Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

รูปลักษณะโครงสร้างของออนโทโลยี

No description
by

SUPERBUA Optimistic

on 13 October 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of รูปลักษณะโครงสร้างของออนโทโลยี

รูปลักษณะโครงสร้างของออนโทโลยี
เป้าหมายโดยรวมของบทความนี้คือเพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจในทางปฏิบัติของสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่และสิ่งเก่าๆที่
เกี่ยวข้องกับลักษณะและการใช้งานออนโทโลยีซึ่งเป็นแนวความรู้เบื้องต้นที่ยังไม่ได้มีการเจาะลึกลงไปโดยเฉพาะ
เข้าใจความหมายและวัตถุประสงค์การใช้งานออนโทโลยี
เพิ่มให้ผู้ใช้งานรู้จักเทคโนโลยีออนโทโลยีในโปรแกรมประยุกต์
เข้าใจถึงโครงสร้างและโปรแกรมการสร้างออนโทโลยีเป็นพื้นฐาน
เข้าใจถึงข้อจำกัดของการใช้งาน
ออนโทโลยี หมายถึง การกำหนดนิยามความหมายที่มีความชัดเจนของคำค้นหรือคำศัพท์ที่ผู้ใช้ต้องการค้นหา เป็นตัวแทนของแนวคิด (concept) ของข้อมูล สารสนเทศ ข้อมูลที่ใช้ร่วมกันในแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย มีขอบเขตอยู่ในเนื้อหาเดียวกันหรือในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจ (domain) ให้เข้าใจความหมายสอดคล้องตรงกัน ดูเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานและคอมพิวเตอร์ สามารถเข้าใจและใช้งานร่วมกันได้ง่ายและสะดวกขึ้น
ONTOLOGY คืออะไร?
โครงสร้างของออนโทโลยี
มีการกำหนดโครงสร้างที่ชัดเจน
ใช้บรรยาย แสดงแนวความคิดในขอบเขตความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง
แสดงคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นๆ
อยู่ในรูปแบบที่มีลำดับชั้น ในลักษณะ Parent-child
หมายถึง ขอบเขตของความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือความคิดทั่วไปหรือนามธรรมในโดเมนที่สนใจ และสามารถอธิบายรายละเอียดได้ซึ่งสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับทุกสิ่งที่ถูกกล่าวถึงและสามารถอธิบายรายละเอียดได้ เช่น People, Expertise, Task, Action เป็นต้น
1. แนวคิด (Concept)
2. คุณลักษณะ (Property, Slot, Roles, Functions)
หมายถึง คุณสมบัติต่างๆที่เกี่ยงข้องกับความสัมพันธ์กับแนวคิดหรือนำมาใช้อธิบาย
แนวความคิด (Concept) เช่น บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ (Lecturer) การระบุบุคคลที่เป็นอาจารย์ขึ้นกับสถานที่ทำงาน (Office) วิชาที่สอน (Teaching) ตำแหน่งงานวิชาการ (Honorary Positions) เป็นต้น
3.ความสัมพันธ์ (Relationship)
หมายถึงรูปแบบของความสัมพันธ์กันระหว่างแนวคิดในขอบเขตความรู้ที่สนใจและมีการกำหนดแบบแผนความสัมพันธ์ โดยมีการระบุความสัมพันธ์ไว้เป็นแบบต่างๆ ได้แก่
• ความสัมพันธ์แบบลำดับชั้น (Subclass of หรือ is-a hierarchy)
• ความสัมพันธ์แบบเป็นส่วนหนึ่ง (Part-of)
• ความสัมพันธ์เชิงความหมาย (Syn-of)
• ความสัมพันธ์การเป็นตัวแทน (Instance-of)
ความสัมพันธ์เชิงความหมายอื่น ๆที่สอดคล้องกับแนวคิดซึ่งกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญ
4.ข้อกำหนดในการสร้างความสัมพันธ์ (Axiom)
หมายถึง เงื่อนไขหรือข้อกำหนดเฉพาะหรือตรรกะในการแปลงความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดกับคุณสมบัติแนวคิด
กับแนวคิด หรือการตรวจสอบคุณสมบัติของคุณสมบัติเพื่อให้แปลงความหมายได้ถูกต้อง
5.ตัวอย่างข้อมูล (Instances)
หมายถึง คำศัพท์ที่มีการกำหนดความหมายร่วมกันทั้งหมดไว้ในออนโทโลยีเรื่องนั้นๆ
ตัวอย่างแนวคิด (concept)
ประเภทของออนโทโลยี(Type of Ontologies)
ภาษาในการสร้างออนโทโลยี
1.ภาษา RDF
ภาษามาตรฐานในการอธิบายโครงสร้างข้อมูลบนเว็บหรือเมตะดาต้าที่อยู่บนเว็บไซต์
พัฒนามาจากภาษา XMLโดยองค์กร World Wide Web Consortium (W3C)
ภาษา RDF เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของ Semantic Web
