Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

การขนส่งทางถนน

No description
by

Far Sirisombat

on 2 March 2015

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การขนส่งทางถนน

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 1
ประวัติการขนส่งทางถนนของประเทศไทย
ประเภทและเครือข่ายของถนนในประเทศไทย
ป้ายจราจรตามท้องถนนที่ควรรู้
ข้อกฎหมายและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการขนส่ง
ผลกระทบที่เกิดจากการขนส่งทางถนน
การขนส่งทางถนนในต่างประเทศ
การขนส่งทางถนน
จัดทำโดย
10. นายวรยุต แสนเขียว
5510510385
การขนส่งโดยรถยนต์และรถโดยสารในไทย
เริ่มครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณ 3 ปี
หลังจากเปิดการเดินรถไฟสายแรก (กรุงเทพฯ-อยุธยา)
โดยมีชาวต่างชาติสั่งรถยนต์เข้ามาใช้ในประเทศไทย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2451
มีรถโดยสารประจำทางขึ้นเป็นครั้งแรกเป็นของพระยาภักดีนรเศรษฐ
ผู้ให้กำเนิดรถเมล์ขาวให้บริการรับส่งผู้โดยสาร
ปี พ.ศ.2453
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงตราพระราชบัญญัติรถยนต์เป็นฉบับแรก พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้วางระเบียบการเดินรถ และขับรถขึ้นไว้ และใช้บังคับตั้งแต่ พ.ศ. 2454 เป็นต้นมา
มีการก่อตั้งบริษัท เดินอากาศ จำกัด ซึ่งมี 2 กิจการใหญ่ๆ คือ
กิจการบินพาณิชย์และกิจการเดินรถทางราชการได้ตราพระราชบัญญัติรถยนต์ขึ้นเพื่อใช้บังคับให้มีการจดทะเบียนรถยนต์และเสียภาษีรถยนต์ให้แก่รัฐ
ปี พ.ศ. 2473
ปี พ.ศ. 2490-2501
บริษัทเดินอากาศจำกัด ประสบกับการขาดทุน
และไม่สามารถหาเงินมาชำระให้แก่ธนาคารออมสินได้
ปี พ.ศ. 2502-2504
บริษัท เดินอากาศ จำกัด ประสบกับการขาดทุนอย่างหนัก
ทั้งกิจการเดินรถบริษัท และกิจการบริหารงานบุคคล
จนบริษัทไม่สามารถดำเนินการได้
ปี พ.ศ. 2501
รัฐบาลชุดคณะปฏิวัติเข้ามาบริหาร
ประเทศ ได้ทำการปรับปรุงกิจการใหม่ โดยเปลี่ยนกรรมการบริษัทฯและได้มีการ
จับกุมกลุ่มมีอิทธิพล
จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ปี พ.ศ. 2505-2516
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พลเอกพงษ์ ปุณณกัณฑ์) ขอรัฐบาลในการปรับปรุงกิจการบริษัทขนส่ง จนมีผลกำไรสูง เริ่มมีโบนัสเป็นครั้งแรก
นับแต่ตั้งเปิดบริษัทฯ การเดินรถอยู่ในระเบียบเรียบร้อยเป็นผลให้
บรรดาเจ้าของรถร่วมสามารถ ตั้งตัวได้และมีฐานะมั่งคั่งขึ้น
มีนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน
เพื่อผลักดันให้เกิดการกระจายความเจริญไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทำให้มีการก่อสร้างถนนและขยายถนน 4 ช่องจราจรไปยังทุกภูมิภาคของประเทศ
บทนำ (Introduction)
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 11 (ปัจจุบัน)
มุ่งพัฒนาบริการขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ
และได้มาตรฐานสากล ปรับปรุงกฎระเบียบการขนส่งคน
และสินค้าที่เกี่ยวข้อง พัฒนาบุคลากรในธุรกิจการขนส่ง
และโลจิสติกส์ เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวพื้นที่
ชายแดน/เขตเศรษฐกิจชายแดนตลอดจนเชื่อมโยงระบบ
การผลิต กับพื้นที่ตอนในของประเทศ
สัดส่วนการขนส่งในแต่ละรูปแบบ
ข้อได้เปรียบ
1. สามารถให้บริการถึงบ้านได้ (Door to Door Service)
บริการได้ถึงที่โดยไม่ต้องมีการขนถ่ายต่อ
2. ขนส่งสินค้าได้ตลอดเวลาตามความต้องการของลูกค้า
3. มีความคล่องตัวสูง สะดวก รวดเร็ว และให้บริการได้
ทุกจุดตลอดระยะทาง
4. สามารถบริการได้ตลอดเวลาและทันเวลา ไม่จำเป็นต้อง
