Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

Case study Library

No description
by

peerapong siriwan

on 6 August 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of Case study Library

สถาปนิก: สถาปนิก STL
สถานที่: เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์
โครงการทีม: Jose Luis เดลา Fuente ลูอิส Collado; Jose Luis เปเรกริฟโฟ Cabanillas รูเบน มาร์ Bueno, Eduardo เซ
วิศวกร: Arup ชิคาโก
สิ่งแวดล้อม: Arup ชิคาโก ลูกค้า: เมืองเฮลซิงกิ
ประเภท: การศึกษา / วัฒนธรรม
ขนาด: 13,150 ตารางเมตร

Helsinki Central Library Competition Entry
Architects: Foster + Partners
Location: Free University of Berlin, Koserstraße 20, 14195 Berlin, Germany
Architects In Charge: Norman Foster, David Nelson, Stefan Behling, Christian Hallmann, Ulrich Hamann, Ingo Pott
Project Team: Bettina Bauer, Stefan Baumgart, Florian Boxberg, Mark Braun, Niels Brockenhuus-Schack, Andre Heukamp, Stanley Fuls, Ulrich Goertz, Wendelin Hinsch, Andreas Medinger, Jan Roth, Diana Schaffrannek, David Schröder, Mark Sutcliffe, Hugh Whitehead
Year: 2005

Free University’s Philology Library
Competition 1993, project 1998-1999, 2001, realization 2001-2004

Architect : Herzog & de Meuron

Cottbus library , Germany
Case study Library
1.Cottbus library

2.Free University’s Philology Library

3.Helsinki Central Library

“รูปแบบของตัวอะมีบาที่มีการยืดขยายร่างกายให้ลื่นไหลไปกับทุกสภาพแวดล้อม รูปแบบดังกล่าวเป็นรูปทรงที่มีความสมบูรณ์แบบมีความเป็นอิสระและลื่นไหล” เป็นผลมาจากแรงบันดาลใจศิลปะธรรมชาติและการแสดงออกของความรู้สึกส่วนตัวสถาปนิก“ถึงแม้ว่าจะเป็นรูปร่างที่ลื่นไหลแต่รูปร่างดังกล่าวก็ต้องมีที่มาที่ไปและมีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเราทำแบบจำลองการทำงานจากลำดับของการเคลื่อนไหวและทำการทดสอบอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะความสามารถในการปรับเปลี่ยนและปรับโครงสร้างของตัวอะมีบา”ผิวอาคารของห้องสมุดแห่งนี้ใช้กระจกเป็นตัวยืนหลักเพื่อสร้างแรงดึงดูดใจด้านตรงข้ามประตูทางเข้าหลักของมหาวิทยาลัย จากจุดชมวิวนี้ห้องสมุดจะปรากฏเป็นตัวที่น่าประทับใจที่โดดเด่นอยู่ในสวน สร้างทางเข้าหลักที่ด้านทิศเหนือของตัวอาคาร – ดูสูงสง่าประดุจดั่งหอสูงในเมืองใหญ่ที่สร้างความโดดเด่นในบริบทของเมือง

แนวความคิดนี้ได้ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งและการวางผังภายในของอาคารได้เป็นอย่างดี รูปร่างของมันช่วยให้การสร้างห้องอ่านหนังสือในขนาดที่แตกต่างกันจำนวนมากและมุ่งเน้นไปในทิศทางที่แตกต่างกัน แต่ก็เชื่อมต่อพื้นที่ภายในเป็นการสร้างความต่อเนื่องของพื้นที่ ไล่เรียงรูปแบบและฉากเรื่องราวเพื่อให้แต่ละส่วนมีรูปร่างที่แตกต่างจากกันซึ่งช่วยลดความตึงเครียดที่น่าสนใจระหว่างเรื่องราวและเปลือกของอาคาร