แสดงการอธิบายข้อมูลในรูปแบบที่เรียกว่า Triple ซึ่งประกอบด้วย Subject, Predicate และ Object
2.RDF Schema
ใช้อธิบายข้อมูลจริงที่มีอยู่ อธิบาย statement
RDF Schema จะเป็นการอธิบาย vocabulary ของเอกสาร RDF รวมทั้ง reserve word ต่างๆ
มีโครงสร้างคล้ายกับเอกสาร RDF โดยใช้โครงสร้าง XML เป็นพื้นฐาน
ในการ query ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น เพราะมีโครงสร้างที่ชัดเจน
เน้นการใช้ namespace
3.ภาษาOWL
ขยายมาจากภาษา RDF และได้สืบทอดมาจากภาษา DAML+OIL
อธิบาย คลาส (class), คุณสมบัติ (properties) และความสัมพันธ์ (relationship)
รองรับการบรรยายข้อมูลเชิงตรรกะ ชนิดข้อมูลและตัวบอกปริมาณได้
ข้อมูลที่ถูกอธิบายนั้นมีความหมายมากขึ้นกว่าเดิม
โครงสร้างของภาษา OWL สามารถใช้แผนภาพลำดับชั้นหรือ Taxonomy
ภาษาที่ใช้ในการนำเสนอออนโทโลยี
เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถแปลงความหมายหรือประมวลผลนิยามคำศัพท์ที่สร้างขึ้นได้ สามารถอธิบายแนวคิด ความสัมพันธ์ระหว่างคลาสกับคุณสมบัติ (Properties) ที่อยู่ในขอบเขตความรู้ (Domain) และสามารถแสดงความสัมพันธ์ในทุกระดับของคุณสมบัติได้อย่างชัดเจน
ภาษาไม่เป็นทางการ (Highly Informal)
ภาษากึ่งไม่เป็นทางการ (Semi-Informal)
ภาษากึ่งทางการ (Semi-Formal)
ภาษาทางการ (Rigorously Formal)
การพัฒนาออนโทโลยี
ขั้นตอนการพัฒนาออนโทโลยีของ Natasha Noyและ MCGuinness
วิศวกรรมความรู้และแนวคิดของ Noy and Mcguinness
1. กำหนดขอบเขตความรู้ (Domain) และขอบเขตของออนโทโลยี
2. พิจารณาออนโทโลยีที่มีอยู่แล้วและนำกลับมาใช้หรือนำมาปรับปรุงนำมาขยายเพิ่ม
3. กำหนดรายการคำศัพท์ (คำหลัก) คำสำคัญที่จะกำหนดให้มีในออนโทโลยี
4. การกำหนดคลาส หรือแนวความคิด และลำดับชั้นโดยใช้กระบวนการพัฒนา
5. กำหนดคุณสมบัติของคลาส
6. กำหนดชุดของคุณสมบัติ
7. สร้างคำศัพท์ ขั้นสุดท้ายคือการสร้างคำศัพท์ขึ้นมาในแต่ละคลาส
แบบ Top-down เริ่มจากการกำหนดนิยามของแนวคิด จากระดับกว้างและลงสู้ระดับที่
เฉพาะเจาะจง โดยการสร้างคลาส สำหรับแนวคิดทั่วไป ลำดับต่อมาเป็นการกำหนดคลาสที่เฉพาะเจาะจง โดยการสร้างคลาสย่อย
แบบ Bottom-up เริ่มจากการกำหนดนิยามให้กับแนวคิดที่เฉพาะเจาะจงที่สุดขึ้นไปหาแนวคิดทั่วไปหรือแนวคิดที่กว้างที่สุด และจัดกลุ่มคลาสของแนวคิดทั่วไป
การประยุกต์ใช้ออนโทโลยี
การนำออนโทโลยีไปใช้เพื่อแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบภาษาต่าง ๆ
การนำออนโทโลยีมาใช้เพื่อกำหนดรายละเอียดของซอฟต์แวร์
การประยุกต์ใช้ออนโทโลยี เพื่อการเข้าถึงข้อมูลที่มีโครงสร้าง หรือรูปแบบต่างกัน
การประยุกต์ใช้ออนโทโลยีเพื่อการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
ประโยชน์ของออนโทโลยี
พัฒนาออนโทโลยีจึงถูกนำไปใช้ในงานวิจัยหลายๆ ด้าน
ช่วยให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลตามความคิดของคนได้
ลดความซ้ำซ้อนและความสับสนในการสื่อความหมายระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์
เพิ่มประสิทธิภาพการสืบค้นข้อมูล ได้ถึง 50 เท่า
ช่วยขยายคำค้น ทำให้ค้นหาและเข้าถึงข้อมูลที่ตรงตามที่ผู้ใช้งานต้องการจริง
ผนวกความรู้ สร้างความเข้าใจเบื้องต้นของความรู้ระหว่างโดเมน
นำข้อมูลกลับมาใช้ได้อีก (Reuse)
เครื่องมือในการจัดการออนโทโลยี
1. Hozo-Ontology Editor
เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยโอซากา (Osaka University) ประเทศญี่ปุ่น เป็นโปรแกรมเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาออนโทโลยี (Ontology Editor) และเป็นเครื่องมือถ่ายทอดและจัดเก็บองค์ความรู้ในรูปแบบของออนโทโลยีได้
องค์ประกอบของโปรแกรม Hozo-ontology Editor
ตัวอย่างการสร้างออนโทโลยีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจังหวัดตรัง
กับโปรแกรมโฮโซ

