Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

สามัคคีเภทคำฉันท์007

No description
by

Duangrudee Ruongrid

on 23 August 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of สามัคคีเภทคำฉันท์007

ประวัติผู้แต่ง
นายชิต บุรทัต เกิดเมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๕
เป็นบุตรของนายชูกับนางปริก
นายชิตรับการศึกษาขั้นต้นจากบิดา
เข้าเรียนในโรงเรียนวัดราบพิธแล้วย้ายมาเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาที่โรงเรียนวัดสุทัศน์
สามัคคีเภทคำฉันท์
สมาชิกกลุ่ม
อายุได้ ๑๕ ปี บิดาจึงจัดการให้บวชเป็นสามเณร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ในขณะที่สามเณรชิตมีอายุเพียง ๑๘ ปี ก็ได้รับอาราธนาจากองค์สภายกหอพระสมุด วชิรญาณให้เข้าร่วมแต่งฉันท์สมโภชพระมหาเศวตฉัตรในงานพระราชพิธีฉัตรมงคลรัชกาลที่๖
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๕๘
นายชิตได้ส่งบทประพันธ์กาพย์ปลุกใจลงในหนังสือพิมพ์"สมุทรสาร"พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว
ได้ทอดพระเนตรต้นฉบับพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯใหเจ้าหน้าที่ขอถ่ายภาพเจ้า
ของบทกาพย์ลงพิมพ์ด้วย
นายชิต บุรทัตใช้นามสกุลเดิมว่า ชวางกูร ใน พ.ศ.๒๔๕๙ ได้รับนามสกุลพระราชทานว่า บุรทัต
ในปีเดียวกันนายชิต บุรทัตได้สมรสกับนางจั่น แต่ไม่มีบุตรธิดาด้วยกัน
นายชิต ถึงแก่กรรมเทื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ ด้วยโรคลำไส้พิการ
งานกวีนิพนธ์ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทคำฉันท์ มีทั้งที่แต่งขึ้นด้วยจินตนาการของความเป็นกวี ชมธรรมชาติ คติสอนใจ บทสดุดีเฉลิมพระเกียรติและวรรณคดีเรื่องยาวเกี่ยวกับชาดก เช่น
กำเนิดแห่งสตรีคำโคลงความรักของแม่
ฉันท์เฉลิมพระเกียรติงานพระเมรุทองท้องสนามหลวง
ข้าพเจ้านั่งอยู่ชายทะเล
คติของพวกเราชาวไทย
ลิลิตพระเจ้ากรุงธนบุรี
สามัคคีเภทคำฉันท์ เป็นต้น
ผลงาน
นามปากกกาของนายชิต บุรทัต คือ
เจ้าเงาะ
เอกชน
แมวคราว
ใช้ในการประพันธ์บทความต่างๆในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆเสมอมา
การวิเคราะห์
๑.โครงเรื่อง
แคว้นวัชชียึดมั่นในอปริยหานิยธรรม ๗ มีความสามัคคีปรองดองที่มั่นคง พระเจ้าอชาตศัตรูผู้ต้องการแผ่อำนาจจึงต้องใช้อุบายส่งวัสสการพราหมณ์
เข้าไปเป็นไส้ศึกในแคว้นวัชชี เพื่อหาวิธีทำลายความสามัคคีของกษัตริย์แคว้น
วัชชีีเสียก่อน แล้วจึงยกทัพเข้าโจมตี วัสสการพราหมณ์ใช้เวลาถึง ๓ ปี จึงดำเนินกลอุบายทำลายความสามัคคีได้สำเร็จ พระเจ้าอชาตศัตรูก็ได้แผ่อำนาจเข้าครอบครองแคว้นวัชชีเป็นที่สำเร็จ
๒.สาระของเรื่อง
สามัคคีเภทคำฉันท์ชี้ให้เห็นว่า...
๒.๑ความสามัคคีเป็นธรรมที่จำเป็นในการทำงาน
๒.๒ การร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหาในภาวะวิกฤต
ต่าง ๆนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในอันจะป้องกัน
ชาติบ้านเมืองให้มั่นคงเป็นปึกแผ่น
๒.๓ วิจารณญาณเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับ
มนุษย์ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในโลกของการต่อสู้
ช่วงชิงอำนาจและเข่นฆ่ากันอย่างไม่รู้ผิดชอบชั่วดี
๒.๔ สงครามนำมาซึ่งความทุกข์ความเดือดร้อน
ของคนในประเทศ มนุษย์ไม่ควรเบียดเบียนกัน
๒.๕ การละทิฐิมานะ ละอคติ
และตริตรองเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น
จะทำให้บุคคลดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข
๓.แก่นเรื่อง
๓.๑ แก่นเรื่องหลัก
โทษของการแตกความสามัคคีซึ่งนำหมู่คณะไปสู่ความหายนะ