“ความสามารถในการออกจากพื้นที่บางส่วนของพื้นที่ชั้นในแต่ละระดับหรือบางส่วนของอาคาร ทำให้เรามีอิสระมากในการออกแบบลำดับพื้นที่ภายในอาคาร บางห้องอ่านหนังสือได้ถูกสร้างเป็นDouble spaceทำให้เกิดความรู้สึกที่กว้างขวางมากแต่ในบางห้องก็ทำการบีบฝ้าเพดานลงมาอย่างจงใจ ในขณะที่บางห้องใช้ประโยชน์จากแสงสว่างเวลากลางวันจากด้านข้างตามแต่เปลือกของอาคารของพื้นที่ทำงานอื่น ๆ โดยเปลือกของอาคารในด้านต่างๆนั้นจะถูกกรองด้วยวัสดุเคลือบผิวกระจกให้เป็นลวดลายต่างๆกันไปตามแต่ความเข้มของแดด ซึ่งช่วยสร้างความเหมาะสมในการเข้ามาของแดดอีกด้วย”
The Brandenburg University of Technology Cottbus (BTU) เป็นมหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นในปี 1991 ภายหลังการรวมชาติของเยอรมันตะวันตกกับตะวันออก มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในอดีตสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวิศวกรรมโยธาและสถาบันอื่น ๆ อาคารถูกสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่นิยมในช่วงเริ่มต้นศตวรรษที่19ทั้งด้านรูปร่างของอาคารและวัสดุก่อสร้างอาคาร
“ข้อเสนอของเรา(หมายถึงสถาปนิกที่ออกแบบคือHerzog&deMeuron)สำหรับการแข่งขันงานประกวดในครั้งนี้เราแนะนำการวางสองอาคารที่
เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า บนพื้นที่ทางตะวันตกของมหาวิทยาลัยซึ่งเหมาะแก่การจัดตั้งห้องสมุดและอาคารบรรยายหลักของมหาวิทยาลัย อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวของมหาวิทยาลัยนั้นยังเอื้อต่อการเข้าใช้ห้องสมุดดังกล่าวของชาวเมืองCottbusและห้องสมุดแห่งนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่น่าจดจำของเมือง แต่เมื่อโครงการถูกนำขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งในการประชุมใหญ่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกลับได้รับการตั้งไว้ที่อื่นภายในมหาวิทยาลัย เรา(Herzog&deMeuron)มาสรุปว่าห้องสมุดแห่งนี้จะต้องสร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากห้องสมุดทั่วไปและจะเป็นงานสถาปัตยกรรม
ที่สร้างความแปลกใหม่และทันสมัยเพื่อที่จะสื่อสารกับจิตวิญญาณใหม่ของมหาวิทยาลัย
และเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่แตกต่างออกจากเดิม”
Case study
บันไดเวียนขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างกว่า6เมตร ตัดผ่านส่วนประกอบต่างๆทั้งหมดและยังเป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดในอาคารด้วย ขณะที่ยืนอย่างอิสระภายในอาคารตัวประติมากรรมจะบอกเล่าเรื่องราวภายในอาคาร บันไดที่กว้างขวางนี้จึงไม่ใช้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับจำนวนคนใช้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งพักหรือพูดคุยกันในอาคารด้วย
โทนสีในห้องอ่านหนังสือจะให้บรรยากาศที่เงียบสงบด้วยสีเทาและสีขาว ปัญหาในด้านการใช้แสงหรือการใช้แสงที่เหมาะสมต่อการอ่านหนังสือ จะใช้เทคนิคการเคลือบวัสดุผิวอาคารด้วยสีของสเปกตรัมบนพื้น
และผนังตามความเหมาะสมในมุมตั้งฉาก นอกจากนี้ยังช่วยให้การวางหนังสือเพื่อสะดวกในการค้นคว้าอีกด้วย

