Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

Untitled Prezi

No description
by

sade dub

on 7 January 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of Untitled Prezi

Faculty oF Education UBRU
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลับราชภัฏอุบลราชธานี

สัมมนาคณิตศาสตร์
"การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์"
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
โดย. .
นางสาวจุฬาลักษณ์ อรศรี
นางสาวสุชากานต์ สิงห์ทอง
นางสาวกุสุมา ไชยช่วย

หลักการสร้างความรู้
-Von glasersfeld (1987) ได้กล่าวถึง คอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism) เป็นทฤษฎีเกี่ยวกับความรู้ (theory of knowledge) โดยมีมุมมองว่าเกี่ยวข้องกับหลักการ 2 ประการ ได้แก่
ความรู้ (knowledge) เป็นการกระทำอย่างกระตือรือร้นโดยผู้เรียนไม่ใช่การที่ผู้เรียน จะต้องมาเป็นฝ่ายรับ อย่างเดียวจากสิ่งแวดล้อม (Environment)
การรู้จัก (know) เป็นกระบวนการปรับตัว(adaptation)ที่ต้องมี การปรับแก้ (modify)อยู่ตลอดเวลาโดยประสบการณ์ของผู้เรียนเอง จากโลกความเป็นจริง
-fosnot (1996) กล่าวว่า คอนสตรัคติวิสต์ เน้นทฤษฎีเกี่ยวกับความรู้
และการเรียนรู้ ที่อธิบายเกี่ยวกับการรับรู้ (knowing )และคนรู้ได้อย่างไร
-Nick Selly ได้เขียนเกี่ยวกับทฤษฎีสรรค์สร้างนิยม(Constructivism)
ว่าเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ที่ผู้เรียนทุกคนสร้างความรู้จากความคิดของตนเอง
แทนที่จะรับความรู้ที่สมบูรณ์และถูกต้องจากครูการสร้างความรู้เช่นนี้เป็น
กระบวนการที่เกิดขึ้นทั้งจากประสบการณ์ตรงของตนเอง การแลกเปลี่ยน
กับผู้อื่นแล้วจึงสร้างภาพที่สมบูรณ์ และสอดคล้องกับของโลกโดยรวมขึ้นมา
“โลก”อาจหมายรวมถึงธรรมชาติ ด้านกายภาพหรือวัตถุ ด้านจิตใจ ด้านสังคมอารมณ์และปรัชญาต่าง ๆ
ความหมายของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่า.. ทฤษฎีการเรียนรู้คอนสตรัคติวิสต์
(Constructivism) เป็นทฤษฎีการ เรียนรู้ที่เชื่อว่าความรู้
(knowlodge) และการเรียนรู้ (Learning)จะเกิดขึ้นได้ด้วย
ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยการ ตีความหมาย (interprete) ของสิ่งที่อยู่ในโลกความเป็นจริง (real world) ทั้งที่เป็นวัตถุ
(object) หรือเหตุการณ์ (event) ที่อยู่บนฐานประสบการณ์
และความรู้ ที่แต่ละบุคคลมีมาก่อนเข้าไปสร้างความหมาย
ภายในจิตใจ
ความหมายของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
ความหมายของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (ต่อ)
ความหมายของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(ต่อ)
ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่ง
ความรู้ ที่ผู้เรียนต้องสร้างขึ้นมาเองโดยมีฐานแนวคิด
ของทฤษฎีแบ่งออกเป็น 2 ฐาน คือ Cognitive Constructivist และ Social Constructivist
1. Cognitive Constructivism เป็นทฤษฎีการเรียนรู้พุทธิปัญญานิยมรากฐานจากทฤษฎี
ของพีอาเจต์ (Piaget)นักจิตวิทยาชาวสวิสที่ให้ความสำคัญ
กับอายุและขั้นของพัฒนาการ(Ages andAtage)พีอาเจต์
เชื่อว่าคนเราเกิดมามีความพร้อมที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
และมีแนวโน้มพื้นฐานที่ติดตัวมาแต่กำเนิด 2 ชนิด คือ
การจัดและรวบรวมกระบวนการต่าง ๆภายในเข้าเป็น ระบบ อย่างต่อเนื่อง เป็นระเบียบ ปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา
การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมหรืออยู่ในภาวะสมดุล
รูปแบบของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
(types of constructivism)
แสดงการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมตามแนวทฤษฎีของเพียเจต์
ทฤษฎี Vygotsky ค่อนข้างมีข้อจำกัดมากกว่าของพีอาเจต์ แต่ว่าวิธีการและแนวคิดสำคัญของเขาได้รับการยอมรับมากเกี่ยวกับ
การพัฒนาทางด้านปัญญาใน 3 เรื่อง คือ
1. Internalization (กระบวนการภายในจิตใจ)
2. บริเวณความใกล้เคียงพัฒนาการทางปัญญา(The Zone of proximal development )
3. Scaffolding เป็นเทคนิคสำคัญที่จะไปกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการ
ในตัวผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนประสบผลสำเร็จเอื้ออำนวยให้ผู้เรียน
สามารถสร้างความรู้ได้ง่ายขึ้น
เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน Stern berge
ได้เสนอแนะหลักการสำคัญ 3 ประการ ดังนี้
เด็กจะเรียนรู้ด้วยการสื่อสารทั้งที่เป็นทั้งกระบวนการภายในและกระบวนการ ภายนอก เด็กที่มีความคิดก็จะเป็นค้นพบ Model ในการเรียนรู้ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ทั้งในเรื่องที่ดี(good)หรือไม่สมบูรณ์ (ill)ได้
ส่วนใหญ่เด็กจะไม่บรรลุเต็มตามศักยภาพมีน้อยมากที่ครูจะพบว่า เด็กจะบรรลุผลได้เต็มตามศักยภาพและครูต้องเข้าไปแนะนำ ช่วยเหลือให้พัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ
ภาษาและความคิดเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้มีความสำคัญมากในการสอน และประสบการณ์เรียนรู้ก็จะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องสำหรับ ทุก ๆ คน
รูปแบบของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
รูปแบบของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(ต่อ)
2 .Social Constructivism
รูปแบบของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(ต่อ)
(1) ผู้เรียนจะมีปฏิสัมพันธ์กับทุกสิ่งที่อยู่แวดล้อมตัวเขาโดยเขา
จะสร้างแบบจำลองหรือสัญลักษณ์ของสิ่งต่างๆที่พบเห็นไว้ในความคิด
เพื่อใช้อธิบายสิ่งต่างๆบทบาทของครูจึงเป็นการช่วยผู้เรียนสร้าง
และประกอบแบบจำลองทางความคิดให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
(2)ผู้เรียนทุกคนจะสร้างหรือร่วมสร้างสิ่งที่มีความหมายด้วยตนเอง
(3) ผู้เรียนเป็นผู้รับผิดชอบการเรียนรู้ของตน ครูเป็นผู้สนับสนุน และอำนวยความสะดวกการเรียนรู้
(4) ผู้เรียนจะสร้างสิ่งที่มีความหมายแลกเปลี่ยนกันปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

