Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

สังเกตการสอน

No description
by

Jan Nathaporn

on 4 July 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of สังเกตการสอน

สังเกตการสอน
ชั้นมัธยมปีที่ 1/8

ห้อง 1221
ณ โรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณ สงขลา

นางสาวณัฐพร เขียวขาว รหัสนิสิต 561031141
นายกฤษณะ โต๊ะดำ รหัสนิสิต 561031437
นางสาวกาณติมา จิหมัน รหัสนิสิต 561031439
นางสาวธนพร เม่งยก รหัสนิสิต 561031451
นายพงศกร กิจเกตุ รหัสนิสิต 561031459
นางสาวพัชรภรณ์ อินทร์แก้ว รหัสนิสิต 561031461
นางสาวสุภาดา บุญเรือง รหัสนิสิต 561031474
สมาชิกในกลุ่ม
วิธีการสอนของครู /เทคนิคในการสอนของคุณครู
1. การนำเข้าสู่บทเรียนโดยการเรียกชื่อนักเรียนและถามถึงเรื่องที่เรียนมาเมื่อสัปดาห์ก่อน
2.เทคนิคการสอนโดยการใช้กิจกรรมเช่น การไหว้
3. เทคนิคการใช้คำถาม แต่คำถามส่วนใหญ่จะเป็นคำถามปลายปิด ซึ่งไม่
สามารถทำให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ได้
4. การกระตุ้นผู้เรียนโดยใช้น้ำเสียงที่ดังขึ้นและมีการถามซ้ำอีกครั้ง
5. การใช้การปฏิบัติจริงในการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ เช่น ให้เด็กนักเรียนมีการสาธิต
การไหว้ให้เพื่อนในห้องดู
6. การทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียน
7. การเสริมแรงทางบวก เช่น การกล่าวชมเชยนักเรียน เมื่อนักเรียนปฏิบัติถูกต้อง
1. ปัญหาด้านบรรยากาศในชั้นเรียน
2. ปัญหาของครู
3. ปัญหาของนักเรียน
จากการสังเกตการณ์สอนของชั้นมัธยมศึกษา ปีที่1/8 ปัญหาที่ทางกลุ่มพบได้แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ
1. ปัญหาด้านบรรยากาศในชั้นเรียน
ทางกายภาพ
1. ปัญหาเรื่องห้องเรียนมีขนาดไม่เหมาะสมกับเด็กนักเรียน
2. ปัญหาเรื่องการจัดโต๊ะเรียน
3. ปัญหาเรื่องการไม่มีโต๊ะสำหรับครู
4. ปัญหาเรื่องขยะภายในห้องเรียน
5. ปัญหาเรื่องอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องเรียนชำรุด
6. ปัญหาเรื่องการจัดป้ายนิทรรศการความรู้ต่างๆ
7. ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากภายนอก
ทางจิตวิทยา
1. คุณครูมีความประหม่า ไม่เป็นตัวของตัวเองในขณะที่สอน
2. ครูดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง
2. ปัญหาเรื่องการจัดโต๊ะเรียน
สาเหตุ
เนื่องมาจากปัญหาเรื่องห้องเรียนมีขนาดไม่เหมาะสมกับเด็ก นักเรียน โดยห้องเรียนมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องน้อย และมีการจัดโต๊ะเรียน แบบธรรมดาได้เพียงแบบเดียว คือจัดโต๊ะเรียนเป็น คู่ๆ เรียงต่อๆกันไป จำนวน 4 แถว
3. ปัญหาเรื่องการไม่มีโต๊ะสำหรับครู
สาเหตุ
จากการที่ทางกลุ่มได้ไปสังเกตการจัดการชั้นเรียน ทางกลุ่มมีความคิดเห็นว่า การไม่มีโต๊ะสำหรับครูนั้นทำให้คุณครูมีความยากลำบากในการนำสื่อต่างๆมาใช้ เพราะ ไม่มีโต๊ะที่ครูจะใช้วางและเก็บสื่อการสอนนั่นเอง ทางกลุ่มยังได้เดินสำรวจดู ห้องเรียน อื่นๆด้วย ก็พบว่าภายในห้องเรียนอื่นๆก็ไม่มีโต๊ะสำหรับครูเช่นกัน ทางกลุ่มจึงคิดว่า การที่ภายในห้อง เรียนเหล่านี้ ไม่มีโต๊ะสำหรับครู อาจจะมีสาเหตุมาจากการที่ห้องเรียน มีขนาด เล็กเกินไปและการจัดโต๊ะเรียน ก็ไปได้
4. ปัญหาเรื่องขยะภายในห้องเรียน
สาเหตุ
ทางกลุ่มได้สังเกตเห็นว่ามีขยะอยู่ภายในห้องเรียนเยอะมากขยะกระจัดกระจาย เเละที่มุมหลังห้องมีขยะกองไว้ ไม้กวาดและที่โกยขยะอยู่บริเวณมุมห้องแต่ไม่มีถังขยะ อยู่เลย ทั้งภายในห้องเรียนและบริเวณระเบียงด้านหน้าห้องเรียนก็ไม่มีถังขยะอยู่เลย มีเพียงถุงดำวางไว้ที่ มุมห้องเท่านั้น ซึ่งการที่ไม่มีถังขยะอาจเป็นสาเหตุในที่ทำให้เกิด ปัญหาเรื่องขยะภายในห้องเรียน
5. ปัญหาเรื่องอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องเรียนชำรุด
สาเหตุ

