Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

ZEN

No description
by

Aum Apich

on 5 February 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ZEN

ประวัติศาสตร์พุทธศาสนานิกายเซ็น (Zen)
ความเป็นมา
พุทธศาสนานิกายเซ็นเป็นพุทธศาสนานิกายหนึ่งที่พัฒนาขึ้นในดินแดนจีนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 และ 8 ในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิน โดยการผสมผสานแนวคิดของพุทธศาสนาฝ่ายมหายานจาก
อินเดียและปรัชญาเต๋าในจีน คำว่า “เซ็น” (Zen) มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสฤตว่า “ธยานะ” (dhyana) และภาษาบาลีว่า “ฌาณ” (jhana) ที่แปลว่า “สมาธิ”

เมื่อพุทธศาสนาเผยแพร่สู่ดินแดนจีน ชาวจีนออกเสียงคำนี้ว่า “ฉาน” (Ch’an) ต่อมาจึงพัฒนาเป็นพุทธศาสนานิกายฉาน

และดินแดนญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลของแนวคิดนิกายฉานนี้เข้ามา แต่ที่เรียกเป็นพุทธศาสนานิกายเซ็นก็เพราะชาวญี่ปุ่นออกเสียงคำว่า “ฉาน” เป็น “เซ็น” ต่อมาพุทธศาสนานิกายนี้ได้พัฒนาออกไปเป็นหลายสำนัก แต่มีแนวคิดหลักร่วมกัน คือเป็นพุทธศาสนาที่เน้นการปฏิบัติสมาธิ
จุดกำเนิด
การที่พระมหากัสสปะผู้มีความเป็นเลิศในทางปัญญาได้รับสังฆาฏิจีวรของ
พระพุทธองค์ ทำให้เกิดธรรมเนียมการส่งมอบ จีวร สังฆาฏิ และบาตร ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ในการสืบทอดตำแหน่งพระสังฆปรินายกของนิกายเซ็น

ถ้าถือตามพระสูตรสัทธรมปุณฑรีกสูตรนี้จะถือได้ว่าพระมหากัสสปะเป็นพระสังฆ
ปรินายกองค์ที่ 1 ในอินเดียและมีการสืบต่อกันมาจนกระทั่งถึงพระสังฆปรินายกองค์ที่ 28 ซึ่งก็คือ
พระโพธิธรรม
(Bodhidharma)
ท่านได้นำพุทธธรรมเข้ามาเผยแพร่ในดินแดนจีน โดยสั่งสอนธรรมให้กับ
ท่านฮุ่ยเคอ
(Hui c’o)
พุทธศาสนานิกายเซ็นในดินแดนจีน จึงนับพระโพธิธรรมว่าเป็นพระสังฆปรินายกองค์ที่1 หลังจากนั้นก็ได้มีการสืบทอดตำแหน่งเรื่อยมา
จุดกำเนิด
จนถึงสมัยของพระสังฆปรินายกองค์ที่ 6 คือ ท่านฮุ้ยเน้ง (Hui – neng) หรือ ท่านเว่ยหลาง (Wei Lang, ค.ศ. 638 - 713) หลังจากนี้พุทธศาสนานิกายเซ็นได้แตกออกเป็น
5 สาขาใหญ่ ได้แก่

เว่ยหยาง (Wen – Yang)
หยุนเหมิน (Yun – Men)
ฟาเหยน (Fa – Yen)
เฉาต้ง (Ts’ao – Tung)
หลินฉี (Lin – Chi)