“ผ้าคลุมหน้าสีขาวจะถูกพิมพ์ลงบนทั้งสองด้านของเปลือกเคลือบของอาคาร ลวดลายที่แตกต่างกันถูกซ้อนทับในหลายชั้นเพื่อให้ลายดังกล่าวกลมกลืนไปกับผิวของอาคาร ลดความจ้าของแสงและความกระด้างแข็งของกระจกและยังทำให้
ตัวอาคารดูกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน”
Structural Engineering: Pichler Ingenieure
Mechanical & Electrical Engineering: Schmidt Reuter Partner – PIN Ingenieure
Planning Supervisor: Kappes Scholtz (Library), Büro Noack (Institutes)
Asbestos Removal: Büro Peters
Fire Engineering: Hosser Hass und Partner
Quantity Surveyors: Höhler und Partner
Acoustic Engineering: Büro Moll
Building Physicist: Büro Langkau Arnsberg
Façade Engineering: IFFT Karlotto Schott
Client: Senatsverwaltung für Stadtentwicklung
Total Cost: EUR 59.3 Million

จากสถาปนิก ห้องสมุดเป็นสุดยอดของทศวรรษที่ผ่านมาของการวิจัยและการทดลองโดยสตูดิโอในการอาคารสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี passive และ active เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างรุนแรงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ประกอบด้วยสองส่วนเชื่อมโยงกันคือ: การออกแบบของห้องสมุดกลางใหม่ ที่อยู่อาศัยคอลเลกชันของห้องสมุดที่แยกต่างหาก 11; และฟื้นฟูอาคารมหาวิทยาลัยเดิม

ห้องสมุดเป็นโครงสร้างคอนกรีตหุ้มด้วยเปลือกเนื้อเบา วางเรียงติดกัน
เดวิดเนลสัน, หุ้นส่วนกล่าวไว้ว่า "เราตระหนักว่านักเรียนจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในห้องสมุดและต้องการที่จะให้พวกเขามีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบเพื่อการศึกษา – ขับเคลื่อนด้วยแสงและอากาศธรรมชาติ". นักเรียนสามารถนั่ง ที่โต๊ะอ่านหนังสือที่มีอยู่โดยรอบและเข้าถึงบรรณานุกรมซึ่งจะตั้งอยู่ในทั้งสี่ชั้นที่แกนกลาง
พื้นมีลักษณะเป็นโค้งลูกคลื่น สร้างความมีชีวิตชีวาและทำให้รู้สึกด้วยชั้นลอย doublespace



อาคารประกอบไปด้วยสามส่วน
เปลือกภายนอกหุ้มอลูมิเนียมทึบแสงสลับกับการติดตั้งกระจกโปร่งใสที่สอดคล้องกับเส้นทางแสงอาทิตย์ - ช่วยควบคุมอุณหภูมิภายใน ให้ความสำคัญกับสีของมหาวิทยาลัยโดยใช้โครงสร้างเหล็ก- ซึ่งมีรูปแบบของรูปทรงเรขาคณิต – ทาสีเหลืองทำให้โครงสร้างชัดเจนและเน้นช่องระหว่างผิวภายในและภายนอก ใยแก้วโปร่งแสงช่วยกระจายแสงธรรมชาติ โดยรอบตลอดทั้งวันและการลงทะเบียนอย่างละเอียดอากาศภายนอกในการเล่นเป็นรอยของการสะท้อนความเห็นและรูปแบบกว่าพื้นผิวของมัน มุมมองผ่านแผ่นโปร่งใสและเปิดให้มองเห็นของท้องฟ้าข้างต้นพร้อมซองจดหมายเนื้อเบาให้ความรู้สึกของการถูกล้อมรอบด้วยแสงและอากาศ
มุมมองผ่านแผ่นโปร่งใสเปิดให้มองเห็นท้องฟ้านอก ให้ความรู้สึกของการถูกล้อมรอบด้วยแสงและอากาศ