โต๊ะเรียนมีความสกปรกมี การขีดเขียนบนโต๊ะ ภายในลิ้นชักของโต๊ะนักเรียนก็มีเศษ ขยะอยู่ เก้าอี้ดูไม่เหมาะสมกับโต๊ะเรียน เพราะว่าโต๊ะเรียนเป็นโต๊ะไม้ซึ่งบางตัวมีลักษณะที่เล็ก กว่าเก้าอี้จึงทำให้ลำบากในเวลาที่จะสอด เก้าอี้ไว้ในโต๊ะ และเก้าอี้ภายในห้องเรียนส่วนใหญ่ก็ เป็นเก้าอี้พลาสติกโดยธรรมชาติของเด็ก นักเรียนชั้นม.1แล้ว ถ้าหากเด็กนักเรียนนั่งโยกเก้าอี้ก็ อาจจะทำให้เก้าอี้หักได้ มีการม้วนสายไฟ มัดติดกันไว้บนเพดาน ซึ่งเป็นลักษณะของการติดตั้ง สายไฟที่ไม่ถูก อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัด วงจรได้
6. ปัญหาเรื่องการจัดป้ายนิทรรศการความรู้ต่างๆ
สาเหตุ

ทางกลุ่มมีความคิดว่า เด็กนักเรียนไม่มีความผูกพันกับห้องเรียน เนื่องจาก ทางโรงเรียน ใช้ระบบให้เด็กนักเรียนเดินเรียน โดยเด็กจะต้องเดินเปลี่ยนห้องเรียนไปเรื่อยๆ ในแต่ละคาบอาจจะส่งผลให้เด็กไม่เห็นความสำคัญของห้องประจำของตนเองและ อีกส่วนหนึ่งก็มีสาเหตุมาจากตัวคุณครูด้วย เนื่องจากคุณครู อาจจะไม่ได้เห็นถึงความ สำคัญของป้ายนิทรรศการความรู้เท่าที่ควร ก็เป็นได้
7. ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากภายนอก
สาเหตุ
เนื่องจากว่าห้องเรียนดังกล่าวอยู่ระหว่างทางเดินที่เป็นทางแยกใกล้บันได ซึ่งเป็นตำแหน่ง ที่มีคนเดินไปมาอยู่ตลอดและมักจะเดินคุยกันเสียงดังจนทำให้เกิดการ รบกวนการเรียนการสอนภายในห้องเรียนและเด็กที่นั่งใกล้ประตูบางคนก็ให้ความสนใจกับ เสียงภายนอกมากว่าเรื่องในห้องเรียน และด้านหลังของอาคารเรียนนี้ยังมีถนนตัดผ่าน จึงทำให้มีรถเข้าออกอยู่เป็นระยะ ทุกครั้งที่มีรถวิ่งผ่านก็จะมีเสียงดังเข้ามาในห้องเรียน เด็กที่นั่งอยู่ ริมหน้าต่างซึ่งอยู่ติดกับถนน จะชะโงกหน้าออกไปดูจนทำให้ครูต้องมาคอย เตือนอยู่เป็นประจำ
จากการสังเกตมีทั้งหมด 7 ข้อ
1. ปัญหาเรื่องห้องเรียนมีขนาดไม่เหมาะสมกับเด็กนักเรียน
สาเหตุ
จากการที่ได้ไปสังเกตการจัดการชั้นเรียน ทางกลุ่มมีความคิดเห็นร่วมกันว่าห้องเรียน นั้นมีขนาดที่เล็กเกินไปสำหรับเด็กนักเรียนที่มีจำนวนมากถึง 44 คนทำให้เมื่อเด็กเข้ามานั่ง เรียนในห้อง จะไม่สามารถลุกเดินไปไหนได้ เพราะมีโต๊ะเรียนตั้งอยู่เต็มห้อง
วิธีการแก้ไข
จะเห็นได้ว่าโต๊ะเรียนแต่ละแถวอยู่ชิดๆกัน ควรจัดโต๊ะเรียนสำหรับแถวแรก มีระยะห่างกับ กระดานดำ ไม่น้อยกว่า 3เมตร หรืออาจจะใช้ขอบประตูทางเข้าด้านหน้าชั้นเรียนเป็นหลัก สำหรับใช้ใน การจัดแถวโต๊ะเรียนให้ผู้เรียนได้นั่งเรียนเป็นแถวแรก โต๊ะครู โต๊ะนักเรียน ต้องมีความเหมาะสมกับระดับ ชั้นของผู้เรียน เพื่อความสุขของผู้เรียนในขณะที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในชั้นเรียน และจัดให้มีความสะดวก ต่อการเข้า-ออก พร้อมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนได้ให้เป็นรูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสมของการจัด กิจกรรมประกอบการเรียนการสอน

วิธีการแก้ไขตามหลักการ
โต๊ะครู โต๊ะนักเรียน ต้องมีความเหมาะสมกับระดับชั้น ของผู้เรียน เพื่อความสุขของผู้เรียนในขณะที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในชั้นเรียน และจัดให้มีความสะดวกต่อการเข้า-ออก พร้อมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนได้ให้เป็น รูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสมของการจัดกิจกรรมประกอบการเรียนการสอน

วิธีการแก้ไข

การมีอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ในบริเวณห้องให้ครบ เช่น มีถังขยะ ไม้กวาด ที่โกยขยะ อยู่มุมใดมุมห้องของห้อง เเละควรมีการจัดเเบ่งเวรทำความ สะอาดประจำห้องเรียนให้ชัดเจน
วิธีการแก้ไข
ทางโรงเรียนควรมีการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซมโครงสร้างอาคาร ห้องเรียน โต๊ะ เก้าอี้ บันได และทางเดินให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง ใช้งานได้ตามความเหมาะสม
เครื่องมือและอุปกรณ์ ต้องจัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
มีการจัดระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย โดยจัดวางสายไฟต่างๆ ให้เหมาะสม จัดให้มีระบบความ ปลอดภัย หากเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร โดยเฉพาะบริเวณตู้ทำน้ำเย็นต้องหมั่นตรวจ สอบไม่ให้ชำรุดเสียหาย หากพบต้องดำเนินการแก้ไขทันที
วิธีการแก้ไข

ควรมีองค์ประกอบของป้ายนิเทศและมุมความรู้ ดังนี้
ป้ายนิเทศ สำหรับจัดกิจกรรมให้ความรู้เนื่องในโอกาสต่างๆ
มุมแสดงผลงานของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้ชื่นชมในผลงานของตนเอง
มุมหนังสือ สำหรับอ่านหนังสือในเวลาว่าง ผู้เรียนจะได้ฝึกลักษณะนิสัยการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