แต่สาขาที่สำคัญและได้รับการสืบทอดมาจนทุกวันนี้ มีเพียง 2 สาขา คือ
เฉาต้ง
และ
หลินฉี
พุทธศาสนาทั้ง 2 สาขานี้เองที่ดินแดนญี่ปุ่นรับเข้ามาในสมัย
คะมะกุระ (Kamakura, ค.ศ. 1185 - 1333)
จุดกำเนิด
จุดกำเนิดของแนวคิดนิกายเซ็นมีมาแต่ครั้ง
พุทธกาลจากพระสูตรสัทธรมปุณฑรีกสูตรที่ว่า
ด้วยปัญหาที่ ท้าวมหาพรหมทูลถามพระพุทธองค์ ดังเนื้อความต่อไปนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ
ณ ภูเขาคิชกูฎ ท้าวมหาพรหมได้มาถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชา แล้วนั่งลงกราบทูลให้ทรงแสดงธรรม พระตถาคตจึงได้ทรงแสดงโดยการชูดอกไม้ขึ้น ณ ท่ามกลางสันนิบาต แล้วมิได้ตรัสอะไร ในขณะนั้น ปวงเทพและมนุษย์ทั้งหลายต่างไม่เข้าใจในความ
หมาย มีแต่พระมหากัสสปะยิ้มน้อยๆ อยู่ พระโลกนาถเจ้าจึงตรัสว่า ตถาคตมีธรรมจักษุอันถูกตรงพระนิพพานและจิตที่เยี่ยม ภาวะที่แท้จริงย่อมไม่มีลักษณะ มอบให้แก่มหากัสสปะแล้ว
พุทธศาสนานิกายเซ็นในญี่ปุ่น
ท่านเอะอิไซ
(ค.ศ.1141-1215) ได้นำแนวความคิดสาย
หลินฉี
มา
เผยแพร่ เรียกว่านิกาย
"รินไซเซ็น"
(Rinzai Zen) สำนักนี้เน้น
การรู้แจ้งอย่างฉับพลัน โดยอาศัย ปริศนาธรรม เพื่อให้เกิดความ
สงสัยอย่างต่อเนื่องในจิต จนกระทั่งถึงที่สุดก็จะบรรลุสู่ความรู้
แจ้งอย่างฉับพลัน กล่าวคือ การปฎิบัติธรรมกับผลที่ได้จากการ
ปฎิบัติธรรมเป็นคนละส่วนกัน โดยอาศัยปริศนาธรรมเป็นวิธีที่
นำไปสู่การบรรลุธรรม
ต่อมา
ท่านโดเก็น
(ค.ศ. 1200 - 1253) ได้นำแนวคิดจากสาย
เฉาต้ง
มาเผยแพร่ เรียกว่านิกาย
“โซโตเซ็น”
(Soto Zen) สำนักนี้เน้นที่การปฏิบัติซาเซ็น (zazen)หรือ การทำสมาธิเป็นสำคัญ ทั้งนี้เพื่อพัฒนาความสงบและมั่นคงแห่งจิตเพื่อแสดงให้เห็นว่า
ความรู้แจ้งอยู่ในประสบการณ์แห่งสมาธิจิตอยู่แล้ว คำสอนของสำนักโซโตเซ็นจะเน้นว่าการปฏิบัติธรรมกับผลที่ได้
จากการปฏิบัติธรรมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยที่การปฏิบัติธรรมมิใช่ “วิธี” สู่การบรรลุเป้าหมายบางอย่างภายนอก แต่ประสบการณ์ที่แท้ในการปฏิบัติธรรมนั้นเอง คือ การบรรลุธรรม
พระสูตรสำคัญในพุทธศาสนานิกายเซ็น
ถึงแม้ว่าหลักสำคัญของพุทธศาสนานิกายเซ็น คือ การสืบทอดพิเศษนอกคัมภีร์ ไม่ต้องอาศัยคำพูดและตัวอักษร ชี้ตรงไปยังแก่นแท้ของมนุษย์ให้เห็นแจ้งในธรรมชาติของตนเองและบรรลุความเป็นพุทธะ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเซ็นปฏิเสธคัมภีร์หรือตัว
อักษร ในทางตรงข้าม อาจารย์เซ็นทั้งหลายต่างได้สร้างวรรณกรรมมาก
มายดังปรากฎเป็นปริศนาธรรม บทกวี เป็นต้น

