Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ละครร้อง

No description
by

Pimdao Chicxr'

on 5 December 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ละครร้อง

ละครร้องสลับพูด
ละครร้องแบบร้องล้วนๆ
ละครร้อง
ละครร้อง
อิทธิพลของละครร้องในปัจจุบัน
ประวัติความเป็นมา
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้ให้กำเนิดละครประเภทนี้
ทรงเลียนแบบจากละครอุปรากรของตะวันตกที่เรียกว่า Operatic Libretto
แต่ทรงปรับให้สอดคล้องกับลักษณะละครของไทย
วิธีการแสดงละครร้องแบบร้องล้วนๆ
ทรงกำหนดให้ตัวละครขับร้องบทกลอนโต้ตอบกัน
ดำเนินเรื่องโดยการร้องทั้งหมด ไม่มีคำพูดแทรก
ตัวละครมีท่าทีอย่างสามัญชน อาจมีรำบ้างเล็กน้อย
แต่งกายตามเชื้อชาติและฐานะ
ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวมและเพลงไทยตามแบบละครไทยดั้งเดิม
เรื่องที่ใช้แสดง
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ ละครร้องไว้ 9 เรื่อง คือ
ตั้งจิตรคิดคลั่ง
ท้าวแสนปม
ธรรมะมีชัย
พระเกียรติรถ
พระยศเกตุ
เรื่อง"สาวิตรี"ทรงตั้งพระทัยให้มีการแสดงขึ้น แต่บังเอิญเป็นช่วงเวลาที่ทรงประชวร และเสด็จสวรรคตในที่สุด เรื่องนี้จึงไม่ได้ออกแสดงตามพระราชประสงค์ ต่อมาในปีพ.ศ.2490 กรมศิลปากรได้จัดให้มีการแสดงละครร้องเรื่องสาวิตรีขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ
คุณ เอื้ออาทร วงศ์สิริ
นักแสดงและผู้จัดทำละครของกลุ่ม Dreambox

“ส่วนตัวแล้วมองว่าทั้งสองศาสตร์ไม่มีความเหมือนกันในแง่ของการทำงานหรือการแสดง เพราะเป็นการแสดงคนละแบบ ใช้ดนตรีคนละแบบ เครื่องดนตรีคนละชนิด ใช้ทักษะคนละแบบ ละครร้องจะมีองค์ประกอบของความเป็นไทยอย่างชัดเจน ในขณะที่ละครเพลงนั้นถูกสร้างสรรค์ปรุงแต่งให้ร่วมสมัย
ละครร้องจะจัดทำตามต้นฉบับ อาจมีตัดออกบ้างแต่เป็นส่วนน้อยเพื่อความกระชับ
และตามข้อกำหนดของระยะเวลาการแสดง แต่ไม่มีการปรับแต่งบทเพื่อเคารพบทประพันธ์ให้มากที่สุด การแต่งกายใช้เครื่องแต่งกายตามยุคสมัยของเรื่อง ดนตรีใช้ทำนองเสนาะตามที่กำหนดไว้ในบทละครร้อง วงดนตรีเล่นประกอบตามจังหวะของการแสดง เสริมเติมเพิ่มชิ้นเครื่องดนตรีตามความเหมาะสม”

“พี่ไม่หยิ่ง ทิ้งสยาม แม้ยามปลอด ลอยเรือยอซ เยี่ยมแคว้น แสนหรรษา
พี่เฝ้าหวัง วังสวรรค์ มีขวัญตา เป็นทิพยา ลัยศรี คะลีฟอเนีย”

(จากเรื่อง ลาภหาย ของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์)

ละครร้องเป็นละครที่อาศัยการร้องเพลงในการดำเนินเรื่อง
เป็นละครที่ดัดแปลงมาจากละครต่างประเทศ
แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ
1.ละครร้องสลับพูด
2.ละครร้องล้วนๆ
ไม่ใช่อย่างเดียวกับละครสังคีตหรือละครเพลง

พระร่วง
มิตรมีชัย
ศกุนตลา
สาวิตรี
ความเหมือนและแตกต่างระหว่างการแสดง ละครมิวสิคัล และ ละครร้อง
ประวัติความเป็นมา
วิธีการแสดงละครร้องสลับพูด
สถานที่แสดง
เรื่องที่แสดง
ให้กำเนิดโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ( บิดาแห่งละครร้อง )
สันนิษฐานว่าทรงดัดแปลงมาจากอุปรากร(Opera) ของชาวตะวันตก
สันนิษฐานว่ากรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงได้ความคิดมาจากการไปชมละครบังสาวันของมลายู
ความในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 5) ถึงเจ้าดารารัศมีผู้เป็นพระราชชายา ลงวันที่ 24 เมษายน ร.ศ. 128 ใจความว่า
“แต่เรื่องสาวเครือฟ้าเป็นเรื่องมาดามบัตเตอฟลายซึ่งเขียนไว้ในหนังสือไกลบ้านตอนเมืองปารีส เปลี่ยนจากสาวญี่ปุ่นฝรั่งเป็นไทยเท่านั้น ที่แกทำคำร้องเช่นนี้เอาอย่างออเปราฝรั่ง เพราะเคยได้ชมเจ้าเขมรร้อง ละครกรมนราฯค่อยดูเฟื่องฟูขึ้น”