วิธีการแก้ไข

โรงเรียนในประเทศไทยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ติดถนน และมีรั้วโรงเรียนแบบโปร่ง ผู้เกี่ยวข้องควรหาทางแก้ไข โดยอาจทำได้ทั้งควบคุมที่แหล่งกำเนิดเสียงโดยตรง หรือควบคุมระหว่างทางเดินของเสียง เช่น สร้างกำแพงกั้นเสียงเเละทางโรงเรียน ควรใช้ประตูกระจกเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก


1. คุณครูมีความประหม่า ไม่เป็นตัวของตัวเองในขณะที่สอน
วิธีการแก้ไข
ครูควรฝึกความเชื่อมั่นในตนเอง มีบุคลิกที่เป็นผู้นำมีความ น่าเชื่อถือ น่าเกรงขามเพื่อที่จะทำให้สามารถควบคุมความประหม่าที่ เกิดขึ้น กับตนเองได้ และทำให้การสอนเป็นไปอย่างราบรื่น
2. ครูดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง
วิธีการแก้ไข

ครูควรเดินสังเกตการณ์ไปทั่วห้อง พร้อมฟังสิ่งที่นักเรียนพูดคุยกัน วิธีการ
นี้จะทำให้ครูรับรู้ได้ว่านักเรียนแต่ละคนเข้าใจบทเรียนที่สอนไปมากน้อยแค่ไหน นักเรียนคนไหนต้องการคำแนะนำหรือความช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งครูสามารถเข้าไปช่วย เหลือได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้ว่าใครตั้งใจทำงานหรือไม่ มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะกรณีงานกลุ่ม แล้วถ้าเห็นว่านักเรียนคนไหนพูดคุยเล่นสนุกมากกว่าจะพูดถึง เรื่องงาน ครูไม่ควรเดินไปตรงหน้านักเรียนคนดังกล่าวแล้วสั่งให้หยุดพูด เพราะจะทำให้ นักเรียนเกิดความอับอายและรู้สึกเสียหน้า แต่ควรเดินอ้อมไปด้านหลังพร้อมกับพูดถาม เบาๆ ว่า “ไหนลองอธิบายงานที่เธอทำให้ครูฟังหน่อยสิจ๊ะ” เพียงเท่านี้นักเรียน คนดังกล่าวก็จะรีบกลับไปให้ความสนใจกับงานตรงหน้าโดยอัตโนมัติ
สาเหตุ
ในความคิดของกลุ่มคิดว่าคุณครูอาจจะประหม่าไม่มีความมั่นใจ เนื่องจากมีนิสิตทำการสังเกตการสอนอยูภายในห้องด้วย
สาเหตุ
ห้องเรียนไม่เหมาะสมต่อการจัดกิจกรรม เพราะห้องเรียนมีขนาดเล็ก พื้นที่แคบ ไม่สะดวกต่อการทำกิจกรรม เเละส่วนใหญ่คุณครูจะเดินสอนอยู่เฉพาะด้านหน้าห้อง ไม่เดินมาหลังห้อง ดังนั้นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณครูไม่สามารถควบคุมชั้นเรียนได้
2. ปัญหาของครูและวิธีการแก้ไขปัญหา/ข้อเสนอแนะ
1. คุณครูมีความประหม่า ไม่เป็นตัวของตัวเองในขณะที่สอน
2. คุณครูไม่มีการใช้สื่อการสอนในขณะที่สอนทำให้ผู้เรียน เกิดความเบื่อหน่าย ไม่มีแรงจูงใจในการเรียน
3. คุณครูมีการจัดสรรเวลาไม่เหมาะสมเช่นคุณครูทบทวน บทเรียนเดิมใช้ระยะเวลาที่นานเกินไปและคุณครูมาไม่ตรง เวลา ทำให้สอนเนื้อหาที่เตรียมมานั้นไม่ทันต่อเวลา
4. คุณครูควบคุมชั้นเรียนไม่ได้ สังเกตจาก คุณครูสอนอยู่หน้าห้องเรียน นักเรียนด้านหน้าให้ความ สนใจในการเรียนดี แต่นักเรียนด้านหลังห้องมีการพูดคุย กันในขณะที่คุณครูสอน และมีการกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อนใน ขณะที่คุณครูสอน
5. ครูดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง
1. คุณครูมีความประหม่า ไม่เป็นตัวของตัวเองในขณะที่สอน