มีหมายกำหนดการเหมือนรถไฟ หรือเครื่องบิน
5. ใช้ในการขนส่งได้ทุกระยะทาง โดยเฉพาะระยะใกล้
หรือปานกลาง
ข้อได้เปรียบ (ต่อ)
6. ทำให้การขนส่งสมบูรณ์ : Complete Transportation
การขนส่งรูปแบบอื่นไม่สามารถให้บริการสมบูรณ์
7. สามารถลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับ
การขนส่งแบบอื่น เป็นแบบของการขนส่งขนาดเล็กที่สุด
แค่รถ 1 คันก็สามารถใช้ขนส่งได้แล้ว
8. มีผู้ประกอบการมากราย สามารถเลือกสรรการรับบริการได้
9. การเลิกกิจการทำได้ง่าย ผลเสียหายมีค่อนข้างจะน้อย
10. ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะอย่าง
จึงสามารถขยายกิจการได้ง่าย การดำเนินงานไม่ยุ่งยาก บุคคลทั่วไปสามารถดำเนินการได้
ข้อเสียเปรียบ
1. บรรทุกได้เฉพาะของที่มีน้ำหนักไม่มากนัก
และรถจะมีความจุน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเรือ
2. ความปลอดภัยมีน้อย เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
3. บรรทุกสินค้าได้น้อย : Low Capacity
ระวางรถจำกัดด้วยความยาวความสูง และน้ำหนักตามกฏหมาย รถจึงบรรจุของได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งด้วยรถไฟ หรือเรือ
4. ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในระยะไกลจะสูงขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเทียบกับการขนส่งทางรถไฟ รถมีต้นทุนสูง โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง (น้ำมัน) และค่าบำรุงรักษา
ข้อเสียเปรียบ (ต่อ)
5. เป็นบริการที่เหมาะกับการขนส่งระยะทางใกล้
และปานกลาง ไม่เหมาะสำหรับการขนส่งในระยะไกล
6. มีการแข่งขันกันสูง เพราะมีผู้ประกอบการมากราย
7. อ่อนไหวต่อสภาพอากาศ : กำหนดเวลาแน่นอนไม่ได้
ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและดินฟ้าอากาศ
(Weather Sensitive)
ที่มา : http://samutprakan.dlt.go.th/home/rod_h2_4.html
5.รถบรรทุกเฉพาะกิจ
เป็นรถซึ่งส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะพิเศษ
เพื่อใช้ในกิจการใดกิจการหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น รถบรรทุกขวดเครื่องดื่ม รถบรรทุกขยะมูลฝอย รถผสมซีเมนต์ รถบรรทุกเครื่องราดยาง
รถบรรทุกเครื่องทุ่นแรง เป็นต้น
ที่มา : http://samutprakan.dlt.go.th/home/rod_h2_5.html
รถบรรทุกถังผสมคอนกรีต
รถดูดฝุ่นและกวาดถนน
รถบรรทุกเครื่องทุ่นแรง
6. รถพ่วง
รถที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเอง จำเป็นต้องใช้
รถอื่นลากจูงและน้ำหนักรวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดลงบนเพลาล้อสมบูรณ์ในตัวเอง
ที่มา : http://samutprakan.dlt.go.th/home/rod_h2_6.html
7. รถกึ่งพ่วง
รถที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเองจำเป็นต้องใช้
รถอื่นลากจูง และน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกบางส่วน เฉลี่ยลงบนเพลาล้อของรถคันลากจูง
ที่มา : http://samutprakan.dlt.go.th/home/rod_h2_7.html
รถกึ่งพ่วงที่มีลักษณะเพื่อใช้บรรทุก สิ่งของที่มีความยาว
โดยมีโครงโลหะที่สามารถปรับความยาวของช่วงล้อระหว่างรถลากจูงกับรถกึ่งพ่วงได้
8. รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว
ที่มา : http://www.ctvdoll.co.th/images/product/14axle.jpg
9.รถลากจูง
รถลากจูง คือ รถที่มีลักษณะเป็นรถสำหรับลากจูงรถพ่วง
รถกึ่งพ่วง และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาวโดยเฉพาะ
ที่มา : http://samutprakan.dlt.go.th/home/rod_h2_9.html
3. รถบรรทุกของเหลว
ส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะเป็นถังสำหรับ