๔.ฉาก
๕.ตัวละคร
๖.การเลือกสรรความ
๓.๒ แก่นเรื่องรอง
การใช้สติปัญญาเอาชนะฝ่ายศัตรูโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
การรู้จักเลือกใช้บุคคลให้เหมาะกับงานจะทำให้งานสำเร็จด้วยดี
การถือความคิดของตนเป็นใหญ่และทะนงตนว่าดีกว่าผู้อื่นย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม

เรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์เป็นเรื่องที่ได้รับมาจากอินเดีย กวีจึงพยายามพรรณนาฉากบรรยากาศของเรื่องให้เป็นอินเดียในสมัยพระเจ้าอชาตศัตรู แต่ยังพอมีความเป็นไทยแทรกอยู่บ้าง เนื่องจากกวีเป็นคนไทย ตัวอย่างเช่น
การพรรณนาบ้านเมือง
อำพนพระมนทิรพระราช สุนิวาสวโรฬาร์
อัพภันตรไพจิตรและพา หิรภาคก็พึงชม
เล่ห์เลื่อนชะลอดุสิตฐา นมหาพิมานรมย์
มารังสฤษฎ์พิศนิยม ผิจะเทียบก็เทียมทัน
สามยอดตลอดระยะระยับ วะวะวับสลับพรรณ
ช่อฟ้าตระการกลจะหยัน จะเยาะยั่วทิฆัมพร
บราลีพิลาศศุภจรูญ นภศูลประภัสสร
หางหงส์ผจงพิจิตรงอน ดุจกวักนภาลัย

การพรรณนากระบวนทัพช้างและทัพม้า
ตอนพระเจ้าอชาตศัตรูกรีธาทัพนั้น นับว่าพรรณนาได้อย่างน่า
เกรงขาม
เช่น

ขุนคชขึ้นคชชินชาญ คุมพลคชสาร
ละตัวกำแหงแข็งขัน
เคยเศิกเข้าศึกฮึกครัน เสียงเพรียกเรียกมัน
คำรณประดุจเดือดดาล

การพรรณนาชมธรรมชาติ
ซึ่งนับว่านิยมมากในวรรณคดีไทย แต่ใน
สามัคคีเภทคำฉันท์ขาดรสนี้
ไปตอนวัสสการพราหมณ์ถูกขับก็ดีหรือตอนพระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพก็ดีน่าจะมีบทพรรณนาชมธรรมชาติบ้าง แต่ผู้แต่งเพียงพรรณนาสรุปสั้น ๆ ว่า


แรมทางกลางเถื่อน ห่างเพื่อนหาผู้
หนึ่งใดนึกดู เห็นใครไป่มี
หลายวันถั่นล่วง เมืองหลวงธานี
นามเวสาลี ดุ่มเดาเข้าไป

พระเจ้าอชาตศัตรู
๑.๑ ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์ ดังฉันท์ที่ว่า
แว่นแคว้นมคธนครรา- ชคฤห์ฐานบูรี
สืบราชวัตวิธทวี ทศธรรมจรรยา
เลื่องหล้ามหาอุตตมลาภ คุณภาพพระเมตตา
แผ่เพียงชนกกรุณอา ทรบุตรธิดาตน

๑.๒ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองบ้านเมือง
ได้รับการทำนุบำรุงจนกระทั่งมีแสนยานุภาพ ประชาชนสุขสงบ
๑.๓ทรงมีพระราชดำริจะแผ่พระบรมเดชานุภาพโดยจะกรีธาทัพไปตีแคว้นวัชชี ดังนี้
สมัยหนึ่งจึ่งผู้ภูมิบาล ทรงจินตนาการ
จะแผ่อำนาจอาณา
ให้ราบปราบเพื่อเกื้อปรา- กฎไผทไพศา
ลรัฐจังหวัดวัชชี