Double skin ทำหน้าทีเป็นช่องอากาศและเป็น บัฟเฟอร์กันความร้อน โดยการเปิดและปิดแผ่นสี่เหลี่ยม มีการเก็บความร้อนแบบ passive และระบายความร้อนด้วยน้ำประปาภายในโครงสร้าง ทำหน้าที่ตอบสนองต่อสภาพอากาศที่แตกต่างกันของกรุงเบอร์ลิน ในวันที่อุณหภูมิต่ำกว่า 6 องศาเซลเซียส ผิวภายนอกจะปิดคล้ายรังไหมอากาศเย็นจะถูกดึงลงมาที่ห้องใต้ดิน และอากาศที่อบอุ่นจะผ่านแกนความร้อนออกมา
ในขณะที่อุณหภูมิปานกลาง มีการผสมผสานระหว่างอากาศเย็นและอุ่น ในร้อยละ 60 ของปีห้องสมุดสามารถระบายอากาศทั้งแบบธรรมชาติโดยการเปิดแผงต่างๆ และควบคุมการใช้อากาศบริสุทธิ์ที่ไหลผ่านห้องใต้ดิน ห้องสมุดนี้สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง ร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับห้องสมุดใกล้เคียง


จากจุดเริ่มต้นของโครงการที่ทีมฟอสเตอร์ก็ยังยืนกรานว่าอาคารที่มีอยู่ควรจะถูกเรียกคืนตามหลักการของการออกแบบเดิม
สิ่งที่สามารถนำไปใช้ในโครงการ
1. การประหยัดพลังงานและการจัดการกับสภาพอากาศ
2. รูปแบบการใช้แสงและอากาศธรรมชาติ

http://www.archdaily.com/438400/free-university-of-berlin-foster-partners/
การนำมาใช้ภายในโครงการ
1.รูปแบบการใช้ผิวของผนัง เพื่อใช้แสงให้เกิดความพอดีในการอ่านหนังสือ
2.รูปแบบที่แปลกใหม่ของอาคาร ช่วยทำให้ผู้เข้าใจไม่รู้สึกอึดอัดมากนัก
3.รูปแบบการใช้สีในการแยกประเภทของหนังสือ เพื่อความสะดวกในการค้นคว้าข้อมูล

STL Architects
ห้องสมุดเอลซิงกิเป็นห้องสมุดที่เน้นให้ความรู้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย เพื่อเป็นแหล่งศูนย์รวมวัฒนธรรม มีจุดประสงค์จะให้เป็นห้องนั่งเล่นของเมือง นอกจากจะเป็นห้องสมุดแล้วยังมีส่วนบริการที่รองรับกิจกรรมอื่นๆ เช่น ห้องประชุม ร้านอาหาร พื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กเล่น(สนามเด็กเล่นขนาดเล็ก) พื้นที่พบปะสังสรรค์สำหรับวัยรุ่น ห้องสมุดแห่งนี้กำลังจะเป็นสัญญาณบอกว่าเมืองเฮลซิงกิจะเข้าสู่การเป็นเมืองแห่งการศึกษา


อาคารถูกออกแบบให้มีระบบสัญจรแบบลื่นไหล มีทางลาดสำหรับผู้พิการที่เข้าได้อย่างทั่วถึง การเข้าสู่อาคารมีหลายทางเพราะเนื่องจากว่าตัวอาคารตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับพื้นที่สาธารณะอื่นๆเช่น โรงละคร สวนสาธารณะ พลาซ่า เป็นต้น


ตัวอาคารถูกครอบด้วย facade ที่เป็นกระจกแบบ 3 ทิศทาง มีคุณสมบัติพิเศษ ที่ช่วยให้แสงที่จะเข้ามายังอาคารไม่เข้ามาในอาคารโดยตรง ทำให้ตัวอาคารไม่ร้อน และยังมีข้อดีที่สามารถนำแสงจากธรรมชาติมาใช้ในเวลากลางวันได้อย่างสมบูรณ์

ข้อดี
- สามารถใช้แสงธรรมชาติได้ดี ทำให้อาคารประหยัดพลังงาน
- การเข้าถึงอาคารสะดวก เนื่องจากมีพื้นที่สาธารณะอื่นอยู่ในบริเวณเดียวกัน
- ผู้ใช้อาคารสามารถมองทัศนียภาพของเมืองภายนอกได้
- มีทางลาดสำหรับผู้พิการ
ข้อเสีย
- เนื่องจาก facade เป็นวัตถุโปร่งแสงอาจทำให้สิ่งแวดล้อมภายนอกรบกวนผู้ที่ใช้อาคาร
Full transcript