การนำแนวคิดนี้ไปใช้ในงานของครู
การนำแนวคิดของ Constructivism ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนนั้น ครูจะเริ่มต้นจากการเสนอปัญหาหรือคำถาม ที่เป็นจุดเน้นของบทเรียนจากนั้นให้ผู้เรียน
มีปฏิสัมพันธ์ภายในระหว่างกันในกลุ่มเพื่อ
แก้ปัญหาหรือตอบคำถามจนสำเร็จโดยครูทำหน้าที่นำทางให้ ครูต้องตั้งคำถามและ
ให้ตัวอย่างเพื่อเสริมหรือตรวจสอบความ
เข้าใจของผู้เรียน
กระบวนการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
(1) ขั้นนำ
(2) ขั้นเผชิญสถานการณ์ปัญหา
(3) ขั้นระดมสมอง
(4) ขั้นไตร่ตรอง
(5) ขั้นสรุป
(6) ขั้นนำไปใช้
(7) ขั้นการประเมินผล

จุดมุ่งหมายการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์
(1) เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้มโนทัศน์ การคิดคำนวณและการแก้ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์ได้
(2) เพื่อให้นักเรียนได้สำรวจและเผชิญความคิดของตนเอง
(3) เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสในการแก้ปัญหาอย่างอิสระและมีเหตุผล
(4) เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักแนวทางในการแก้ปัญหาหลายๆวิธี
(5) เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงและขยายความคิดของตนเอง โดยการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจและตรวจสอบคำตอบที่คาดคิดไว้
(6) เพื่อให้นักเรียนตระหนักว่าความคิดที่แท้จริงของตนเองมีความหมายมีคุณค่า
(7) เพื่อให้นักเรียนได้มีการสะท้อนกลับอย่างมีวิจารณญาณและพิจารณาอย่าง
รอบคอบถึงวิธีการที่ได้มาซึ่งคำตอบด้วยวิธีการที่รวดเร็ว
(8) เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากบทเรียนไปใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้