บรรทุกของเหลวตามความเหมาะสมกับของเหลวที่
บรรทุกนั้น
ที่มา : http://samutprakan.dlt.go.th/home/rod_h2_3.html
1. เครื่องหมายจราจรป้ายบังคับ มักจะมีพื้นสีขาว
ขอบสีแดง เป็นป้ายกำหนด ต้องทำตาม
2. เครื่องหมายจราจรป้ายเตือน มักจะมีพื้นสีเหลือง
ขอบสีดำ จะเป็นป้ายแจ้งเตือนว่ามีอะไรอยู่ข้างหน้า
2.3 ป้ายเตือนในงานก่อสร้างต่าง ๆ
2.2 ป้ายเตือนที่แสดงด้วยข้อความ และ/หรือสัญลักษณ์
2.1 ป้ายเตือนตามรูปแบบและลักษณะที่กำหนด
1.2 แสดงด้วยข้อความ และ/หรือสัญลักษณ์
1.1 แสดงความหมายตามรูปแบบและลักษณะที่กำหนด
3. เครื่องหมายจราจร ป้ายแนะนำ
เป็นป้ายที่แนะนำการเดินทางต่าง ๆ
1. พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522
เป็นกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมและจัดระเบียบการขนส่งทางถนน
ด้วยรถ เพื่อให้ระบบการขนส่งทางกบมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ประหยัดและปลอดภัย มีข้อสำคัญหลักๆ ดังนี้
1.1 ข้อกำหนดด้านผู้ประกอบการขนส่ง
1.2 ข้อกำหนดด้านตัวรถ
1.3 ข้อกำหนดด้านผู้ขับรถ
2. พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522
เป็นกฎหมายที่ใช้ในการกำกับดูแลและควบคุมการใช้รถเพื่อให้เกิด
ความปลอดภัย ซึ่งได้กำหนดเกี่ยวกับการขับรถ การบรรทุก การใช้ความเร็ว ข้อห้ามการเดินรถ และอื่นๆ มีข้อสำคัญหลักๆ ดังนี้
2.1 ข้อกำหนดด้านการบรรทุก
2.2 ข้อกำหนดความเร็วในการขับขี่
2.3 ข้อห้ามการเดินรถ
3. พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535
เป็นกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมและกำกับการใช้ทาง
โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับความเร็วรถที่ใช้บนทางหลวง เกณฑ์น้ำหนักของยานพาหนะ และน้ำหนักบรรทุกที่จะนำไป
ใช้วิ่งบนทางหลวง
การพัฒนาระบบการขนส่งที่ดี
1.ประชาชนในชนบท
เปลี่ยนการดำรงชีวิต
ที่แตกต่างไปจากเดิม
2.เกิดการเคลื่อนย้ายผลผลิตจากภาคชนบทสู่ตัวเมือง
ทำให้คนชนบทมีรายได้ดีขึ้น
3.หากมีปริมาณมาก ทำให้เกิด ปัญหาการจราจรติดขัด
ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ปัญหามลพิษ
1.ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ
2. ผลกระทบทางด้านการเมืองและสังคม
ด้านการเมือง
สร้างถนนติดต่อระหว่างเมืองกับแนวชายแดนของ
ประเทศหรือการสร้างถนนติดต่อระหว่างประเทศ เกิดการเคลื่อนย้ายคน และสินค้าสะดวกสะดวกขึ้น มีทั้งสิ่งที่ถูกต้องทางกฎหมายและไม่ถูกต้อง
เช่น เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธ ยาเสพย์ติด หรือสิ่งของผิดกฎหมายอื่นๆ
ถนนระหว่างไทย-กัมพูชา
ด้านวัฒนธรรม
การแพร่กระจายทางด้านวัฒนธรรม
(Cultural Diffusion)
วัฒนธรรมจากเมืองหลั่งไหลเข้าสู่ชนบท
วัฒนธรรมใหม่ทำให้มาตรฐานการดำรงชีวิตของ
ประชาชนในชนบทดีขึ้น เช่น เกี่ยวกับเรื่องสุภาพอนามัย
ที่อยู่อาศัย
วัฒนธรรมภายนอกเข้าไปผสมผสานหรือแทนที่วัฒนธรรมเดิม
เช่น การปลูกฝ้าย เพื่อผลิตเสื้อผ้าใช้เองของชาวเขา วัฒนธรรมใหม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตเสื้อผ้าใช้เอง หันมาซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูป
พื้นที่ที่มีการพัฒนาการ
การขนส่งอย่างพอเพียง
เศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
การสร้างทางรถยนต์
ทางรถไฟ เข้าไปในพื้นที่
ประชาชนสามารถนำผลผลิต
ออกสู่ตลาด และเกิดรายได้
การนำสินค้าจากเมือง
เข้าสู่หมู่บ้าน
และการแลกเปลี่ยนผลผลิต
ก่อให้เกิดรายได้
การสร้างงาน การลงทุน
เปิดกิจการเดินรถไฟ ระหว่าง กรุงเทพฯ-อยุธยา เมื่อ 26 มีนาคม ค.ศ. 1896