สาเหตุ

ในความคิดของกลุ่มคิดว่าคุณครูอาจจะเกรง เนื่องจากนิสิตทำ
การสังเกตการสอน

วิธีการแก้ไข

ครูควรฝึกความเชื่อมั่นในตนเอง มีบุคลิกที่เป็นผู้นำมีความน่าเชื่อถือ น่าเกรงขามเพื่อที่จะทำให้สามารถควบคุมความประหม่าที่เกิดขึ้น
กับตนเองได้ และทำให้การสอนเป็นไปอย่างราบรื่น
2. คุณครูไม่มีการใช้สื่อการสอนในขณะที่สอนทำให้ผู้เรียนเกิด ความเบื่อหน่าย ไม่มีแรงจูงใจในการเรียน
สาเหตุ
ในความคิดของกลุ่มคิดว่าคุณครูเป็นครูสมัยก่อนที่ถนัดในด้านการสอน แบบอธิบาย ใช้คำถามในรูปแบบการถามปลายปิด และไม่คุ้นชินกับการใช้สื่อ แบบนวัตกรรม อาทิ การทำนำเพลงมาประกอบกับบทเรียน เป็นต้น
วิธีการแก้ไข

ครูควรใช้สื่อการสอนมาช่วยจูงใจนักเรียนให้สนใจบทเรียน
3. คุณครูมีการจัดสรรเวลาไม่เหมาะสมเช่นคุณครูทบทวน บทเรียนเดิมใช้ระยะเวลาที่นานเกินไปและคุณครูมาไม่ตรงเวลา ทำให้สอนเนื้อหาที่เตรียมมานั้นไม่ทันต่อเวลา
สาเหตุ
ในความคิดของกลุ่มคิดว่า นักเรียนมีการตอบสนองต่อสิ่งที่คุณครูสอนช้า ทำให้ใช้ระยะเวลาที่นาน และการเรียนในวันดังกล่าว มีการใช้ตารางสอนคาบพิเศษ คาบละ45 นาที เพื่อให้นักเรียนทำ กิจกรรมกีฬาสีของโรงเรียน ทำให้คุณครูไม่ สามารถที่จะสอนจบเนื้อหาที่เตรียมมาได้
4. คุณครูควบคุมชั้นเรียนไม่ได้ สังเกตจาก คุณครูสอนอยู่หน้าห้องเรียน นักเรียนด้านหน้าให้ความสนใจในการเรียนดี แต่นักเรียนด้านหลังห้องมี การพูดคุย กันในขณะที่คุณครูสอนและมีการกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อนใน ขณะที่คุณครูสอน
วิธีการแก้ไข
ครูควรเปิดโอกาสให้นักเรียนพูดคุยกันได้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ ผ่อนคลายในการทำงาน นักเรียนอาจใช้ช่วงเวลานี้พูดคุยซักถามถึงเรื่องงาน ที่กำลังทำอยู่ หรือจะคุยเรื่องอื่นๆ บ้างก็ได้ ไม่จำเป็นที่นักเรียนจะต้องพูดถึง เฉพาะเรื่องงานหรือบทเรียนตลอดเวลาการที่นักเรียนพูดคุยกันขณะ ทำงานในห้องเรียนเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักเรียนกำลังสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอยู่ผ่านการพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ นี้ การเปิดโอกาสให้นักเรียนพูดคุยกันได้ขณะทำงาน จะทำให้นักเรียนรู้สึกผ่อนคลายและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
5. ครูดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง
วิธีการแก้ไข