พุทธศาสนานิกายเซ็นเป็นพุทธศาสนานิกายหนึ่งซึ่ง
ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากจีนและอินเดียที่ได้รับสืบทอดจากพระสูตรสำคัญ ๆ ดังนี้
มหาปรัชญาปารมิตาสูตร, สัทธรรมปุณฑริกสูตร สูตรเว่ยหลาง, วัชรสูตร
แต่พระสูตรที่สำคัญคือ
ลังกาวตารสูตร
ดังมีประวัติเล่าว่าท่านโพธิธรรมได้มอบลังกาวตาร
สูตรให้กับผู้สืบทอดตำแหน่งสังฆปรินายกเป็นธรรม
เนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา
เป้าหมาย
จุดหมายแห่งการดำเนินชีวิตแบบเซ็นคือ การบรรลุซาโตริ (Satori) หรือภาวะรู้แจ้ง ซึ่งเป็นภาวะที่บุคคลสามารถทำลายอวิชชา ตัณหา อุปาทานแล้วกลับเข้าสู่พุทธภาวะ การมีประสบการณ์ซาโตริจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราขจัดวิธีมอง
โลกแบบแบ่งแยก
ประเมินค่า เลิกแบ่งแยกสิ่งต่างๆออกจากกันและกัน เป็นเราเป็นเขา เป็นมนุษย์เป็นสัตว์ เป็นดีเป็นชั่ว ตระหนักถึงความเป็นเอกภาพ ความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งทั้งปวง ความเป็นเอกภาพของสรรพสิ่งนี้เป็นธรรมชาติแต่ดั้งเดิมของ
จักรวาลนี้ ไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดดำรงอยู่เป็นเอกเทศ สรรพสิ่งในจักรวาลมีความเป็นไปโดยพลวัต (dynamic) อย่างสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก่อให้เกิดภาวะเอกภาพของสรรพสิ่ง
วิธีการปฎิบัติเซ็น
1.
ซาเซ็น
หมายถึง การนั่งขัดสมาธิอย่างสงบและเพ่งสมาธิ
การปฏิบัติซาเซ็นเป็นการเพ่งความรู้สึกนึกคิดไว้กับ
อารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง จนกระทั่งจิตสงบนิ่งแน่วแน่ จิตที่สงบจะพร้อมกับการตระหนักรู้ในความเป็นจริงของ
สรรพสิ่งซึ่งไร้ภาวะแบ่งแยก สิ่งต่างๆที่เรารับรู้นั้นถูกบิดเบือนจากความเป็นจริง และตัวการที่บิดเบือนความจริงนั้นก็คือความคิดของ
เราเอง
2.
ซันเซ็น
หรือ วิธีการแห่งโกอัน
วิธีการแห่งโกอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของนิกายรินไซ ผู้ปฏิบัติเข้าไปรับปัญหาโกอันจากอาจารย์มาขบคิด แต่ละคนจะพยายามคิดค้นหาคำตอบด้วยการใช้ระบบเหตุผล