และขยายถึงลำปาง ค.ศ. 1916 และถึงเชียงใหม่ ค.ศ. 1921
- ชาวนาภาคเหนือขยายพื้นที่ทำนาและส่งข้าวเปลือกมาขายภาคกลาง
- สินค้าอุตสาหกรรม เช่น เสื้อผ้าเชื้อเพลิง และของใช้ประจำวัน ส่งเข้ามาขายในภาคเหนือ
ต่อมามีการพัฒนาทางบก เริ่มต้นจากเกวียน เชื่อมชนบทกับเมือง
ขยายเป็นทางรถยนต์ เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ
มีการพัฒนาขนส่งทางบกแทนที่ทางน้ำ
เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจหรือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
3. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
การสร้างถนนผ่านป่า ภูเขา มีผลต่อการทำลาย
ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เกิดการโค่นป่า ทำลายหน้าดิน เพื่อตัดถนน
ถนนมีประโยชน์ในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารก็จริง
แต่เป็นสาเหตุสำคัญในการบุกรุกทำลายป่า เพื่อค้าไม้ ทำไร่ ทำสวน หรือ ที่พักตากอากาศ กระทบต่อการทำลายระบบนิเวศป่า และ กระทบในเรื่อง ยาฆ่าแมลง ขยะและสิ่งปฎิกูลอื่นๆ
4. ผลกระทบด้านการจราจรติดขัด
โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร
เกิดความตึงเครียดของผู้เดินทาง
เกิดปัญหาสุขภาพจิตของผู้คน
การใช้พลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ต้นทุนในการขนส่งสูงขึ้น
เนื่องจากมีต้นทุนการใช้รถเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายทางด้านเวลาที่สูญเสียไป
โดยเปล่าประโยชน์
เริ่มขยายไปสู่เมืองใหญ่ ๆ ในภูมิภาค
อ. หาดใหญ่ จ.สงขลา
อ.เมือง จ. เชียงใหม่
5. ผลกระทบด้านปัญหาอุบัติเหตุ
ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก + ไม่มีวินัยจราจร
อุบัติเหตุ
สูญเสียทางชีวิตและทรัพย์สิน
เกิดปัญหาสังคมตามมา เนื่องมาจากผู้บาดเจ็บและพิการ
6. ผลกระทบด้านมลพิษที่เกิดจากการใช้รถ
ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อน
ฝุ่นละออง
ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์
สารตะกั่ว
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
Brunei Darussalam
(บรูไน ดารุสซาลาม)
Kingdom of Cambodia
(ราชอาณาจักรกัมพูชา)
Republic of Indonesia
(สาธารณรัฐอินโดนีเซีย)
Lao People’s Democratic Republic
(สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว - สปป ลาว)
Malaysia (มาเลเซีย)
Republic of the Union of Myanmar
(สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา)
Republic of the Philippines
(สาธารณรัฐฟิลิปปินส์)
Republic of Singapore
(สาธารณรัฐสิงคโปร์)
Socialist Republic of Vietnam
(สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม)
1. การขนส่งทางถนน
สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
ทางหลวงในประเทศไทย 
หมายถึง ทางหลวงแผ่นดินซึ่งอยู่ในความควบคุมของ
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม แบ่งออกเป็น 5  ประเภท ได้แก่
1. ทางหลวงพิเศษ
2. ทางหลวงแผ่นดิน
3. ทางหลวงชนบท
4. ทางหลวงท้องถิ่น
5. ทางหลวงสัมปทาน
ประเภทและเครือข่ายของถนนในประเทศไทย
1. กรมทางหลวง
รับผิดชอบดูแล 3 ประเภท คือ ทางหลวงพิเศษ
ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน
ผู้ดูแลรับผิดชอบ
1. กรมทางหลวง
รับผิดชอบดูแล 3 ประเภท คือ ทางหลวงพิเศษ
ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน
ทางหลวงพิเศษ (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง) คือ
ทางหลวงที่จัดหรือทำไว้เพื่อให้การจราจรผ่านได้ตลอดรวดเร็วเป็นพิเศษ