ลายพระหัตถ์จากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพถึงเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ว่า
“เมื่อร.ศ.109 (พ.ศ.2434) สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จไปประพาสเลียบรอบแหลมมลายู เวลาประทับอยู่ ณ เมืองไทรบุรี เจ้าพระยาไทรหาละครมลายูซึ่งเพิ่งมีคนประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เรียกว่าบังสาวัน แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Malay Opera มาเล่นถวายทอดพระเนตร ต่อนั้นมาอีกหลายปีพวกละครบังสาวันนั้นเข้ามาเล่นในกรุงเทพฯ โรงที่เล่นอยู่ข้างวังบูรพาบ้านเก่าของหม่อมฉัน […] และละครบังสาวันนั้นเองที่กรมประนราธิปเอาไปคิดแก้ไปเป็นอย่าง “ละครร้อง” เล่นที่โรงปรีดาลัย แล้วคนอื่นเช่นบุนนากเป็นต้นเอาอย่างไปเล่น แต่คนทั้งหลายแม้จนเซอโยห์เซียครอสบีราชทูตอังกฤษแสดงปาฐกถาที่สมาคมโรตะรีเมื่อเร็วๆนี้ ยกย่องว่าละครร้องเป็นของกรมพระนราทรงริขึ้น หามีใครรู้ไม่ว่าท่านได้เค้ามาจากละครบังสาวันมลายู”

มีการเปลี่ยนฉากตามท้องเรื่อง
ใช้ตัวแสดงเป็นผู้หญิงล้วน แต่ใช้ผู้ชายเป็นตัวตลก
ยึดถือการร้องเป็นส่วนสำคัญ
แสดงจะร้องบทที่เป็นบทสนทนาเอง
ลูกคู่จะร้องบทบรรยาย บทแสดงอากัปกิริยาและบทคิดคำนึง
แม้ตัดบทพูดออกทั้งหมดเหลือแต่บทร้องก็ยังได้เนื้อเรื่องสมบูรณ์
การพูดและการเคลื่อนไหวของตัวละครจะใช้ท่าทางที่เป็นกิริยาสามัญ บางครั้งเรียก “ละครกำแบ”
การแต่งกายตามแบบชีวิตจริงตามชนชาติและฐานะของตัวละคร
ดนตรีที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเพลงชั้นเดียว
ในบางกรณีอาจใช้มโหรีคลอตาม เช่น เมื่อแสดงเรื่องเกี่ยวกับชนชาติอื่น
ต่อมานิยมใช้วงปี่พาทย์ไม้นวมเล่นคลอการร้องของตัวละคร
กรมพระนราธิปฯ ทรงนิพนธ์บทละครร้องไว้ “ไม่น้อยกว่า 400” เรื่อง แต่ต้นฉบับหายไปเสียมาก ในปัจจุบันรวบรวมศึกษาได้ประมาณ 48 เรื่อง ประกอบด้วย
1.บทละครร้องที่คิดเรื่องขึ้นเอง เช่น ขี้หึงถึงดี คาราคาซัง ลับลมคมใน หลงกล ตุ๊กตายอดรัก ฯลฯ
2.ได้รับเค้าโครงมาจากชาติต่างๆ เช่น มหาราชวงศ์พม่า แผ่นดินพระเจ้าสีปอมินทร์ สาวเครือฟ้า ฮุ่ยหุย ฯลฯ
3.ได้รับเค้าโครงเรื่องมาจากวรรณคดี เช่น ขุนช้างขุนแผน ราชาธิราช

ละครร้องแสดงครั้งแรกที่โรงละครปรีดาลัย ที่กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงสร้างขึ้นที่วังของพระองค์ ต้นกำเนิดมาจาก..
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้ม.ล.ต่วน วรวรรณ ชายาของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ เล่นละครทำขวัญต้นลิ้นจี่
รัชกาลที่ 5 จึงทรงอุปถัมภ์โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงแต่งเรื่องพระลอตอนกลางและทรงจัดหาตัวละคร ม.ล.ต่วนเป็นผู้คิดจัดการเรื่องการร้องและดนตรี โดยมีเจ้าจอมมารดาเขียนเป็นผู้สอนรำ
การแสดงครั้งนั้นเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก มีพระราชดำรัส มีพระราชดำรัสว่าไม่ควรเลิกการแสดงเสีย กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ จึงทรงแต่งบทละครขึ้นใหม่อีกหลายเรื่องและใช้แสดงละคร กรมพระนราธิปฯเองเป็นผู้ประพันธ์บทและกำกับการแสดง ทรงเรียกละครร้องของพระองค์ว่า
คณะละครนฤมิตร
คณะละครหลวงนฤมิตร
รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานเกียรติให้เป็น
ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น
โรงละครปรีดาลัย
(โรงละครปรีดาลัยสร้างขึ้นในบริเวณวังของพระองค์เพื่อใช้ละครประเภทต่างๆเช่น ละครรำ ละครพันทาง และละครร้อง ต่อมานิยมแสดงละครร้องมากกว่าละครประเภทอื่น จึงเรียกละครร้องว่า ละครปรีดาลัย)
( โรงละครปรีดาลัยสร้างขึ้นในบริเวณวังของพระองค์เพื่อใช้ละครประเภทต่างๆเช่น ละครรำ ละครพันทาง และละครร้อง ต่อมานิยมแสดงละครร้องมากกว่าละครประเภทอื่น จึงเรียกละครร้องว่า ละครปรีดาลัย )
Full transcript