พิจารณาปัญหานั้นๆ
3.
ม็อนโด
คือการถามและการตอบอย่างอย่างทันทีทันใด โดยไม่ใช้ระบบความคิดหรือเหตุผลไตร่ตรองว่าเป็นคำตอบที่ดี
หรือไม่ อาจารย์จะเป็นผู้ตั้งคำถามและพิจารณาคำตอบที่ลูกศิษย์ตอบ
ในขณะนั้น
วิธีการปฎิบัติเซ็นแบ่งได้เป็น 3 วิธีการคือ
พิธีกรรม
การนั่งซาเซ็น
การเดินวิปัสสนา
พิธีชงน้ำชา
พิธีชงน้ำชา หรือ ชาโนยุ (Chanoyu) เป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นอันหนึ่ง ซึ่งพัฒนามาจากพุทธศาสนาฝ่ายเซ็น หัวใจของพิธีชาโนยุอันได้แก่ ความงามอันเรียบง่าย ความกลมกลืนกับธรรมชาติ และการเคลื่อนไหวอย่างสำรวมแช่มช้อย มีสติกำกับทุกอิริยาบท ล้วนสะท้อนหลักปรัชญาของเซ็นที่มุ่งฝึกจิตให้สงบนิ่ง
และอยู่ในวิถีของธรรมชาติ
นอกจากนี้ ชาโนยุยังเกี่ยวพันกับศิลปะของชาวญี่ปุ่นอย่างแนบ
แน่น เริ่มต้นด้วยการที่ผู้เข้าร่วมพิธีชื่นชมสวน ชื่นชมห้องที่ประกอบพิธี เครื่องใช้ในการชงน้ำชา เครื่องตกแต่งห้อง เช่น ภาพวาด หรือดอกไม้ในแจกัน
ประวัติผู้ให้กำเนิดนิกาย
พระโพธิธรรมเป็นสังฆราชแห่งนักบวชเซ็น ท่านเกิดประมาณปีพุทธศักราช 440 ในเมืองกันจิ (Kanchi ) อันเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรปัลลวะ ( Pallava ) ทางอินเดียตอนใต้ ท่านนับถือศาสนาพราหมณ์โดยกำเนิด และเป็นพระราชบุตรองค์ที่ 3 ของพระเจ้าสิงหวรมัน(Simhavarman) ต่อมาท่านได้หันมานับถือพุทธศาสนา และได้รับการสอนธรรมะจากท่านปรัชญาตาระ (Prajnatara ) และท่านปรัชญาตาระนี้เองที่แนะนำพระโพธิธรรมให้เดินทางไปประเทศจีน ท่านมาถึงจีนภาคใต้ ประมาณ พ.ศ. 520 และได้แสดงธรรมตามคำนิมนต์ของพระจักรพรรดิหวู (Wu) แห่งราชวงศ์เหลียง ในการพบปะกันครั้งนี้ พระจักรพรรดิได้ตรัสถามถึงอานิสงส์ของการบำเพ็ญทานในพุทธศาสนา
พระโพธิธรรมได้ตอบตามหลักคำสอนว่าด้วยความว่าง ประมาณ
พ.ศ. 496 มีการสร้างวัดเส้าหลินขึ้นติดกับภูเขา ซ่ง (Sung) ที่จังหวัด โหหนาน (Honan)