โดยหลักเกณฑ์ในการจัดทำระบบหมายเลขทางหลวงมี 2 ประเภท ดังนี้
1. ทางหลวงพิเศษ (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง)
เชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครไปยังแต่ละภาคของประเทศ
มีจำนวนทั้งสิ้น 5 เส้นทาง ดังนี้
1.1 ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายหลัก 
1.1.1 ทางหลวงพิเศษหมายเลข 5"
กรุงเทพมหานคร - ภาคเหนือ
1.1.2 ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6"
กรุงเทพมหานคร- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1.1.3 ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7"
กรุงเทพมหานคร-ภาคตะวันออก
1.1.4 ทางหลวงพิเศษหมายเลข 8"
จากกรุงเทพมหานคร-ภาคใต้
1.1.5 ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9"
ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
หรือถนนกาญจนาภิเษก
เชื่อมโยงไปสู่เส้นทางที่มีการจราจรสูงและเส้นทางที่เข้าพื้นที่สำคัญในภาคนั้น ๆ
ซึ่งหลักเกณฑ์การจัดเข้าไว้ในระบบหมายเลขทางหลวง คือ เป็นตัวเลข 2 หลัก
- ตัวเลขหลักแรก เป็นหมายเลขของสายทางหลักนั้น ๆ
- ตัวเลขหลักที่สอง เป็นลำดับหมายเลขสายทางที่แยกจากทางสายหลัก
ได้แก่
1.2 ทางเชื่อมโยงจากทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายหลัก 
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 51 
คือ โครงการมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ – สุพรรณบุรี
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 61 
คือ โครงการมอเตอร์เวย์ชลบุรี – นครราชสีมา
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 62 
คือ โครงการมอเตอร์เวย์นครราชสีมา – อุบลราชธานี
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 71 
คือ โครงการมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ – อรัญประเทศ (สระแก้ว)

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 
คือ โครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่ – บ้านโป่ง (ราชบุรี)
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 83 
คือ โครงการมอเตอร์เวย์พระแสง (สุราษฎร์ธานี) – ภูเก็ต
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 84 
คือ โครงการมอเตอร์เวย์ทุ่งสง (นครศรีธรรมราช) – นครศรีธรรมราช
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 91 
คือ โครงการถนนวงแหวนรอบภาคกลาง ปากท่อ (ราชบุรี) – บ้านโป่ง (ราชบุรี) – สุพรรณบุรี – สิงห์บุรี – ลพบุรี – สระบุรี – บางปะกง (ฉะเชิงเทรา)
ทางหลวงแผ่นดิน
ทางหลวงแผ่นดิน เป็นเส้นทางสาธารณะสายหลักที่
เป็นโครงข่ายเชื่อมระหว่างภาค จังหวัด อำเภอ ตลอดจนสถานที่ที่
สำคัญ เพื่อให้การเดินทางและขนส่งเป็นไปได้สะดวกยิ่งขึ้น
2. ทางหลวงแผ่นดิน
ในยุคสมัยเริ่มต้นของการก่อสร้างทางหลวง นิยมใช้ชื่อของบุคคล
ที่มีความสำคัญในสายทางนั้นมาตั้งชื่อถนนหรือสะพาน เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต สะพานสารสิน เป็นต้น
ต่อมาได้มีการพัฒนาระบบโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ
จึงได้มีการนำ "ระบบหมายเลขทางหลวง" มาใช้กำกับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทานโดยหมายเลขกำกับ
มีความหมายบอกถึงภาคที่ตั้งของเส้นทางแต่อาจจะมีการคาบเกี่ยวกัน
ระหว่างภาค เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีการแบ่งจังหวัดในแต่ละภาค
ต่างกันเล็กน้อย ดังนี้
การเรียกชื่อทางหลวง
หมายเลขกำกับในระบบหมายเลขทางหลวง
ทางหลวงที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 4
