Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

กาพย์เห่เรือ

No description
by

Waroon On'

on 8 July 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of กาพย์เห่เรือ

ประวัติผู้แต่ง
เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอหัวบรมโกศทรงเป็นกวีเอกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายถือได้ว่าเป็นยุคทองของวรรณคดีที่สำคัญอีกยุคหนึ่งพระองค์ทรงมีความสามารถในเชิงอักษรศาสตร์เป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในด้านนิรุกติศาสตร์และ
ฉันทศาสตร์พระนิพนธ์ของพระองค์มีทั้งที่เกี่ยวกับทางโลกและทางธรรมทางธรรมได้แก่ นันโทปนันทสูตรคำหลวง และพระมาลัยคำหลวง ทางโลกได้แก่ กาพย์เห่เรือ กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง กาพย์เห่เรื่องกากี เป็นต้นต่อมาได้บังเกิดเหตุอันน่าสลดใจเมื่อเจ้าฟ้ากุ้งต้องพระราชอาญาว่าทรงลอบเป็นชู้กับเจ้าฟ่าสังวาลย์ จึงถูกลงทัณฑ์จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ทั้งสองพระองค์ และประดิษฐานพระบรมอัฐิไว้ ณ วัดไชยวัฒนาราม
จุดประสงคฺ์ในการแต่ง
ใช้เห่เรือเล่นในคราวเสด็จฯ โดยทางชลมาครเพื่อไปนมัสการพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
เนื้อเรื่องย่อ
กล่าวถึงขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งประกอบด้วยเรือพระที่นั่งกิ่ง และเรือที่มีโขนเรือเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ คือ เรือ ครุฑยุดนาค เรือไกรสรมุข เรือสมรรถชัย เรือสุวรรณหงษ์ เรือชัย เรือคชสีห์ เรือม้า เรือสิงห์ เรือนาคา (วาสุกรี) เรือมังกร เรือเลียงผา เรืออินทรี เห่ ชมปลา กล่าวพรรณนาชมปลาต่าง ๆ มี ปลานวลจันทร์ คางเบือน ตะเพียน กระแห แก้มช้ำ ปลาทุก น้ำเงิน ปลากราย หางไก่ ปลาสร้อย เนื้ออ่อน ปลาเสือ แมลงภู่ หวีเกศ ชะแวง ชะวาด ปลาแปบ เห่ ชมไม้ เมื่อเรือแล่นเลียบชายฝั่ง ชมไม้ที่เห็นตามชายฝั่ง ซึ่งมี นางแย้ม จำปา ประยงค์ พุดจีบ พิกุล สุกรม สายหยุด พุทธชาด บุนนาค เต็ง แต้ว แก้ว กาหลง มะลิวัลย์ ลำดวน เห่ชมนก เมื่อใกล้พลบค่ำเห็นนกบินกลับรัง ก็ชมนกต่าง ๆ มี นกยูง สร้อยทอง สาลิกา นางนวล แก้ว ไก่ฟ้า แขกเต้า ดุเหว่า โนรี สัตวา และจบลงด้วยบทเห่ครวญ เป็นการคร่ำครวญ คิดถึงนางที่เป็นที่รักในยามค่ำคืน
ประเภทของการเห่เรือ
๑) เห่เรือหลวง เป็นการเห่เนื่องในงานพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำ-เนินโดยขบวนพยุหยาตราทาง ชลมารคเช่น ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในคราวสมโภชน์กรุงรัตน
โกสินทร์ครบ 200 ปี

๒) เห่เรือเล่น เป็นการเห่เวลาเล่นเรือเที่ยวเตร่เพื่อความสนุกสนารื่นเริง และให้จังหวะฝีพายพายพร้อมกันการเห่เรือในปัจจุบันนำ
เอาบทเห่เรือเล่นที่เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรทรงพระนิพนธ์ไว้ ซึ่งใช้เห่เรือมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว



เนื้อหาของกาพย์เห่เรือ
จะแบ่งออกเป็น ๕ ตอน
๑. การชมขบวนเรือในเวลาเช้า ได้พรรณนาไว้อย่างละเอียด พิสดาร
๒. การชมฝูงปลาในเวลาสายอุปมาอุปไมยอย่างแจ่มชัดและกินใจ
อย่างยิ่ง
๓. การชมพรรณนาดอกไม้ในเวลากลางวัน สอดใส่ความรู้สึก และอารมณ์ให้ผู้อ่านคล้อยตาม
๔. การชมฝูงนกในเวลาเย็น อุปมาอุปไมยแจ่มชัด เด่นชัด
๕. การคร่ำครวญถึงนาง ในเวลากลางคืน สร้างบรรยากาศ
เชิงอถรรสและวังเวง
การดำเนินเรื่อง
ดำเนินเรื่องได้สัมพันธ์กับเวลาใน ๑ วัน คือ เช้าชมกระบวนเรือ สายชมปลา บ่ายชมไม้เย็น
ชมนก กลางคืนเป็นบทครวญสวาท

ลักษณะการประพันธ์
๑. ร้อยกรอง ประเภทกาพย์เห่เรือ จบด้วย กาพย์ห่อโคลง ( บางตำราใช้กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ )

๒. กาพย์เห่เรือ ๑ บท ประกอบด้วย โคลงสี่สุภาพนำ ๑ บท แล้วกาพย์ยานี ๑๑ ไม่จำกัด จำนวนบท โดยให้กาพย์ยานี ๑๑ บทแรก มีเนื้อความเดียวกันกับโคลงสี่สุภาพที่นำกาพย์
คุณค่าที่ได้รับ
คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์
๑. รูปแบบสอดคล้องกับเนื้อหา

๒. ดีเด่นทางด้านการพรรณนาให้เห็นภาพ และให้อารมณ์ความรู้สึกดี

๓. ศิลปะการแต่งดี มีกลวิธีพรรณนาโดยใช้การอุปมา การเล่นคำ การใช้คำที่แนะให้เห็นภาพ คำที่นำให้นึกถึงเสียง คำที่แสดงอารมณ์ต่างๆ ได้ดี

คุณค่าทางด้านสังคม
๑.สะท้อนภาพชีวิตของคนไทยในปลายกรุงศรีอยุธยาที่ใช้การสัญจรทางน้ำเป็นสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยมีแม่น้ำลำคลองมาก

๒. ให้ความรู้เกี่ยวกับขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และประเพณีการเห่เรือ

๓. สะท้อนให้เห็นขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยม และความเชื่อของคนไทย เช่น ค่านิยมเกี่ยวกับความงามของสตรีว่าจะต้องงามพร้อมทั้งรูปทรง มารยาท ยิ้มแย้มแจ่มใส และพูดจาไพเราะ ความเชื่อเรื่องเวรกรรมตามหลักพระพุทธศาสนา เป็นต้น



ขอบคุณค่ะ
กาพย์เห่เรือ
เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์
การเห่เรือนอกจากจะเป็นที่สำราญพระราชอิริยาบถแล้ว ยังเป็นการให้จังหวะแก่ฝีพายด้วย
การพรรณนา
ตอนชมปลา ชมไม้ ชมนก มีการพรรณนาพาดพิง ไปถึงหญิงที่รักเข้าทำนองเดียวกับนิราศ
เห่ชมเรือ
เห่ชมปลา
เห่ชมไม้
เห่ชมนก
เห่ครวญ
ผู้จัดทำ
นายถิร เลิศถิร เลขที่ ๑
นายศุภณัฐ ตั้งอุดมวงษา เลขที่ ๑๑
นายศิวาวัต เปรมยรรยง เลขที่ ๒๓
นางสาวอภิสรา ทองพ่อค้า เลขที่ ๒๘
นางสาววารุณอร บูรณ์เจริญ เลขที่ ๓๒
นางสาวฮาดียา เงาะไพรวรรณ เลขที่ ๓๕
นางสาวณิชารี เครือวิเศษณ์ เลขที่ ๔๖