คุณครูควรเดินสังเกตการณ์ไปทั่วห้อง พร้อมฟังสิ่งที่นักเรียนพูดคุยกัน วิธีการนี้จะทำให้ ครูรับรู้ได้ว่านักเรียนแต่ละคนเข้าใจบทเรียนที่สอนไปมากน้อยแค่ไหน นักเรียนคนไหนต้องการคำ แนะนำหรือความช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งครูสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถ สังเกตได้ว่าใครตั้งใจทำงานหรือไม่ มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะกรณีงานกลุ่ม แล้วถ้าเห็นว่านัก เรียนคนไหนพูดคุยเล่นสนุกมากกว่าจะพูดถึงเรื่องงาน ครูไม่ควรเดินไปตรงหน้านักเรียนคนดังกล่าว แล้วสั่งให้หยุดพูด เพราะจะทำให้นักเรียนเกิดความอับอายและรู้สึกเสียหน้า แต่ควรเดินอ้อมไปด้าน หลังพร้อมกับพูดถามเบาๆ ว่า “ไหนลองอธิบายงานที่เธอทำให้ครูฟังหน่อยสิจ๊ะ” เพียงเท่านี้ นักเรียนคนดังกล่าวก็จะรีบกลับไปให้ความสนใจกับงานตรงหน้าโดยอัตโนมัติ
สาเหตุ