อยู่ในภาคใต้
ระบบหมายเลขทางหลวงดังกล่าวได้กำหนดให้ใช้ตัวเลข
จำนวน 4 หลัก ในการเรียกขานอ้างอิงทางหลวง โดยได้จำแนกทางหลวงออกเป็น 4 ระดับย่อยดังนี้
ทางหลวงที่มีหมายเลขตัวเดียว หมายถึง
ทางหลวงหลักที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานครไปยัง
ภูมิภาคหลักของประเทศไทย มีทั้งหมด 4 สาย ได้แก่
1.) ทางหลวงที่มีหมายเลขตัวเดียว 
2.) ทางหลวงที่มีหมายเลขสองตัว
สามตัว และ สี่ตัว
1.1 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน)
1.2 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ)
1.3 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท)
1.4 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม)
ทางหลวงชนบท คือ ทางหลวงที่กรมทางหลวงชนบท
เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะ และบำรุงรักษา และได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงชนบท อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
เป็นผู้จัดให้ลงทะเบียนไว้ ณ กรมทางหลวงชนบท
3. ทางหลวงชนบท
นิยมใช้หมายเลขทางหลวงแผ่นดิน หรือชื่อหมู่บ้าน
หรือชื่อสถานที่สำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นโครงการและจุดสิ้นสุดโครงการ
ในสายทางนั้นมาตั้งชื่อถนน
เช่น สายแยกทางหลวงหมายเลข 314 – บ้านลาดกระบัง
หรือ สายบ้านคลอง 20 – บ้านตลาดคลอง 16 เป็นต้น
ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาระบบโครงข่ายทางหลวงชนบทมากขึ้น
การใช้ชื่อเพียงอย่างเดียวอาจจะก่อให้เกิดการสับสน และไม่สามารถทราบว่าสายทางนั้นอยู่ในจังหวัดใด ดังนั้นจึงมีการนำ “รหัสสายทาง” เข้ามาเป็นตัวบอกถึงที่ตั้ง และลำดับของสายทาง
การเรียกชื่อทางหลวงชนบท
รหัสสายทางของทางหลวงชนบทประกอบด้วยตัวอักษรย่อของ
จังหวัด 2 ตัว และตัวเลข 4 ตัว มาใช้กำกับทางหลวงชนบท
ทางหลวงชนบท
ทางหลวงท้องถิ่น คือ ทางหลวงที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะ และบำรุงรักษา และได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัด
เป็นผู้จัดให้ลงทะเบียนไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด
4. ทางหลวงท้องถิ่น
ทางหลวงสัมปทาน คือ ทางหลวงที่ กรมทางหลวง
ได้ให้เอกชนสัมปทาน ตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน และได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงสัมปทาน ซึ่งอธิบดีกรมทางหลวงเป็นผู้จัดให้ลงทะเบียนไว้ ณ กรมทางหลวง
5. ทางหลวงสัมปทาน
ทางหลวงสัมปทานปัจจุบัน คือ ทางยกระดับอุตราภิมุข
(ดอนเมืองโทรลล์เวย์) บนถนนวิภาวดีรังสิต
ส่วนมากเป็นถนนดิน และลาดยาง รัฐบาลพม่ามีแผนจะขยายเป็น
สองเลนสี่เลน และหกเลน ถนนส่วนใหญ่ขนานไปกับภูเขาและแม่น้ำ ทอดไปตามความยาวของประเทศ
ถนนสายสำคัญ คือ ถนนสายพม่า เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อ
ระหว่างย่างกุ้งกับเมืองคุนหมิง
การขนส่งทางถนน ประเทศเมียนมาร์
1.2. เส้นทาง Yangon-Mandalay
1.1. เส้นทาง Yangon-Prome
กัมพูชามีเส้นทางคมนาคมขนส่งทางถนนที่สำคัญ 7 เส้นทาง คือ
หมายเลข 1 กรุงพนมเปญ–ท่าเรือเน็กเลือง-ด่านบาเวท
หมายเลข 2 กรุงพนมเปญ–ด่านพนมเดิน จังหวัดตาแก้ว
หมายเลข 3 กรุงพนมเปญ–จังหวัดกัมปอต
หมายเลข4 กรุงพนมเปญ–กรุงสีหนุ
เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสายสำคัญที่สุดของกัมพูชา
หมายเลข 5 กรุงพนมเปญ-ด่านปอยเปต เป็นถนนที่คนไทย
ใช้เข้าสู่กัมพูชาใช้ขนส่งสินค้าจากสระแก้วสู่พนมเปญ
หมายเลข 6 กรุงพนมเปญ–อำเภอศรีโสภณ เป็นถนนที่คนไทย
ใช้ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