ม. ๖/๙
คำบาลี สันสฤต
การสังเกตคำไทยที่มาจากภาษาบาลี

๑.ภาษาบาลีมีสระ ๘ ตัว คือ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ

๒.ภาษาบาลีมีพยัญชนะ ๓๓ ตัว แบ่งตามฐานที่เกิดได้ดังนี้

ก.พยัญชนะวรรคมี ๒๕ ตัว ได้แก่
พัญชนะวรรค/ฐาน


วรรคที่ ๑ ฐานคอ ก ข ค ฆ ง
วรรคที่ ๒ ฐานเพดาน จ ฉ ช ฌ ญ
วรรคที่ ๓ ฐานปุ่มเหงือก ฎ ฐ ฑ ฒ ณ
วรรคที่ ๔ ฐานฟัน ต ถ ท ธ น
วรรคที่ ๕ ฐานริมฝีปาก ป ผ พ ภ ม

ข.เศษวรรคมี ๘ ตัว ย ร ล ว ส ห ฬํ

๓.ภาษาบาลีไม่มี ศ ษ

๔.คำทุกคำในภาษาบาลีจะต้องมีตัวสะกดและตัวตาม เช่น วัฑฒนา ฑ เป็นตัวสะกด ฒ เป็นตัวตาม

ข้อสังเกต

คำบาลีบางคำมีตัวสะกดไม่มีตัวตาม เพราะเดิมมีตัวสะกด เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย เราตัดตัวสะกดออก เช่น

จิต มาจาก จิตต
กิต มาจาก กิจจ
เขต มาจาก เขตต
รัฐ มาจาก รัฏฐ
วัฒน มาจาก วัฑฒน
วุฒิ มาจาก วุฑฒิ

๕.คำภาษาบาลีไม่นิยมคำควบกล้ำ เช่น ปฐม (สันสกฤตใช้ ประถม) ,อินท์
(สันสกฤตใช้ อินทร์)

๖.คำบางคำที่ภาษาบาลีใช้ ฬ ภาษาสันสกฤตใช้ ฑ เช่น

คำสันสกฤต มีลักษณะดังนี้

๑.ภาษาสันสกฤตมีสระ 14 ตัว คือ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ไอ เอา ฤ ฤา ฦ ฦา

๒.ภาษาสันสกฤตมีพยัญชนะ 35 ตัว (เพิ่ม ศ ษ จากภาษาบาลี)

๓.ภาษาสันสกฤตมีตัวสะกดตัวตาม แต่ไม่มีกฎเหมือนภาษาบาลี เช่น

บาลีใช้ สัจจ (ตัวที่ 1 สะกด ตัวที่ 1 ตาม)
สันสกฤตใช้ สัตย (พยัณชนะวรรคสะกด เศษวรรคตาม)

๔.คำในภาษาสันสกฤตนิยมคำควบกล้ำ เช่น พัสตร์ จันทร์

๕.คำบางคำในภาษาบาลีใช้ ฬ ภาษาสันสกฤตใช้ ฑ

๖.คำว่า "เคราะห์" มีในภาษาสันสกฤตเท่านั้น

๗.ภาษาสันสกฤตมีตัว รฺ (ร เรผะ) ซึ่งไทยนำมาใช้เป็น รร ฉะนั้นคำที่มี รร ส่วนหนึ่งในภาษาไทย จึงมาจากภาษาสันสกฤต

ข้อสังเกต
คำบางคำใช้ ศ ษ แต่เป็นคำไทยแท้ เช่น ศอ ศอก ศึก เศิก ดาษ ดาษดา ฯลฯ
ตัวอย่างคำภาษาบาลี
กิจ ทัณฑ์ ยาน มัชฌิม พิมพ์ ขัณฑ์ ขันธ์ ขัตติยา บุญ นิพพาน วิชา วุฒิ สามัญ อัคคี สัญญาณ มัจฉา มเหสี อุตุ อักขร อัชฌาศัย ขณะ ปัจจุบัน อิตถี อัตถุ อัจฉรา ภริยา อิทธิ ปกติ วิตถาร ปัญญา กัญญา กัป
ตัวอย่างภาษาสันสกฤต
กษัตริย์ อัศวะ ขรรค์ คฤหัสถ์ บริบูรณ์ อธิษฐาน สวรรค์ ศึกษา วิทยุ นิตย์ ทฤษฎี ปราโมทย์ ไอศวรรย์ จักร อาศัย ปราศรัย วิเศษ มรรค มัธยม สถาปนา ปรัชญา อมฤต สถาน จักษุ รัศมี ภรรยา บุษบา กัลป์ ราษฎร บุญย ศรี
ตารางเปรียบเทียบบาลี สันสฤต
การอธิบาย
๑. การบรรยาย คือ การเล่าเรื่อง การกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน โดยชี้ให้เห็นฉาก สถานที่ เวลาเหตุการณ์สาเหตุที่ก่อให้เกิด สภาพแวดล้อม บุคคลที่เกี่ยวข้องตลอดจนผลที่เกิด จากเหตุการณ์นั้นๆ เนื้อหาในการบรรยายอาจเป็นเรื่องจริง เช่น ประวัติบุคคล เรื่องเล่าจากประสบการณ์หรือเป็นเรื่องสมมุติ เช่น นิทาน นิยาย เรื่องสั้นที่มีการเล่าเรื่อง

