Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

สอบวิทยานิพนธ์ บุญนาค

No description
by

Boonnark Phuangthong

on 20 May 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of สอบวิทยานิพนธ์ บุญนาค

ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง
จากการขาดธาตุเหล็กในจังหวัดสุโขทัย
FACTORS AFFECTING ADAPTATION AMONG PREGNANT WOMEN WITH IRON DEFICIENCY ANEMIA AT SUKHOTHAI PROVINCE
ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประทุมา ฤทธิ์โพธิ์

กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
ดร. สุภาพร แนวบุตร

นางบุญนาค พวงทอง รหัสนิสิต 53060575
ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา
บทนำ
ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์

ความเข้มข้นของฮีโมโกลบินน้อยกว่า 11.0 กรัมต่อเดซิลิตร
ในไตรมาสที่ 1 และ 3 หรือ

น้อยกว่า 10.5 กรัมต่อเดซิลิตร ในไตรมาสที่ 2
จากสถิติในประเทศกำลังพัฒนาในปี พ.ศ. 2552 พบภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 56.40 ประเทศที่พัฒนาแล้วพบร้อยละ 11.84

ซึ่งอัตราการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางในอัฟริกาพบร้อยละ 6.73
เอเชียพบร้อยละ 7.26 และในลาตินอเมริกา พบร้อยละ 3

โดยในกลุ่มที่มีระดับฮีโมโกลบิน 4-8 กรัมต่อเดซิลิตร มีความเสี่ยง 1.35 เท่าของหญิงตั้งครรภ์ปกติ แต่หากมีฮีโมโกลบินต่ำกว่า 4 กรัมต่อเดซิลิตร มีความเสี่ยงสูงถึง 3.51 เท่า (วิเชียร มงคลศรีตระกูล, 2557)
ร้อยละ
ปี พ.ศ.
ร้อยละ
ปี พ.ศ.
ร้อยละ
ปี พ.ศ.
อำเภอ
ที่มา: สำนักโภชนาการ กรมอนามัย , 2556
ที่มา:ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก, 2555
ที่มา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย, 2556
ที่มา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย, 2556
ผลกระทบ

หญิงตั้งครรภ์ :
เหนื่อย อ่อนเพลียใจสั่น เวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลมบ่อยๆ และเบื่ออาหาร (วิระพล ภิมาลย์, 2555),
ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์สูง 2 เท่าจากภาวะปกติ (พีระพงศ์ อินทศร และประสริฐ ศันสนีย์วิทยกุล, 2555) ,

แท้ง และคลอดก่อนกำหนด ระยะการคลอดเนิ่นนานเนื่องจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดี จนนำไปสู่การตกเลือดระหว่างคลอด (Mohamed et , Z., and Pervaiz, K., 2006),
มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายหลังคลอด และช็อกจนถึงเสียชีวิต ในระยะคลอด หลังคลอด (Thinkhamrop et al., 2003)

ทารกในครรภ์:
เจริญเติบโตช้าในครรภ์ (IUGR) ทารกน้ำหนักน้อย (LBW) ความผิดปกติของระดับสติปัญญา (mental retardation) และพัฒนาการทารกตลอดจนเกิดทารกเสียชีวิตในครรภ์ (Dfiu) (นิวัฒน์ อรัญญาเกษมสุข, 2555)
การปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์:

เกี่ยวข้องกับ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา ศาสนา เชื้อชาติ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ผู้ดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์ ความเชื่อเกี่ยวกับจิตวิญญาณ วัฒนธรรมการปฏิบัติตัวเมื่อตั้งครรภ์ ความเชื่อในเรื่องการรับประทานอาหารช่วงตั้งครรภ์ (อุ่นใจ กออนันตกูล, 2551)
ถ้าไม่ปรับตัวจะส่งผลให้การตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น PPh ช็อกและเสียชีวิต IUGR , Abortion , LBW , MRmental retardation อาจทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ และเสียชีวิตขณะคลอดได้ (Aquayo , F.G. and Irles, M. A., 2005)



การปรับตัวสู่บทบาทการเป็นมารดาจึงต้องเริ่มตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ ต้องมีความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนเจตคติและความต้องการตั้งครรภ์ การมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรของสามี การยอมรับของครอบครัว สภาพเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยให้มารดาสามารถปรับตัวได้ จึงจะสามารถช่วยให้ปรับบทบาทสู่การเป็นมารดาที่เหมาะสมได้
ดังนั้น ถ้าหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมีการปรับตัวและดูแล ตัวเองที่ดีก็จะส่งผลให้ หญิงตั้งครรภ์และบุตรมีสุขภาพดี ปลอดภัย โดยประยุกต์ ทฤษฎีการปรับของรอยมาใช้ในการศึกษาครั้งนี้
คำถามการวิจัย

1.การปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก เป็นอย่างไร

2.ปัจจัยด้านใดที่ส่งผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก


วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.เพื่อศึกษาการปรับตัวของของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็กในจังหวัดสุโขทัย