หมายเลข 7 บ้านเชิงไพร จังหวัดกัมปงจาม–ด่านบ้านโอสวาย
จังหวัดสตึงเตรง
ประเทศบรูไนตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือบนเกาะบอร์เนียวในทะเลจีนใต้
มีทางหลวงสายหลักสายเดียว คือ Muara – Jerudong – Tutong
มีความยาวประมาณ 1,712 กิโลเมตร
3. การขนส่งทางถนนประเทศบรูไนดารุสซาลาม
4. การขนส่งทางถนนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ถนนส่วนใหญ่อยู่บนเกาะชวา นอกนั้นเป็นโครงข่ายถนนบนเกาะสุลาเวสี
และกะลิมันตัน สภาพถนนเป็นถนนลาดยาง (Asphalted Roads)
เส้นทางเดินรถที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด คือ เส้นทางบาหลี-บันดาอะเจห์
(Bali - Banda Aceh route)
ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ถนน หรือทางรถไฟยังไม่พร้อมเท่าที่ควร
2. การขนส่งทางถนนราชอาณาจักรกัมพูชา
5. การขนส่งทางถนน
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
มีเส้นทางทางหลวง ดังนี้
หมายเลข 1 เชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 6
หมายเลข 2 เชื่อมสปป.ลาว-เวียดนาม
หมายเลข 3 เชื่อมโยงไทย-ลาว-จีน
หมายเลข 4 เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเลยกับ
แขวงไซยะบุรีและแขวงหลวงพระบาง
หมายเลข 8 เชื่อมต่อจากประเทศไทยสู่สปป.ลาว
และเชื่อมต่อกับถนนหมายเลข 1 ของเวียดนาม สามารถเดินทางจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ไปเวียดนามสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 8 ได้สะดวกขึ้น
การเรียกชื่อทางหลวง
ทางหลวงที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 1
อยู่ในภาคเหนือ และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทางหลวงที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 2
อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางส่วนของภาคเหนือ และภาคกลาง
ทางหลวงที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 3
อยู่ในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และบางส่วนของภาคใต้
หมายเลข 9 เชื่อมจากจังหวัดมุกดาหารของไทย
มุ่งสู่เวียดนาม เป็นถนนสายเศรษฐกิจที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว
และการขนส่งสินค้าจากไทยสู่สปป.ลาวและเวียดนาม
หมายเลข 10 เชื่อมต่อกับสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เมืองปากเซ
แขวงจำปาสักและเชื่อมต่อกับจังหวัดอุบลราชธานีที่ด่านช่องเม็ก
ทางหลวงหมายเลข 12 เชื่อมกับจังหวัดนครพนมของไทย
และเชื่อมต่อกับประเทศเวียดนาม
ทางหลวงหมายเลข 13 เชื่อมทางตอนใต้และเหนือของสปป.ลาว
ทางหลวงหมายเลข 18 ไปออกชายแดนประเทศเวียดนาม

6. การขนส่งทางถนนสาธารณรัฐสิงคโปร์
มีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโลจิสติกส์และระบบขนส่งสินค้าทางบก
มีประสิทธิภาพมาก รักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับชั้นนําของเอเชีย ทำให้สิงคโปร์กลายเป็น
ประเทศที่มีระบบคมนาคมขนส่งดีที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย
โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสิงคโปร์ สรุปได้ดังนี้
1.ทางหลวงเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของสิงคโปร์ มีการตัดถนนเชื่อมต่อเขตต่างๆ
ทำให้การคมนาคมทางรถยนต์มีความสะดวก และเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ รวมถึงเกาะ
1.1 ทางด่วน (Expressway) ทางด่วนเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก
ที่ทำให้การเดินทางระหว่างเขตชานเมือง