ในความคิดของกลุ่มคิดว่าห้องเรียนไม่เหมาะสมต่อการจัดกิจกรรม เพราะห้องเรียนมีขนาดเล็ก พื้นที่แคบ ไม่สะดวกต่อการทำกิจกรรม
วิธีการแก้ไข
คุณครูควรบริหารเวลาในการสอนให้เหมาะสม โดยอาจจะแบ่งเวลา การสอนออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนนำเข้าบทเรียน ส่วนเนื้อหา และส่วนสรุป คุณครูมีการเตรียมการสอนมาล่วงหน้า คุณครูจะใช้เทคนิคเฉพาะตัวของ คุณครูเองเข้ามาช่วยในการสอน
ข้อดีของครู
1.คุณครูให้นักเรียนมีการทบทวนความรู้เดิมก่อนเข้าสู่บทเรียน
2.คุณครูมีการอธิบายในเนื้อหา เมื่อนักเรียนมีความไม่เข้าใจ เช่น การ เขียนคำศัพท์ให้นักเรียนดูบนกระดาน
3.คุณครูให้นักเรียนปฏิบัติจริงได้ประสบการณ์จริง
4.คุณครูเอาใจใส่นักเรียน ไตร่ถามสาเหตุจากเพื่อนว่าทำไมเพื่อนคนที่ ขาดเรียนถึงไม่มาเรียน
5.คุณครูมีการกระตุ้นนักเรียนให้มีความกระตือรือร้นตลอดเวลา
6.คุณครูมีปฏิสัมพันธ์ต่อนักเรียนมีการพูดคุยถาม – ตอบนักเรียน
7.คุณครูแต่งตัวสุภาพเรียนร้อย เป็นแบบอย่างที่ดีต่อนักเรียน
3. ปัญหาของนักเรียนและวิธีการแก้ไขปัญหา /ข้อเสนอแนะ
1. เด็กคุยกันในห้องเรียนตลอดเวลา
2. นักเรียนมีสมาธิสั้นไม่ตั้งใจฟังครูที่สอน
3. นักเรียนล้อเลียนเพื่อน/แกล้งเพื่อนในห้องเรียน
4. นักเรียนพูดคำหยาบในห้องเรียน
5. นักเรียนเก็บตัวไม่คุยกับเพื่อนในห้องเรียน
จากการสังเกตมีทั้งหมด 5 ปัญหา
1. เด็กคุยกันในห้องเรียนตลอดเวลา
วิธีการแก้ไขที่โรงเรียน
1. ชี้แจงกติกาให้ชัดเจนเวลาครูสอนหรือครูพูดทุกคนต้องหยุดพูดและฟังเวลาครูให้คนใดคนหนึ่ง พูดคนอื่นๆก็ต้องหยุดฟังเช่นกันเราจะพูดทีละคนเท่านั้นมิฉะนั้นจะไม่สามารถฟังกันรู้เรื่อง
2.จับคนที่คุยกันแยกจากกันหรือคนที่ชวนคุยแยกออกมานั่งที่“เก้าอี้พิเศษ”ชั่วคราว 5-10 นาที แล้วให้กลับไปนั่งที่เดิม(วิธี“ขอเวลานอก”)
3. ครูเดินไปใกล้ๆส่งสัญญาณเตือนสะกิดให้เพื่อนช่วยสะกิดเตือน
4. ครูเดินไปตรงที่เด็กคุยกันแล้วถามคำถามง่ายๆในบทเรียนที่กำลังสอนอยู่
5. ให้เด็กคนที่คุยกันได้ทำกิจกรรมบางอย่างเช่น อ่านหนังสือดังๆให้เพื่อนทั้งชั้นฟัง
6.จัดห้องเรียนใหม่ให้เด็กสลับเปลี่ยนที่นั่งกันชั่วคราว
7. ขอให้เพื่อนช่วยเตือนกันเองคนที่นั่งใกล้ๆช่วยสะกิดเตือนคนที่คุยกันหรือช่วยส่งสัญญาณเตือนกันเอง
8.จัดกิจกรรมที่สนุกสลับบทเรียนเพื่อให้เด็กเกิดความสนุกและเตรียมความพร้อมเข้าสู่บทเรียน อาจเป็นเกมร้องเพลงการแสดงให้เด็กมีส่วนร่วมและแสดงออก
9. ใช้สัญญาณเตือนเช่น เมื่อครูยกแขนขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียง
10.ชมเวลาเด็กไม่คุยกันหรือเวลาเด็กส่งสัญญาณเตือนกันเอง
2. นักเรียนมีสมาธิสั้นไม่ตั้งใจฟังครูที่สอน
วิธีการแก้ไขที่โรงเรียน
1.แบ่งงานให้เป็นชิ้นย่อยๆ
2. กำกับให้ทำงานอย่างต่อเนื่องไม่เปิดโอกาสให้เด็กหลบเลี่ยงแอบเล่น
3. ชมเชยเมื่อเด็กทำได้อย่างที่ตั้งใจไว้
4. ให้เด็กทำตามกฎเกณฑ์ของห้อง