2.เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ ที่มี ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ในจังหวัดสุโขทัย
สมมติฐานของการวิจัย

ปัจจัยส่วนบุคคล: อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา ศาสนา เชื้อชาติ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน

ผู้ดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์
ความเชื่อเกี่ยวกับจิตวิญญาณ วัฒนธรรม การปฏิบัติตัวเมื่อตั้งครรภ์ ความเชื่อในเรื่องการรับประทานอาหารช่วงตั้งครรภ์

ส่งผลต่อการปรับตัวของ หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ในจังหวัดสุโขทัย
ขอบเขตการวิจัย

ตัวแปรต้น
ปัจจัยส่วนบุคคล (อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา ศาสนา เชื้อชาติ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน) ผู้ดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์ ความเชื่อเกี่ยวกับจิตวิญญาณ วัฒนธรรม การปฏิบัติตัวเมื่อตั้งครรภ์ ความเชื่อในเรื่องการรับประทานอาหารช่วงตั้งครรภ์

ตัวแปรตาม
การปรับตัว 4 ด้าน ดังนี้
1. ด้านร่างกาย
2. ด้านอัตมโนทัศน์
3. ด้านบทบาทหน้าที่
4. ด้านพึ่งพาระหว่างกัน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

เพื่อเป็นข้อมูลจัดทำแนวทางสำหรับพยาบาล
และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
ในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง
จากการธาตุเหล็กต่อไป
นิยามศัพท์เฉพาะ

การปรับตัว
1. ด้านร่างกาย 2. ด้านอัตมโนทัศน์ 3. ด้านบทบาทหน้าที่
4. ด้านการพึ่งพาผู้อื่น


ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัว

ปัจจัยส่วนบุคคล (อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา ศาสนา เชื้อชาติ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน) ผู้ดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์ ความเชื่อเกี่ยวกับจิตวิญญาณ วัฒนธรรม การปฏิบัติตัวเมื่อตั้งครรภ์ ความเชื่อในเรื่องการรับประทานอาหารช่วงตั้งครรภ์

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1. ความรู้เรื่องหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง
2. แนวคิดและทฤษฏีการปรับตัวของรอย 4 ด้าน
3. การปรับตัวสู่บทบาทการเป็นมารดา
4. บทบาทพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชนในการดูแล
หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง
5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
6. กรอบแนวคิดในการวิจัย
วิธีดำเนินงานวิจัย
การวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research)
แบบภาคตัดขวาง (Cross - sectional Design)
1.1 ประชากร

ประชากรเป็นหญิงตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ครั้งแรก,
มีผล Hb < 11 gm/Dl หรือ hct < หรือ = 33 mg%,

สามารถเข้าใจภาษาไทยได้ดี,
ไม่มีปัญหาทางการได้ยิน,
สื่อสารได้รู้เรื่องอยู่ในสภาพที่สามารถให้ข้อมูลได้
ที่ยินดีให้ความร่วมมือในการศึกษา
ระหว่าง เดือนมกราคม -กุมภาพันธ์ 2558
จำนวน 170 ราย
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1) คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยสูตร
ของ Taro Yamane ที่มีความคลาดเคลื่อน
ของการสุ่มร้อยละ 0.05 ได้จำนวน 120 คน

2) กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ
(Stratified Random Sampling) แต่ละอำเภอ

3) จับฉลากรายชื่อหญิงตั้งครรภ์ฯ แบบไม่ใส่คืน
1.2 กลุ่มตัวอย่าง
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
2.1 แบบสอบถาม

ส่วนที่ 1 แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับการปรับตัว
ของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง
2.2 การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ

1) ความตรงตามเนื้อหา (Content validity)
ได้ค่าดัชนีความตรงของเนื้อหา (Content Validity Index: CVI)
ตามเกณฑ์มาตรฐาน เท่ากับ 0.96

2) การหาความเที่ยง (Reliability)
ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient)
ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87
3.1 ขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย
3.2 แนะนำตัวกับผู้ดูแลแผนกฝากครรภ์
ของแต่ละโรงพยาบาล
3.3 ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
3.4 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูล
ตามวิธีการทางสถิติ
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
4.1 ข้อมูลทั่วไป ใช้้แจกแจงความถี่ (Frequency)
ร้อยละ (Percentage)

4.2 การปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ฯ ใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

4.3 วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับตัวฯ
ด้วย การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณ
แบบขั้นตอน (Multiple Regression Analysis)
ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
5. การพิทักษ์สิทธิ์ผู้เข้าร่วมวิจัย