1.2 ทางหลวงอื่นๆ มีมากกว่า 80 สาย
7. การขนส่งทางถนนประเทศมาเลเซีย
มีศูนย์โลจิสติกส์ขนาดใหญ่ทั้งของรัฐและเอกชนบริเวณชายแดน
มีระบบศุลกากรออนไลน์ถนนมีสภาพดีและเป็นถนนไฮเวย์ รถบรรทุกสามารถขนส่ง
ได้อย่างสะดวก และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโลจิสติกส์ที่พร้อมต่อการทําธุรกิจ
มีทําเลที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี
มาเลเซียเป็นประเทศที่มีระบบโครงข่ายถนนที่สมบูรณ์และก้าวหน้าที่สุด
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบ่งเป็นทางธรรมดาและทางด่วน ถนนในมาเลเซีย
สามารถใช้เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงภาคเศรษฐกิจชนบทกับเมืองได้เป็นอย่างดี
8. การขนส่งทางถนนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์
ส่วนใหญ่ถนนลาดยางอยู่บริเวณโดยรอบกรุงมะนิลา และจังหวัดหลัก
ทำให้การคมนาคมไม่สะดวก
ทางหลวงหลักของประเทศมีเพียง 2 สาย คือ North Luzon Express Way
และ South Luzon Express Way
การขับขี่ยวดยานในกรุงมะนิลาเป็นไปตามกฎที่เรียกว่า “รหัสสี”
เพื่อลดปัญหาการจราจรที่คับคั่ง โดยใช้ตัวเลขหลักสุดท้ายของเลขทะเบียนรถ
เป็นตัวกำหนดวันที่รถแต่ละคัน
9. การขนส่งทางถนนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ถนนเป็นเส้นทางบกที่มีเส้นทางหลวงของประเทศเป็นเส้นทางสำคัญ
1. เส้นทางสายหลักของประเทศมี 7 สายคือ
หมายเลข 8 ภายในประเทศและมีถนนเส้นทางหลักถึงชายแดนของ
สปป.ลาว
หมายเลข 9 ภายในประเทศจนถึงชายแดนติดจังหวัด
สะหวันนะเขตของสปป.ลาว
หมายเลข 51 ระหว่าง Ho Chi Minh City - Vung Tau
2. เส้นทางแนวตะวันออก – ตะวันตก
3. เส้นทางแนวตอนใต้
1. นางสาวชนิสรา เมฆหมอก
5510510025
2. นายณัฐวุฒิ อนงค์ทอง
5510510045
3. นางสาววิภาวรรณ แก้วภู่
5510510116
4. นายศิรากร ไชยรัตน์
5510510126
5. นายเดชาธร ใหม่คง
5510510175
6. นางสาวเพ็ญศิริ จันทร์เดช
5510510179
7. นางสาวธิติวรรณ ศิริสมบัติ
5510510248
8. นายจิรวัฒน์ ตระการวิทย์
5510510363
9. นายธนพงษ์ สุขยามผล
5510510368
ลักษณะยานพาหนะในการขนส่งทางถนน
รถบรรทุก
นิยามของรถบรรทุก คือ รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของเพื่อสินจ้าง
โดยไม่กำหนดเส้นทาง เพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง อาจประกอบด้วย
อุปกรณ์พิเศษ เช่น รถประจญเพลิง รถโม่คอนกรีต ซึ่งมีน้ำหนักเกิน 1,600 กิโลกรัมขึ้นไป
พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
ได้กำหนดลักษณะรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์ หรือสิ่งของ แยกเป็น 9 ลักษณะ
ดังต่อไปนี้
ส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะเป็นกระบะ
จะมีหลังคาหรือไม่ก็ได้ หรือรถที่มีเครื่องทุ่นแรง
สำหรับยกสิ่งของที่จะบรรทุกในกระบะ หรือรถที่มีกระบะบรรทุกสามารถยกเท และรวมถึง
รถซึ่งส่วนที่ใช้บรรทุกไม่มีด้านข้างหรือด้านท้าย
1. รถกระบะบรรทุก
ที่มา : http://samutprakan.dlt.go.th/home/rod_h2_1.html
2. รถตู้บรรทุก
ส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะเป็นตู้ทึบ
มีหลังคาถาวรตัวถังบรรทุกกับห้องผู้ขับรถจะเป็นตอนเดียว หรือแยกกัน และจะมีบานประตูปิดเปิด
สำหรับการบรรทุกที่ด้านข้างหรือด้านท้ายก็ได้
ที่มา : http://samutprakan.dlt.go.th/home/rod_h2_2.html
4.รถบรรทุกวัสดุอันตราย
เป็นรถซึ่งส่วนที่ใช้ในการบรรทุกมีลักษณะเฉพาะ
เพื่อใช้ในการบรรทุกวัสดุอันตราย เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซเหลว สารเคมี วัตถุระเบิด วัสดุไวไฟ เป็นต้น
Full transcript