Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

การศึกษาคำว่า “พ่อง”

No description
by

Sinee U.

on 7 March 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การศึกษาคำว่า “พ่อง”

ผลการศึกษาค้นคว้า
พิจารณาจากปัจจัยทางสังคมด้านระดับช่วงอายุ
พิจารณาจากปัจจัยทางสังคมด้านเพศ
อัตราของการพบรูปแปร “พ่อมึง”ตามแหล่งที่มาต่างๆ
เพศหญิง
จะมีการใช้รูปแปรใหม่
มากกว่า
เพศชาย
การศึกษาคำว่า “พ่อมึง”
ตามแนวคิดเวลาเสมือน
(Apparent Time)

design by Dóri Sirály for Prezi
ที่มาและความสำคัญของปัญหา
วัตถุประสงค์
1. เพื่อหารูปแปรทางเสียงของคำว่า “พ่อมึง"

ขั้นตอนในการดำเนินงาน
อภิปรายผลการศึกษา
สรุปผลการศึกษาค้นคว้า
ช่วงอายุ ระหว่าง 10-15 ปีมีการใช้รูปแปร “พ่อมึง” แตกต่างจากช่วงอายุอื่นอย่างชัดเจนโดยในกลุ่ม
อายุดังกล่าวเพศชายจะใช้รูป”พ่อง”สลับกับรูปแปรอื่นๆ ในขณะที่ เพศหญิงจะใช้รูป “พ่อง” สม่ำเสมอกว่า
จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างจะใช้รูปแปรดังกล่าว
เฉพาะในกลุ่มเพื่อนสนิทเท่านั้น
2. เพื่อวิเคราะห์ว่าปัจจัยด้านอายุและเพศ มีผลต่อการออกเสียงของรูปแปรหรือไม่ อย่างไร
3. เพื่ออภิปรายการแปรหรือการเปลี่ยนแปลง ที่กำลังดำเนินอยู่ (Change in Progress) โดยใช้แนวคิดเรื่องเวลาเสมือน (apparent time)
สมมุติฐาน
การใช้รูปแปรของ

“พ่อมึง”
จะมีการแปรไปตามอายุ
กลุ่มอายุน้อยจะมีแนวโน้มการใช้รูปแปรที่ไม่ตรงตามรูปเขียนของ “พ่อมึง” มากกว่า กลุ่มอายุมากกว่า
ปัจจัยทางเพศ
มีผลต่อการแปร
เนื่องจากเพศหญิงเป็นกลุ่มทางสังคมที่มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำทางการ เปลี่ยนแปลง
อภิปรายประเด็นปัญหาที่พบ
1. การเลือกผู้บอกภาษา
2. เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน
3. วิธีการเก็บข้อมูล
การลดหลั่นตามอายุ
การเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่
"แม่ง" "แม่มึง"
VS
"พ่อง" "พ่อมึง"

พ่อมึง
พ่อง
รูปแปร?
การใช้รูปแปรของ “พ่อมึง” จะมีการแปรไปตามอายุ
เนื่องจากเพศหญิงเป็นกลุ่มทางสังคมที่มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำทางการ เปลี่ยนแปลง
เพศหญิงจะมีการใช้รูปแปรใหม่ มากกว่าเพศชาย
เพศหญิงจะมีการใช้รูปแปรใหม่

มากกว่าเพศชาย
1. การเลือกผู้บอกภาษา
แม้ว่าการเกิดรูปแปรทางเสียงของเพศหญิงจะน้อย

แต่เมื่อพิจารณาในระดับบุคคลแล้ว

พบว่ามีการปรากฏรูปแปรทางเสียงของ “พ่อมึง" ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ
ปัจจัยที่เป็น
ข้อสนับสนุนการเกิด
การลดหลั่นตามอายุ
ประสบการณ์
การได้รับข้อมูล
ข่าวสารจากอินเทอร์เนต
การได้รับอิทธิพล

จากกลุ่มเพื่อน
สุ่มเลือกผู้บอกภาษา ทั้งหมด 40 คน
10-15 ปี
25-30 ปี
40-45 ปี
55-60 ปี
แม่มึง
แม่ง
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
2. เครื่องมือการดำเนินงาน
พฤติกรรมด้านอรรถศาสตร์
พฤติกรรมทาง
วากยสัมพันธ์
"ผู้หญิงคนนั้นแม่งโคตรสวย"
รูปแปรทางเสียง
มีลักษณะที่พยายามกร่อนเสียง กลมกลืนเสียง ตัดเสียง
เกิดขึ้นในลักษณะการหลีกเลี่ยงคำว่า มึง ซึ่งเป็นสรรพนามที่เป็นคำไม่สุภาพ
ในลักษณะของการทำให้เป็นคำรื่นหู (euphemism)
การแปรเป็นแนวต่อเนื่อง
วิธีการเก็บข้อมูล
การกำหนดตัวแปร
คุณค่าของคำ
การออกแบบ
แบบสอบถาม
- แบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ตอน
ตอนที่ 1
การสัมภาษณ์ และ ตอบแบบ สอบถามนั้น มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงพอ ในการดึงข้อมูลภาษา ของผู้ถูกสัมภาษณ์ตามความเป็นจริง
ตอนที่ 2
ผู้บอกภาษาเคยพบ "พ่อง" หรือไม่