การนำแนวคิดนี้ไปใช้ในงานของครู
หลักการพัฒนานักเรียนตามแนว
การสอนแบบ Constructivism
(1)เด็กต้องมีโอกาสวางแผนการเรียนรู้ของตนเอง และมีความยืดหยุ่นในเรื่องที่จะเรียน
(2) เด็กๆ จะสร้างความรู้ และความเข้า ใจ
การกระทำ โดยผ่านโลกทางกายภาพและโลก
ทางสังคมโดยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและ
การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลอื่น
(3) ความผิดพลาด(error)จะทำให้เกิดการพัฒนา
ความคิด (4)การเรียนรู้ของเด็กจะสัมพันธ์ในทุกด้าน โดยไม่มีการแยกแยะออกเป็นรายวิชาเหมือนผู้ใหญ่
(1) ผู้สอนจะต้องเป็นผู้ให้กำลังใจและยอมรับความเป็นอิสระและความคิดริเริ่ม
ของผู้เรียน
(2) ผู้สอนควรใช้ข้อมูลธรรมชาติและแหล่งข้อมูลที่แท้จริง ประกอบกับความชำนาญการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
(3)ผู้สอนควรใช้คำพูดที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความคิด เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาต่าง ๆ
(4)ผู้สอนให้นักเรียนเป็นผู้นำเข้าสู่บทเรียน เปลี่ยนกลยุทธ์ในการสอนและการเปลี่ยนแปลงเนื้อหา ผู้สอนจะนำสิ่งที่ได้จากผู้เรียนในขณะนั้นมาใช้ในบทเรียนการที่ผู้เรียน
มีความสนใจและมีความกระตือรือร้นเกิดขึ้นนั้น




(5) ผู้สอนต้องพยายามเข้าใจมโนทัศน์ของผู้เรียนโดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียน
แสดงความเข้าใจก่อนที่จะเริ่มมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแสดงความ
เข้าใจของผู้สอนออกมา
(6) ผู้สอนเป็นผู้กระตุ้นให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการสนทนาทั้งกับ
ผู้สอนและผู้อื่น เป็นแรงเสริมให้นักเรียนได้เกิดความคิดเข้าใจมากขึ้น ผู้เรียนได้มีโอกาสในการเสนอความคิดของตัวเองได้รับฟังและได้สะท้อน
ความคิดของผู้อื่น
(7) ผู้สอนควรเป็นผู้กระตุ้นให้ผู้เรียนได้มีการตอบสนองผู้เรียนก็จะได้
มีโอกาสตรวจสอบและประเมินความเข้าใจและความผิดพลาดของตนเอง
(8) ผู้สอนเป็นผู้กระตุ้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ตอบคำถาม
(9) ผู้สอนจะกระตุ้นให้ผู้เรียนได้มีโอกาสโต้แย้งหรือสมมติฐานที่ตั้งไว้และ
กระตุ้นให้เกิดการอภิปรายโต้แย้ง
(10) ผู้สอนจะต้องให้เวลาหลังจากได้ถามคำถามหรือตอบสนองต่อสิ่งที่มา
กระตุ้นในทันที
(11) ผู้สอนควรจัดเตรียมสำหรับชั้นเรียนและจัดเวลาที่เหมาะสมสำหรับ
การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสร้างรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดต่าง ๆ ด้วยตนเอง
(12) ผู้สอนควรเอาใจใส่ธรรมชาติความอยากรู้อยากเห็นของผู้เรียน