ได้รับการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์
จากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์
ของมหาวิทยาลัยนเรศวร
ผลการวิจัย
ข้อมูลส่วนบุคคลของหญิงตั้งครรภ์ฯ
อายุ (ปี)
ร้อยละ
ข้อมูลการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ฯ
ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์
ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในจังหวัดสุโขทัย
บทสรุป
สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผล
ข้อเสนอแนะ
ข้อมูลส่วนบุคคลของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะ
โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในจังหวัด
สุโขทัย พบว่า ส่วนใหญ่หญิงตั้งครรภ์ฯ มีอายุเฉลี่ยที่ 27 ปี โดยอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ปี สถานภาพสมรส การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น นับถือศาสนาพุทธ เชื้อชาติไทย รายได้ของครอบครัว (บาท/เดือน) น้อยกว่า 18,000 บาท รายได้ส่วนตัว (บาท/เดือน) โดยรายได้น้อยกว่า 8,000 บาท

เมื่อเจ็บป่วยหรือต้องการดูแลสุขภาพ
มีบุคคลดูแลเป็นคู่สมรส และญาติฝ่ายตนเอง


ความเชื่อเกี่ยวกับการนับถือนั้น พบว่า ส่วนใหญ่นับถือผีบรรพบุรุษ / ผีเย้าผีเรือน


วัฒนธรรม/ความเชื่อการปฏิบัติตัวขณะตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ฯ เชื่อว่า
เชื่อว่าขณะตั้งครรภ์ต้องการรับประทาน
อาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้ลูกแข็งแรง และการบำรุงร่างกายทำให้ลูกตัวโต



ความเชื่อในเรื่องการรับประทานอาหาร
ช่วงตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ฯ พบว่า การรับประทานเนื้อสัตว์ ไข่ นม เพื่อให้ลูกและแม่แข็งแรง และการรับประทานผักที่เป็นเครือเถา
เช่น ผักบุ้ง ตำลึงจะทำให้เพิ่มธาตุเหล็ก

2. การปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ที่มี
ภาวะโลหิตจาง
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็น
สามารถแสดงผลได้ ดังนี้

2.1 การปรับตัวด้านร่างกาย ภาพรวมอยู่ระดับปานกลาง รายประเด็นมากที่สุด พบว่า หญิงตั้งครรภ์ฯ รับประทานยาเสริมธาตุเหล็ก
ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
เพื่อให้บุตรในครรภ์และแม่แข็งแรง


2.2 การปรับตัวด้านอัตมโนทัศน์ ภาพรวมอยู่ระดับมาก รายประเด็นมากที่สุด พบว่า หญิงตั้งครรภ์ฯ พึงพอใจที่ได้รับ การยอมรับจากครอบครัว


2.3 การปรับตัวด้านบทบาทหน้าที่ ภาพรวมอยู่ระดับมาก รายประเด็นมากที่สุด พบว่า หญิงตั้งครรภ์ฯ สามารถดำเนินวิถีชีวิตได้เป็นปกติ


2.4 การปรับตัวด้านการพึ่งพาระหว่างกัน ภาพรวมอยู่ระดับมาก รายประเด็นมากที่สุด พบว่า หญิงตั้งครรภ์ฯ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้เป็นปกติ เช่น ดูแลความสะอาดร่างกายไป ร้านเสริมสวย ไปฝากครรภ์ตามนัด เป็นต้น
3. ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์
ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
ในจังหวัดสุโขทัย พบว่า ถ้าต้องให้ระดับการปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์
ที่มีภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็กในจังหวัดสุโขทัย เพิ่มขึ้น

1. ความเชื่อว่าการกินผักที่เป็นเครือเถา เช่น ผักบุ้ง ตำลึง จะทำให้เพิ่มธาตุเหล็ก จะต้องเพิ่มขึ้น
2. ระดับการศึกษาของหญิงตั้งครรภ์ฯ จะต้องเพิ่มขึ้น
ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้

1. ด้านการปฏิบัติการพยาบาล:
การวางแผนการพยาบาลในชุมชน เพื่อพัฒนาระบบบริการ การเยี่ยมบ้าน การให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ในด้านการรับรู้ประโยชน์ของการปรับตัว และการปฏิบัติเพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก พร้อมทั้งส่งเสริมปัจจัยด้านการปรับตัว รวมถึงการพิจารณาถึงเรื่องระดับการศึกษาของหญิงตั้งครรภ์ฯ เพื่อให้มีการปรับตัวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. ด้านการบริหาร:
การวางแผนบริหารจัดการ ต่อเพื่อพัฒนาระบบบริการทั้งการดูแล หญิงตั้งครรภ์ทุกรายทั้งที่มี และไม่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
ในคลินิกรวมถึงการดูแลในชุมชน
ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
1. ศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบ แนวทางการจัดบริการส่งเสริมพฤติกรรม
การปรับตัวของหญิงตั้งครรภ์ ,ศึกษาปัจจัยจากทฤษฎีอื่นๆ และปัจจัยจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2. การศึกษาปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการขาด
ธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์ ,เพิ่มวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม เป็นต้น
3. การศึกษาปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกัน
การภาวะโลหิตจางจากสาเหตุอื่นๆ , ศึกษาพฤติกรรมการปรับตัว
ของบุคคลในครอบครัว
จบการนำเสนอ
ขอบคุณค่ะ
Full transcript