๒. การพรรณนา คือ การให้รายละเอียดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นอาจจะเป็นบุคคล วัตถุ สถานที่หรือเหตุการณ์ช่วงใดช่วงหนึ่ง โดยอยกพรรณนาส่วนประกอบแต่ละส่วนให้แจ่มแจ้งหรือชี้ให้เห็นลักษณะเด่นของสิ่งนั้นๆ

*การบรรยายเน้นการแสดงเหตุการณ์ ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เพื่ออะไร และผลที่ตามมาเป็นอย่างไร ส่วนการพรรณนาเน้นการแสดงภาพ อารมณ์ ความรู้สึกอย่างละเอียดเพื่อสร้างความประทับใจ
๓. การอธิบาย คือ การทำให้บุคคลอื่นเข้าใจความจริง ความสัมพันธ์หรือ
ปรากฏการณ์ต่างๆทั้งที่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและเป็น ปรากฏการณ์
ทางสังคมแยกได้ ๕ ประเภท
๓.๑ การอธิบายตามลำดับขั้นตอน มักใช้กับการอธิบายกิจกรรม
การปฏิบัติหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เป็นกระบวนการหรือกรรมวิธี
มีขั้นตอนเป็นระยะไป เช่น การผลิตสิ่งของ การออกกำลังกาย
การประกอบอาหาร เป็นต้น
๓.๒ การใช้ตัวอย่าง ใช้เพื่อช่วยในการอธิบายในสิ่งที่เข้าใจยาก
๓.๓ การเปรียบเทียบความเหมือนหรือความต่างกัน เหมาะกับการอธิบาย
สิ่งแปลกใหม่หรือสิ่งที่ผู้ฟังไม่คุ้นเคยมาก่อน
โดยพยายามหาสิ่งที่ผู้ฟังผู้อ่านคุ้นเคยหรือรู้จักดีอยู่แล้ว นำสิ่งนั้นมาเทียบเคียง
และชี้ให้เห็นว่าสิ่งใหม่ที่อธิบายนั้นมีอะไรบ้างที่
คล้ายคลึงหรือแตกต่างไปจากที่คุ้นเคยอยู่
๓.๔ การชี้สาเหตุหรือผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน
๓.๕ การนิยาม คือ การให้คำจำกัดความหรือกำหนดขอบเขต
ข้อตกลงในเรื่องความหมายของคำหรือศัพท์เพื่อจะได้เข้าใจตรงกัน