5. มีกิจกรรมที่เด็กสนใจและสามารถได้ต่อเนื่องยาวนาน เช่น ศิลปะ ดนตรี (ยกเว้นเกมกด เกมเพล เกมคอมพิวเตอร์ จะไม่ได้ประโยชน์)
6.ฝึกสติ/สมาธิเท่าที่จะทำได้
7. จัดสิ่งแวดล้อมให้เรียบง่ายไม่มีสิ่งกระตุ้นเยอะให้เด็กสมาธิสั้นอยู่ใกล้ๆ ครูให้เพื่อนดีๆนั่งล้อมไว้ ฝาผนังไม่ควรมีโปสเตอร์
3. นักเรียนล้อเลียนเพื่อน/แกล้งเพื่อนในห้องเรียน
การแก้ไขที่โรงเรียน
1. อธิบายให้เด็กทั้งห้องรู้ว่ากฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันข้อแรกคือ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ข้อสองคือทำให้คนอื่นพอใจครูจะไม่ยอมให้มีการแกล้งหรือล้อเลียนกัน
2. ฝึกทักษะสังคมด้านบวกรู้จักการให้การขอบคุณการชักชวนกันเล่นกันดีๆการเริ่มต้นการเล่น การมีเพื่อนการขอให้เพื่อนช่วยเหลือปกป้องกัน
3. ฝึกทักษะเด็กในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าการป้องกันตนเองไม่ให้ถูกล้อเลียนหรือถูกรังแก
4. ฝึกให้เพื่อนช่วยกันปกป้องคนที่ถูกรังแกเตือนเพื่อนที่ชอบแกล้งหรือล้อคนอื่นชวนเพื่อนให้เล่นกันดีๆ ช่วยรายงานครูเมื่อมีการละเมิดกันไม่ยอมให้มีพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นในห้องด้วยการช่วยกันไม่นิ่งดูดาย ให้เพื่อนรู้จักการช่วยเหลือกันเสมอ
5. แนะนำการเล่นกันดีๆกิจกรรมที่ทำด้วยกันแล้วพอใจด้วยกันทุกฝ่าย
6. รีบแยกเด็กที่เริ่มทำท่าจะละเมิดคนอื่นไม่ควรรอให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
7. หลีกเลี่ยงการหยอกล้อด้วยคำพูด
4. นักเรียนพูดคำหยาบในห้องเรียน
วิธีการแก้ไขที่โรงเรียน
1. ชี้แจงกติกาในห้องเรียนให้ชัดเจนว่าห้ามพูดคำหยาบในห้องเรียนหรือในโรงเรียนถ้าทำจะมีโทษอย่างไร
2. กำหนดกติกาให้ชัดเจนว่าถ้าใครเผลอพูดคำหยาบอาจโดนลงโทษ
3. เมื่อมีเด็กพูดคำหยาบให้เพื่อนช่วยกันเตือนกันเองก่อนถ้าไม่เชื่อฟังให้แจ้งครูควรอธิบายเด็กๆ ด้วยว่าการเตือนเพื่อนเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องช่วยกันเพื่อให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และการแจ้งพฤติกรรมเพื่อนให้ครูทราบไม่ใช่เป็นการฟ้องครูแต่เป็นการให้ครูมีส่วนรับทราบถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง
4. ฝึกคำพูดทดแทน “คำหยาบ” ให้พูดดังๆฝึกพูดคนเดียวพูดต่อหน้าเพื่อน
5. ลงโทษ ด้วยวิธีการต่างๆตามความรุนแรงของความผิดตัดรางวัล ตัดสิทธิ์ที่ควรจะได้ เช่น ให้ออกไปเล่นช้ากว่าเพื่อน 5 นาที กักบริเวณชั่วคราว 5-10 นาที ออกกำลัง(เช่น วิ่งรอบ สนาม 1 รอบ ) บำเพ็ญประโยชน์ ( เช่น เก็บขยะ กวาดพื้น ล้างห้องน้ำ ฯลฯ)
6. บันทึกพฤติกรรมพูดคำหยาบในห้อง
5. นักเรียนเก็บตัวไม่คุยกับเพื่อนในห้องเรียน
วิธีการแก้ไขที่โรงเรียน
1. จัดกลุ่มเพื่อนให้ทำงานร่วมกัน
2. หาคู่หู จัดกิจกรรมที่ทำงานคู่แนะนำเพื่อนที่เป็นคู่หูให้ชวนเพื่อน
พูดคุย
3. หาโอกาสให้เด็กแสดงออกเล่นกีฬา
4. ฝึกทักษะการสื่อสารการแสดงออก
5. ฝึกให้เด็กทำงานกลุ่ม
สาเหตุ