แม้ว่าพุทธศาสนิกในประเทศจีนจะแพร่หลายอย่างรวดเร็ว แต่พระโพธิธรรมก็มีสานุศิษย์เพียงไม่กี่คน ในหนังสือ “การถ่ายทอดประทีปธรรม” ของท่านเต้าหยวน ระบุว่าไม่นานหลังจากท่านได้มอบตำแหน่งสังฆปรินายกแก่ทายาทของ
ท่านคือฮุ่ยเคอ พระโพธิธรรมก็มรณภาพ ในปี พ.ศ. 528
พุทธศาสนามหายานในเกาหลี
ประวัติศาสตร์ของเกาหลีนั้น แบ่งออกเป็น อาณาจักร คือ
โกเรีย ปากเช
และ
สิลลา
ตามลำดับ เอกสารประวัติศาสตร์ของจีน ให้รายละเอียดว่า มหายานเข้าสู่อาจักรโกเรียก่อน และเจริญรุ่งเรืองในโกเรียมากที่
สุดหากเทียบกันในสามอาณาจักร
และกระแสพุทธศาสนามหายานมีความชัดเจนกว่าอาณาจักรอื่น

การเติบโตของมหายานในแดน
โกเรีย
นั้น แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะแรก

(พ.ศ. 915) ภิกษุชื่อว่า ซันเตา (Shun Tao) หรือ ซันโด (Sundo) ในภาษาเกาหลี ท่านรูปนี้เดินทางมาจากจีน เข้ามาเผยแผ่ในอาณาจักรโกเรีย ทำให้กษัตริย์และประชาชนเลื่อมใสเป็นอันมาก
ระยะที่สอง
(พ.ศ. 1478-1975) ในยุคนี้ แม้ลัทธิขงจื้อจะเฟื่องฟู แต่พุทธศาสนายังคงรักษาความเป็นศาสนาประจำชาติไว้ได้ เมื่อพุทธศาสนาเจริญมากยิ่งขึ้น เป็นเหตุให้พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งเกิดความประมาทประพฤติตนไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาตามลำดับ
ในระหว่างนี้
พระอุยซอน
(โอรสของพระเจ้ามนจง)โดยได้เดินทางไปยังจีนเพื่อทำการศึกษา
พุทธศาสนามหายานในเกาหลี
ตอนกลับพระอุยซอนได้นำวีธีแบบเซ็น และคัมภีร์อวตังสกสูตร และได้จัดตั้งโรงเรียนซ็อน
แท ณ วัดเกาะกังฮวา และให้มีการพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับเกาหลีหลังจากนี้ เซ็นก็ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น เป็นที่แพร่หลายในเกาหลีในเวลาต่อมา
แต่มหายานในเกาหลีสมัยหลัง ๆ จนถึงปัจจุบัน มีแต่ทรงกับทรุด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ทำให้นิกายที่ยังคงเหลืออยู่เพียงเซ็นแบบนิกายสุขาวดี
สารัตถะของเซ็นแนวใหม่ (ผสมสุขาวดี)นี้เกาหลีออกเสียงเป็น ซ็อน
แนวคิดแบบเซ็นให้ความสำคัญกับภาวะทางนามธรรม คือ พุทธจิต ซึ่งเป็นจิตที่คนทั่วไปไม่อาจหยั่งเห็นได้ จึงเป็นเรื่องยากต่อการทำความเข้าใจสำหรับชาวเกาหลีพอสมควร บวกกับยุคหลัง ๆ เกาหลีประสบกับปัญหาหลายอย่าง เช่น วิกฤติทางการเมือง เป็นต้น เป็นปัจจัยให้อุปนิสัยในธรรมอ่อนลง
พุทธศาสนามหายานในเกาหลี
ขณะที่ภาพรวมแนวคิดแบบสุขาวดีนั้น ดูง่ายในมุมมองของชาวบ้านทั่วไป จึงเป็นที่แพร่หลายในทุก ๆ ประเทศ แม้แต่เกาหลีเองก็ได้รับอิทธิพลจากสุขาวดี สมัยหลัง ๆ เซ็นอับแสงลง เพราะสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงคราม ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้คนกำลังต้องการที่พึ่งทางใจ ในภาวะเช่นนั้น สุขาวดีจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเกาหลี
คณาจารย์ของเซ็นจึงพยายามเชื่อมแนวคิดแบบเซ็นให้เห็นเป็นเรื่อง
เดียวกันกับสุขาวดี โดยการกล่าวว่า “พุทธเกษตรที่แท้จริงก็คือธรรมชาติจิตเดิมแท้ เมื่อรู้แจ้งจิตเดิมแท้แห่งตน ก็เท่ากับว่าได้เดินทางถึงสุขาวดี”
และยังแสดงให้เห็นอีกว่า ผู้ที่จะเข้าถึงสุขาวดีจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการของเซ็น เพราะการมีศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระอิมตาภะ จำเป็นต้องขจัดความสงสัยที่เกิดในจิต
จะเห็นว่า พอเซ็นอาศัยหลักการดังกล่าวนี้ ได้เกิดการเชื่อมกันสนิทกับสุขาวดีอย่างแนบแน่น และพยายามปรับในส่วนอื่น ๆ โดยทำให้เห็นว่า เป้าหมายของเซ็นคือสุขาวดี จึงอาจกล่าวได้ว่า เซ็นคือวิถีทางเข้าถึงสุขาวดี
พระโพธิธรรม (ตั้กม๊อ)
วัดเซ็นในประเทศจีน
วัดเซ็นในเกาหลี
วัดเซ็นโกจิ ประเทศญี่ปุ่น
Credits
http://www.crs.mahidol.ac.th/thai/zen00.htm

http://www.philospedia.net/zen%20buddhism.html

http://www.crs.mahidol.ac.th/thai/mahayana41.htm

http://www.chatchawan.net/2013/02/what-is-zen/

http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=35&chap=1&page=t35-1-infodetail04.html
Full transcript