คำถาม
๑. ข้อความเกี่ยวกับกาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศทางด้านแสดงบทนิราศ
ข. เป็ฯคำประพันธ์ที่แต่งด้วยกาพย์ยานีสลับกับโคลงสี่สุภาพบทต่อบท
ค. เนื้อความบางตอนแฝงความนัยที่เกี่ยวกับชีวประวัติของพระองค์ไว้ได้
อย่างแยบยล
ง. สะท้อนค่านิยม วัฒนธรรม และสภาพสังคมปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
ให้เห็นอย่างเด่นชัด
๒. เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรทรงนิพนธ์ กาพย์เห่เรือขึ้นเพื่ออะไร
ก. เพื่อขับเห่ในกระบวนเรือเสด็จประพาสทางชลมารค
ข. เพื่อขับเห่ในกระบวนเรือเสด็จในเทศกาลลอยพระประทีป
ค. เพื่อขับเห่ในกระบวนเรือเสด็จไปพระราชทานผ้าพระกฐิน
ง. เพื่อขับเห่ในคราวตามเสด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศไปทรงบำเพ็ญ
๓. ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์สำคัญของการห่าเรือ
ก. เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน
ข. เพื่อบอกสัญญาณให้พร้อมเพรียงกัน
ค. เพื่อเป็นเครื่องผ่อนแรงมิให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
ง. เพื่อขับบูชาพระแม่คงคาในโอกาศวันลอยกระทง
๔. เรื่องกาพย์เห่เรือนี้ใช้คำที่มีความหมายลึกซึ่งและสะท้อนอัตชีวประวัติ
ของผู้แต่งไว้เกือบตลอดทั้งเรื่อง ข้อใดมีลักษณะดังกล่าวนี้ด้อยที่สุด
ก. นั่งแนบแอบเอวบาง
ข. ห่อนแหห่างว่างเว้นวัน
ค. แต่นางห่างเหินพี่
ง. เห็นปลาเคล้าเศร้าใจจร
๕. "ยามสองฆ้องยามย่ำ ทุกคืนค่ำย่ำอกเองเสียงปี่มี่ครวญเครง
เหมือนเรียนร่ำคร่ำครวญนาน"
ข้อใดแสดงวัฒนธรรมไทยโบราณได้ตรงกับความข้างต้นมากที่สุด
ก. การบอกเวลา
ข. การผลัดเปลี่ยนเวรยาม
ค. การบอกเวลาเปลี่ยนเวรยาม
ง. การบอกเวลาออกเวรและเข้ารับเวรใหม่
๖. ข้อใดมีลักษณะการซ้ำคำแตกต่างกับข้ออื่น
ก. แก้มช้ำช้ำใครต้อง อันแก้มน้องช้ำเพราะชม
ข. นางนวลนวลน่ารัก ไม่นวลพักตร์เหมือนทรามสงวน
ค. เสียงสรวลระรี่นี้ เสียงแก้วพี่หรือเสียงใคร
ง. คางเบือนเบือนหน้ามา ไมางามเท่าเจ้าเบือนชาย
๗. ข้อใดสะท้อนลักษณะทางวัฒนธรมมอย่างเด่นชัด
ก. จำปาหนาแน่นเนื่อง คลี่กลีบเหลืองเรืองอร่าม
คิดคะนึงถึงนงราม ผิวเหลืองกว่าจำปาทอง
ข. ชมดวงพวงนางแย้ม บานแสล้มแย้มเกสร
คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ยิ้มพริ้มพรายงาม
ค. น้ำเงินคือเงินยวง ขาวพรายช่วงสีสำอาง
ไม่เทียบเปรียบโฉมนาง งามเรืองเรื่อเนื้อสองสี
ง. โนรีสีปานชาด เหมือนช่างฉลาดวาดแต้มลาย
ไม่เท่าเจ้าโฉมฉาย ห่มตาดพรายกรายกรมา
๘. ข้อใดมีความเปรียบ
ก. ม่านกรองทองรจนา หลังคาแดงแย่งมังกร
ข. เรียมคะนึงถึงเอวบาง เคยแนบข้างร้างแรมนาน
ค. คะนึงนุชสุดสายสมร มาด้วยพี่จะดีใจ
ง. เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ เอนื้น้องฤาอ่อนทั้งกาย
๙. "นวลจันทร์เป็นนวลจริง เจ้างามพริ้งยิ่งนวลปลา
คางเบือนเบือนหน้ามา ไม่งามเจ้าเบือนชาย"
คำประพันธ์ข้างต้นนี้ ใช้ศิลปะในการแต่งแบบใด
ก. เล่นคำ
ข. ใช้คำซ้ำ
ค. สัมผัสสระ
ง. สัมผัสอักษร
๑๐. คำประพันธ์ข้อใดให้คุณค่าทางด้านสังคม
ก. พิศพรรณปลาว่ายเคล้า คิดถึงเจ้าเศร้าอารมณ์
ข. คิดอนงค์องค์เอวอร ผมประบ่าเอี่ยมไร
ค. รวยรินกลิ่นรำเพย คิดพี่เคยเชยกลิ่นปราง
ง. คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ยิ้มพริ้มพรายงาม
เฉลย
๑ ข
๒ ง
๓ ง
๔ ข
๕ ง
๖ ค
๗ ง
๘ ง
๙ ก
๑๐ ข
Full transcript