สรุปได้ว่า บทบาทของครูตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้
นักเรียนสร้างความรู้และความรู้ที่ดีที่สุดเกิดจากการที่ผู้เรียนได้สร้างความรู้ด้วยตนเอง ดังนั้นในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์จึงเน้นให้ผู้เรียนเป็น
ผู้มีบทบาทในการกระทำ สื่อรูปธรรม ได้พูดอธิบาย มโนมติด้วยตนเอง มีการอภิปรายในกลุ่มย่อยและครูมีบทบาทในการจัดสภาพแวดล้อมพร้อม
เทคนิคในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียนและสังเกตศึกษาพัฒนาการความคิดหรือความเข้าใจ
จากการบันทึก การสัมภาษณ์หรือดูจากผลงานของนักเรียน ซึ่งสามารถสะท้อนผลถึงความสามารถของนักเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ
บทบาทของครูตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
บทบาทของครูตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(ต่อ)
บทบาทของครูตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(ต่อ)
บทบาทของครูตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(ต่อ)
บทบาทของครูตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(ต่อ)
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้..
Whom (สอนใคร?)
การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
เป็นขั้นเตรียมความพร้อมของนักเรียนโดยการทบทวนความรู้เดิม
ครูพยายามกระตุ้นให้นักเรียนระลึกถึงประสบการณ์เดิมที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเนื้อหาใหม่ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนั้นนักเรียนจะต้องแสดงออกมาให้ครูเห็นว่าแต่ละคนมีความรู้
พื้นฐานเดิมในเรื่องที่เรียนมากน้อยเพียงใดเพื่อเป็นการทดสอบ
ความคิดรวบยอดความรู้เดิมที่สัมพันธ์กับเนื้อหาใหม่หลังจากนั้น
ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ขั้นตอนที่ 2 ขั้นสอน
2.1 ขั้นสร้างความขัดแย้งทางปัญญา ครูเสนอปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่นำไปสู่การสร้างโครงสร้างใหม่ทางปัญญาดังกล่าว เป็นปัญหาที่ไม่เข้ากับมโนทัศน์การคำนวณหรือการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่นักเรียน
ได้เรียนรู้ไปแล้วแต่มีบางส่วนร่วมอยู่ในมโนทัศน์การคำนวณหรือการแก้ปัญหาเหล่านั้น ให้นักเรียนทำเป็นรายบุคคล จัดนักเรียนเข้ากลุ่มย่อย กลุ่มละ 3-5 คน ตามระดับความสามารถ นักเรียนแต่ละคนแสดงวิธีทำและเหตุผลที่ทำต่อกลุ่มของตน
2.2 ขั้นกิจกรรมการไตร่ตรอง
2.2.1นักเรียนในกลุ่มย่อยช่วยกันสร้างสถานการณ์ตัวอย่างที่มีโครงสร้างแบบเดียวกัน
2.2.2นักเรียนในกลุ่มย่อยช่วยกันตรวจสอบวิธีทำของนักเรียนแต่ละคนในกลุ่มมาลองใช้กับสถานการณ์ตัวอย่างที่นักเรียนสร้างขึ้น แล้วเลือกวิธีทำที่ให้ผลสอดคล้องกัน
2.2.3กลุ่มย่อยทำการตกลงเลือกวิธีทำที่เป็นการยอมรับของนักเรียนในกลุ่มและ
ช่วยกันทำให้นักเรียนในกลุ่มมีความพร้อมที่จะเป็นตัวแทนในการนำเสนอผลงาน
ของกลุ่มตอบข้อซักถามและชี้แจงเหตุผลต่อกลุ่มใหญ่ได้

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นสอน (ต่อ)
2.2.4ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มย่อยแต่ละกลุ่มมาเสนอวิธีทำต่อกลุ่มใหญ่กลุ่มอื่นเสนอสถานการณ์ตัวอย่าง
หรือเหตุผลมาคัดค้านวิธีทำที่ยังค้านอยู่ถ้ากลุ่มอื่นๆไม่สามารถค้านได้ครูจึงจะเป็นผู้ค้านเอง
ซึ่งอาจมีมากกว่า1 วิธี
2.2.5 ครูเสนอวิธีที่ครูเตรียมมาเป็นเนื้อหาใหม่สำหรับนักเรียนที่พบว่าไม่มีกลุ่มย่อยใดเสนอในแบบวิธีทำ
ที่ครูเตรียมไว้ ถ้ามีครูไม่ต้องเสนอและร่วมกันอภิปรายข้อได้เปรียบเสียเปรียบวิธีทำที่ได้รับการยอมรับแล้ว
2.2.6 ให้นักเรียนแต่ละคนสร้างปัญหาใหม่ที่มีโครงสร้างความสัมพันธ์แบบเดียวกับโครงสร้างเดิม แล้วแลกเปลี่ยนกันแก้ปัญหาที่เพื่อนสร้างด้วยวิธีทำใหม่ แล้วตรวจสอบคำตอบกับเจ้าของปัญหา ซักถามและอภิปรายเมื่อพบข้อขัดแย้งครูจะเข้าช่วยเหลือเฉพาะในคู่ที่ไม่สามารถขจัดความขัดแย้งได้เอง

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นสอน (ต่อ)
2.3 ขั้นสรุปผลการสร้างโครงสร้างใหม่ทางปัญญา
2.3.1 ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปมโนทัศน์ ขั้นตอนการคำนวณ และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ได้สร้างขึ้นใหม่ในขั้นตอน
กิจกรรมไตร่ตรอง
2.3.2 นักเรียนทำแบบฝึกทักษะในการแก้ปัญหา

ประเมินจากใบงานแบบสังเกตพฤติกรรมต่างๆและแบบฝึกทักษะ
ในการแก้ปัญหาในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นสอน (ต่อ)
ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการประเมินผล
Where (ที่ไหน ?)
what (สอนอะไร ?)

how we teach
(กิจกรรมการเรียนรู้)


สรุป..

ผลของการเรียนรู้จากการจัดการเรียนรู้ตามแนว
ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ..
1.จะทำให้นักเรียนจำอย่างลุ่มลึกและจำอย่างถาวร
2.นำความรู้ไปใช้และประยุกต์ใช้ได้
3.มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
4.มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์
5.เป็นนักคำนวณ นักสืบสอบ นักคิดอย่างมีวิจารณญาณและนักคิดอย่างมีเหตุผล
WHY (สอนทำไม ?)
how we evaluate
(ประเมินการเรียนรู้)
Full transcript