหน้าเป็นจังหวะหากแมงมุมเพศเมียเคาะตอบ แสดงว่ายินยอมให้ผสมพันธุ์แมงมุมเพศผู้จะเดินเข้าไปหาแล้วใช้ขาหน้ายกแมงมุมเพศเมียขึ้น ใช้เพ้าฉีดเข้าไปที่กระเปาะหน้าท้องของแมงมุมเพศเมียการ
ฉีดเข้าไปไม่ได้หมายความว่า
ไข่ได้รับการผสม เพราะแมงมุมเพศเมียจะรอจังหวะให้ไข่สุก แล้วจึงเบ่งไข่ออกมาผสมกับน้ำเชื้อ เมื่อไข่ได้รับการผสม แมงมุมเพศเมียจะชักใยที่พื้นเป็นแอ่งกระทะ
จากนั้นขึ้นคร่อมแล้วเบ่งไข่ออกมา ชักใยคลุมไข่ให้หนาขึ้น คาบไข่ไว้
การผสมพันธุ์(ต่อ) ถุงไข่ที่อยู่ติดหน้าท้องของแมงมุมเพศเมีย มองดูเหมือนแมงมุมเพศเมียอุ้มไว้ แต่ที่จริงใช้ปากคาบไว้ ภายในถุงไข่จะมีไข่แมงมุมที่ยังไม่ฟักเป็นตัว 70-800 ฟอง ภายใน 4-12 สัปดาห์ จะฟักเป็นตัว แล้วแต่ชนิดของแมงมุมหากแมงมุมเพศเมียไม่ยอมให้ผสม จะไม่ส่งสัญญาณเคาะตอบ ควรนำแมงมุมเพศผู้ออก เพราะจะเกิดการต่อสู้กัน ซึ่งส่วนใหญ่จะสูญเสียแมงมุมเพศผู้ หรือเมื่อแมงมุมผสมพันธุ์กันแล้ว ตามธรรมชาติแมงมุมเพศเมียจะกินแมงมุมเพศผู้ นอกจากนี้ การผสมพันธุ์ที่เกิดขึ้น อาจไม่ได้ลูกแมงมุม หากแมงมุมเพศเมียไม่มีไข่ออกมาผสมกับน้ำเชื้อที่แมงมุมเพศผู้ฉีดเข้าไป

เมื่อแมงมุมเพศเมียถูกฉีดน้ำเชื้อเข้าไปยังกระเปาะหน้าท้องแล้วควรนำกล่องแมงมุมเพศเมียไปเก็บไว้ในที่ที่ปลอดการรบกวนเพราะหากถูกรบกวนโอกาสที่แมงมุมเพศเมียจะกินไข่ตัวเองมีสูง
ถิ่นกำเนิด
เป็นสัตว์ขาปล้อง จัดอยู่ในกลุ่ม อาร์โธพอด (กิ้งกือ แมงป่อง กุ้ง ปู)

แมงมุมถือเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณ มีมาตั้งแต่สมัยก่อนที่มนุษย์จะถือกำเนิด มีหลากหลายสายพันธุ์ และ มีอยู่ในทุกทวีป

แต่ที่เราจะนำเสนอวันนี้ คือ แมงมุมที่มีสายพันธุ์เก่าแก่ ตัวใหญ่ ขนเยอะ นั่นก็คือ " ทารันทูล่า "
ทารันทูล่า เป็นแมงมุมขนาดใหญ่ มีอยู่มากมาย หลายสายพันธุ์ กระจายตัวในทุกทวีปทั่วโลก ทั้ง อเมริกา แอฟริกา เอเชีย และ ออสเตรเลีย
Full transcript