๑.๔ทรงมีความรอบคอบเมื่อทรงทราบว่าคณะกษัตริย์ลิจฉวียึดมั่นในสามัคคีธรรมจึงทรงมีพระราชดำริว่า
ศึกใหญ่ใคร่จะพยายาม รบเร้าเอาตาม
กำลังก็หนักนักหนา
จำจักหักด้วยปัญญา รอก่อนผ่อนหา
อุบายทำลายมูลความ

และทรงปรึกษาหารือกับ
วัสสการพราหมณ์
ซึ่งวัสสการพราหมณ์กราบทูลถึงวิธีการและดำเนินการจนสำเร็จ
๒.วัสสการพราหมณ์
๒.๑ รักชาติบ้านเมือง ยอมเสียสละเพื่อประเทศชาติ


๒.๒ จงรักภักดีต่อพระเจ้าอชาตศัตรู ดังฉันท์ที่พรรณนาไว้ตอนวัสสการพราหมณ์ต้องโทษ ดังนี้

โดยเต็มกตัญญู กตเวทิตาครัน
ใหญ่ยิ่งและยากอัน นรอื่นจะอาจทน
หยั่งชอบนิยมเชื่อ สละเนื้อและเลือดตน
ยอมรับทุเรศผล ขรการณ์พะพานกาย
ไป่เห็นกะเจ็บแสบ ชิวแทบจะทำลาย
มอบสัตย์สมรรถหมาย มนมั่นมิหวั่นไหว

๒.๓เป็นผู้เฉลียวฉลาดมีไหวพริบและรอบคอบในการดำเนิน
อุบายด้วยความเฉียบแหลมลึกซึ้ง รู้การควรทำและไม่ควรทำ
รอจังหวะและโอกาส การดำเนินงานมีขั้นตอนเป็นผู้มีแผนงาน
๒.๔ มีความรอบคอบและความเพียร
๓.กษัตริย์ลิจฉวี
๓.๑ ทรงตั้งมั่นในธรรม กษัตริย์ลิจฉวีล้วนทรงยึดมั่นในอปริหานิยธรรม (ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม) ๗ ประการ ได้แก่

หนึ่ง
เมื่อมีราชกิจใด ปรึกษากันไป บ่วายบ่หน่ายชุมนุม

สอง
ย่อมพร้อมเลิกพร้อมประชุม พร้อมพรักพรรคคุม ประกอบณกิจควรทำ

สาม
นั้นถือมั่นในสัมมาจารีตจำ ประพฤติมิตัดดัดแปลง

สี่
ใครเป็นใหญ่ได้แจง โอวาทศาสน์แสดง ก็ยอมและน้อมบูชา

ห้า
นั้นอันบุตรภริยา แห่งใครไป่ปรา- รภประทุษข่มเหง

หก
ที่เจดีย์คนเกรง มิย่ำยำเยง ก็เซ่นก็สรวงบวงพลี

เจ็ด
พระอรหันต์อันมี ในรัฐวัชชี ก็คุ้มก็ครองป้องกัน

๓.๒ ขาดวิจารณญาณและทิฐิเกินเหตุ
สามัคคีเภทคำฉันท์ดำเนินเรื่องตามลำดับกวีเลือกสรรความได้อย่างกระชับไม่เยิ่นเย้อเช่นตอนที่วัสสการพราหมณ์ถูกลงพระราขอาญาแล้วเนรเทศ
จากแคว้นมคธมีการบทคร่ำครวญพอสมควรเท่านั้นนอกจากนั้นกวียังเลือกใช้ฉันท์ให้เหมาะสมกับความอีกด้วย ตัวอย่างเช่น
สัททุลวิกกีฬิตฉันท์
ลีลาท่วงทำนองเคร่งขรึม ใช้ใน
บทประณามพจน์
วสันตดิลกฉันท์
ลีลาจังหวะสละสลวย ใช้
พรรณนาชมบ้านเมือง
อินทรวิเชียรฉันท์
ลีลาสละสลวย ใช้ตอน
วัสสการพราหมณ์ถูกเนรเทศ
โตฎกฉันท์
ลีลากระชั้น คึกคัก ใช้ตอน
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพ

๗.คำประพันธ์
คำประพันธ์ที่ใช้แต่งสามัคคีเภทคำฉันท์นั้น ใช้ฉันท์และกาพย์สลับกัน จึงเรียกว่า คำฉันท์ โดยมีฉันท์ถึง ๒๐ ชนิดด้วยกัน นับว่าเป็นวรรณคดีคำฉันท์เล่มหนึ่ง ที่อนุชนรุ่นหลังยกย่อง และนับถือเป็นแบบเรื่อยมา โดยเน้นจังหวะลหุ คือ เสียงเบาอย่างเคร่งครัด กำหนดเป็นสระเสียงสั้นไม่มีตัวสะกด เสมอ
คุณค่างานประพันธ์
๑.ด้านวรรณศิลป์
๑.ใช้คำง่าย ๆ ในบางตอน ทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ไม่ยากนัก
๒.การใช้คำที่มีเสียงเสนาะเสียงเสนาะเกิดจากการใช้คำเลียนเสียง
ธรรมชาติ มีการย้ำคำ ใช้คำที่ก่อให้เกิดความรู้สึก เช่น
ตอนชมกระบวนช้าง

แพร้วแพร้ว
พรายพราย
ข่ายกรอง ก่องสกาวดาวทอง ทั้งพู่สุพรรณสรรถกล”
คำ
แพร้วแพร้ว
และ
พรายพราย
ก่อให้เกิดความรู้สึกในด้านความโอ่อ่างดงามได้อย่างดี

๓.ใช้คำที่มีความหมายกระชับ คำบางคำผู้อ่านอ่านแล้วเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำอื่น
มาขยายความอีกเลย เช่น
“แรมทางกลางเถื่อน ห่างเพื่อนหาผู้
หนึ่งใดนึกดู เห็นใครไป่มี”
ซึ่งอ่านแล้วผู้อ่านก็เข้าใจได้ทันทีว่าวัสสการพราหมณ์เดินทางอย่างเดียวดาย

๔. การหลากคำ กวีจำเป็นต้องรู้จักคำมากเพื่อหลีกเลี่ยง
การใช้คำซ้ำกัน ทำให้ผู้อ่านเห็นความเป็นอัจฉริยะของกวี เช่น
“ขุนคอ
คช
คุมกุมอัง กุสกรายท้ายยัง ขุนควาญประจำ
ดำรี

“ขุน
คช
ขึ้นคชชินชาญ คุมพล
คชสาร
ละตัวกำแหงแข็งขัน”
คำว่า
คช ดำรี
และ
คชสาร
หมายถึง
ช้าง
ทั้งสิ้น

๕.การใช้โวหารภาพพจน์ คือ ถ้อยคำที่กวีเรียบเรียงอย่างใช้โวหาร
ไม่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา

เพราะต้องการให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมในการคิด
เข้าใจ และรู้สึกอย่างลึกซึ้งตามผู้แต่งไปด้วย
๒.ด้านสังคม
เน้นโทษของการแตกความสามัคคีในหมู่คณะ
ด้านจริยธรรม เน้นถึงหลักธรรม อปริหานิยธรรม ซึ่งเป็นธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม
เน้นถึงความสำคัญของการใช้สติปัญญาตริตรอง และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้กำลัง

คำถาม"เรียกน้ำย่อย"ข้อที่ ๑
" ใครคือผู้แต่งหนังสือเรื่อง สามัคคีเภทคำฉันท์

และจงยกตัวอย่างผลงานของผู้แต่งคนนี้มาอย่างน้อย ๒ ผลงาน"
"ผู้ใดมีบทบาทในการทำให้แคว้นวัชชีพ่ายแพ้แคว้นมคธ

และวัสสการพราหมณ์ใช้เวลานานเท่าใดในการเป็นไส้ศึก"

คำถาม"เรียกน้ำย่อย"ข้อที่ ๒
คำถาม"เรียกน้ำย่อย"ข้อที่๓
ในเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์

มีตัวละครหลักทั้งหมดกี่ตัว
ใครบ้าง
จงยกตัวอย่างลักษณะนิสัยของตัวละครแต่ตัว
๑.นางสาวดวงฤดี เริงฤทธิ์ ชั้น ๖/๖ เลขที่ ๙
๒.นางสาววรฤทัย ศประภาเดโช ชั้น ๖/๖ เลขที่ ๑๘
๓.นางสาววรินดา นนท์เหล่าพล ชั้น ๖/๖ เลขที่ ๒๐
๔.นางสาววิราภรณ์ สุขสวัสดิ์ทวีกุล ชั้น ๖/๖ เลขที่ ๒๑
๕.นางสาวศดานันท์ อันทะเกด ชั้น ๖/๖ เลขที่ ๒๒
๖.นางสาวอริสา อรุณเกียรติกุล ชั้น ๖/๖ เลขที่ ๒๘
Full transcript