โปรแกรมโปรเทเจ Protege
โปรแกรมโปรเทเจเป็นโปรแกรมในการสร้างแบบจำลองแอพพลิเคชั่นฐานความรู้ในออนโทโลยีเป็นซอฟแวร์โอเพนซอร์ส ที่ได้รับการพัฒนามาจาก Stanford University ปัจจุบันมีการพัฒนาถึงเวอร์ชั่น 4.3 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม การสร้างแบบจำลองและประยุกต์ใช้โดเมนความรู้ร่วมกับ Ontology
จุดเด่นของโปรแกรม
สร้างกลุ่มของโครงสร้างแบบจำลองความรู้
การจัดการออนโทโลยีมีรูปแบบที่หลากหลายสามารถปรับแต่งให้ง่ายต่อการสร้างแบบจำลองความรู้
การนำเข้าข้อมูล มีโปรแกรมเสริมที่สามารถนำเข้าเพิ่มให้กับโปรแกรมหลัก
มี API ที่มีพื้นฐานเป็น JAVA ในการสร้างฐานความรู้ สนับสนุนการใช้งานแบบเฟรม , XML Schema, RDF(S) และ OWL
ตัวอย่างการสร้างออนโทโลยีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจังหวัดตรัง
กับโปรแกรมโปรเทเจ
การใช้งานโปรแกรมเสริม (Plug-in) กับโปรแกรมโปรเทเจ
Graphvizเป็นโปรแกรมโอเพ่นซอร์สสำหรับวาดกราฟ โดยจะอ่านไฟล์ดอท (dot) ซึ่งเป็นไฟล์ที่เขียนลักษณะของกราฟไว้แล้วสร้างกราฟออกมาให้โดยเราไม่ต้องคุม
ตำแหน่ง ของ node หรือ edge ซึ่งโปรแกรมจะทำการจัดการโดยอัติโนมัติ
ตัวอย่างกราฟที่ได้จากตัวเสริม Graphviz
เรื่อง : ออนโทโลยี
Ontology

อาจารย์ที่ปรึกษา : ดร.ณัฐธิดา สุวรรณโณ

เรียบเรียงโดย :
นายธีร์วรา กัลยาศิริ 5310513031
นายภานุพล พ่วงเอี่ยม 5310513056
นางสาวสุปวีณ์ กลับศรีอ่อน 5310513077

รูปแบบการทำงานของออนโทโลยีแบบเฉพาะเจาะจง
บทสรุปโดยรวม
ออนโทโลยี คือ การกำหนดนิยามความหมายที่มีความชัดเจนของคำค้นหรือคำศัพท์ที่ผู้ใช้ต้องการค้นหา
เป็นตัวแทนของแนวคิดของข้อมูล
องค์ประกอบของออนโทโลยีประกอบด้วยแนวคิด ,คุณลักษณะ,ความสัมพันธ์ ,ข้อกำหนดในการสร้างความสัมพันธ์และตัวอย่างข้อมูล
ภาษาที่ใช้ในการพัฒนาออนโทโลยีในปัจจุบันมี 3 ภาษา คือ ภาษา XML,ภาษา RDF/RDFS และภาษา OWL
เครื่องมือในการจัดการออนโทโลยีมีอยู่หลายโปรแกรม เช่น Hozo-Ontology Editor, protégé
แนวคิดในออนโทโลยีจะต้องกำหนดให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ศึกษามากที่สุด
ความสัมพันธ์กันในแต่ละแบบของคำศัพท์โดยใช้ตัวอย่างการท่องเที่ยว
Full transcript