ขาดการยั้งใจตนเอง สมาธิสั้น ขาดระเบียบวินัย เบื่อเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง คุยกันเรื่องเรียน
สาเหตุ

โรคสมาธิสั้น เครียด ซึมเศร้า ปัญหาการเรียนรู้
สาเหตุ

การเรียนรู้จากทางบ้านจากกลุ่มเพื่อนขาดความสุข มีปมด้อยของตนเอง ขาดทักษะในการเข้าสังคม
สาเหตุ

การเลี้ยงดู เลียนแบบเพื่อน ขาดการยับยั้งใจตนเอง สมาธิสั้น เด็กเกเร
สาเหตุ
ไม่มีความมั่นใจตนเอง ขี้กังวล โรคออติสติก
ข้อดีของเด็ก
1.นักเรียนให้ความร่วมดีในการทำกิจกรรมในห้องเรียน
เช่น การไหว้ที่สวยงาม การตอบคำถามเมื่อครูถาม
2.นักเรียนแต่งตัวถูกกฎระเบียบของโรงเรียน
3.นักเรียนมีสัมมาคารวะ
4.นักเรียนมีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น
5.นักเรียนจะตั้งใจทำแบบฝึกหัดในชั้นเรียน
ประโยชน์
จบการนำเสนอ
วิธีการแก้ไขตามหลักการ
ซึ่งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดจำนวนนักเรียนใน 1 ห้องเรียนในระดับปฐมวัยไว้ที่ 30 คนต่อห้องเรียน ประถมศึกษา 40 คนต่อห้องเรียน และมัธยมศึกษา 40 คนต่อห้องเรียน
สาเหตุ
ในความคิดของกลุ่มคิดว่านักเรียนเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียน เพราะการเรียนมีความจำเจไม่มีสิ่งจูงใจให้ผู้เรียนสนใจ
Full transcript