เคย ไม่เคย
ตอนที่ 3
ให้สถานการณ์สมมุติ
ให้ประโยคคำตอบตัวอย่าง
ให้ผู้บอกภาษาพูดประโยคที่สมบูรณ์
ทฤษฎีวัจนลีลาของมาร์ติน โจส
A.วัจนลีลาตายตัว (frozen style)

B.วัจนลีลาเป็นทางการ (formal style)

C.วัจนลีลาหารือ (consultative style)

D.วัจนลีลาเป็นกันเอง (casual style)

E.วัจนลีลาสนิทสนม (intimate style)

สถานการณ์ตัวอย่าง:
ถ้าบ้านข้างๆ เปิดเพลงเสียงดังรบกวนมาก คุณจะสบถออกมาว่าอย่างไร

คำตอบ: จะเปิดเพลงดังหา..........หรอ

ถ้าเคย พบจากที่ใด
เพศ
ให้ผู้้บอกภาษาระบุข้อมูลทั่วไป :
อายุ
ระดับการศึกษา
รายได้
C.
D./E.


ระหว่างผู้สัมภาษณ์
และผู้ถูกสัมภาษณ์
นั้นไม่ได้มีความใกล้ชิด
หัวข้อสนทนา


คำว่า พ่อมึง หรือ พ่อง นั้น
ในทางสังคม เป็นคำสบถ
บางครั้งคำดังกล่าวเป็นคำ
ต้องห้าม และ น่าอับอาย
ความสัมพันธ์
ผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่เต็มใจให้สัมภาษณ์
ระมัดระวังตัว หรือ เกรงใจ
กาลเทศะ

การเก็บข้อมูลของกลุ่มช่วงอายุ 10-15 และ 25-30 ต้องเก็บในสถานที่ทำงาน และ สถานศึกษา ดังนั้น ผู้ถูกสัมภาษณ์ จะระมัดระวังกว่าปรกติ
ลูกอมบ้าน...ดิเม็ดละ 20 บาท
ในการสอบถามกลุ่มตัวอย่าง พบคำสบถที่หลากหลาย นอกเหนือจากรูปแปรของ “พ่อมึง” คำบางคำที่พบ ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทคำสบถ เช่น “บ้านเธอ”
การสร้างสถานการณ์ในแบบสอบถาม รวมถึง การกำหนด Slot ให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ เติมคำ (โดยการพูด) ลงในช่องที่เว้น ไว้นั้นไม่รัดกุมเพียงพอ เช่น
จะเปิดเพลงดังหา ...... เหรอ
พบว่า เป็นช่องที่มีการเติมคำหลากหลาย ทั้ง เตี่ยมึง บ้านมึง แม่มึง อื่นๆ เป็นต้น
Slot นั้นกำหนดให้รูปแปร บางชนิดต้องเกิด เช่น
ลูกอมบ้าน......ดิเม็ดละ 20 บาท
โดยตามความเป็นจริงรูปแปร “พ่อง”ความเป็นไปได้ในการเกิดรูปแปรพ่อเป็นไปได้น้อยมาก ดังนั้น รูปแปรที่ได้ อาจเป็นรูปแปรที่ถูกกำหนด หรือ ชี้นำ จากแบบสอบถาม
รูปแปรของ “พ่อมึง” ในแต่ละรูปแปรนั้นมีระดับ ความหมายเฉพาะคำและ ความหมายของแต่ละ รูปแปรแตกต่างกันใน แต่ละบุคคล
การเก็บข้อมูลในลักษณะสัมภาษณ์ และ ตอบแบบสอบถาม เปรียบเสมือนการจำลองสถานการณ์ ซึ่งไม่สามารถสะท้อน ความหมายที่แท้จริงของรูปแปรได้
การพบว่า ช่วงอายุ 10-15 นั้น มีการใช้รูปแปรที่ใกล้เคียง “พ่อง” อย่างโดดเด่น แต่ช่วงอายุรอยต่อ คือ 16-24 ที่นอกเหนือขอบเขตการวิจัยนั้น อาจจะเป็นอีกกลุ่มที่ใช้รูปแปรดังกล่าวได้
กลุ่มผู้ถูกสัมภาษณ์ในแต่ละช่วงอายุนั้น มาจาก สถานภาพทางสังคม อาชีพ และ สถานศึกษาหลากหลาย

งานวิจัยครั้งนี้ ไม่ได้ กำหนดตัวแปร เช่น ชุมชน และ สถานภาพ ของผู้ถูกสัมภาษณ์ (เก็บเฉพาะรายได้ เพื่อประกอบการวิเคราะห์เท่านั้น)

หากปัจจัยทางสังคมเหล่านี้ มีผลต่อความถี่ในการใช้คำสบถ งานวิจัยครั้งนี้ อาจไม่สามารถสะท้อนความถี่การใช้ของแต่ละ ช่วงอายุได้
3. วิธีการเก็บข้อมูล
เก็บข้อมูลจากผู้บอกภาษาครั้งละคน
บรรยายสถานการณ์สมมุติต่างๆ ทีละสถานการณ์
แสดงประโยคคำพูดที่เอื้อต่อการพูดคำเป้าหมาย
ให้ผู้บอกภาษาพูดประโยคนั้น
บันทึกผล
ขั้นตอนในการดำเนินงาน
Full transcript