Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

ทฤษฎีโครงสร้างการหน้าที่

No description
by

PinNa Phattrakhom

on 26 January 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ทฤษฎีโครงสร้างการหน้าที่

Talcott Parsons
Talcott Parsons (ค.ศ. 1902 – 1979)
มีแนวความคิดว่า สังคมเป็นระบบหนึ่งที่มีส่วนต่างๆ มีความสัมพันธ์และสนับสนุนซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ที่คงที่ของแต่ละส่วนจะเป็นปัจจัย
ทำให้ระบบสังคมเกิดความสมดุล (Equilibrium)
โครงสร้างการกระทำทางสังคม
the structure of
social action
การหน้าที่พื้นฐานที่ขาดไม่ได้
Functional Requisites
ข้อวิจารณ์ของ Merton ต่อ Parsons
ทฤษฎีโครงสร้างการหน้าที่
PARSONS มองมนุษย์ เหมือนกับหุ่น (pupet)
ที่โดนชักใยโดยบทบาทหน้าที่ของตน
social actor
เป้าหมายของ
การกระทำ
บรรทัดฐาน ค่านิยม และความเชื่อ
รวมถึงแนวความคิดต่างๆ
เงื่อนไขตามสถานการณ์
แนวคิดของพาร์สันต่อการกระทำทางสังคม

1. ผู้กระทำจะกระทำสิ่งต่างๆ โดยมีเป้าหมายของการกระทำอยู่ในใจ

2. การกระทำของมนุษย์ที่อยู่ในข้อจำกัด 2 ประการคือ
2.1 การกระทำใดๆ ต้องอยู่ภายใต้บรรทัดฐานและค่านิยม
2.2 การกระทำใดๆ ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะสถานการณ์

3. ผู้กระทำรับรู้ว่า มีทางเลือกการกระทำหลายๆทางเลือก
ที่จะนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

ระบบการกระทำทางสังคม
ระบบวัฒนธรรม
ระบบสังคม
ระบบบุคลิกภาพ
แบ่งออกเป็น 3 ระบบย่อย

ดังนีี้
ระบบวัฒนธรรม
ระบบสังคม
มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมวันแรกพบ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างพี่&น้อง
ระบบบุคลิกภาพ
ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย
ไม่รู้สึกว่าถูกควบคุมให้กระทำ
A - Adaptation
ระบบจะอยู่รอดได้
เมื่อสามารถปรับตัว
เข้าหาสิ่งแวดล้อมได้
สามารถดึงพลังงานมาใช้
เพื่อตอบสนองความต้องการ
ของตัวเองได้ และทำให้เกิดการ
หมุนเวียนของทรัพยากร
G - Goal Attenment
ระบบต้องสามารถจัด
ลำดับความสำคัญของภารกิจได้
รวมไปจนถึงการบรรลุภารกิจที่ตั้งไว้
I - Integration
ระบบต้องมีการบูรณาการระหว่างส่วนต่างๆในสังคม
ผู้คนในสังคม ต้องกระทำตามกฎหมายของสังคม
นักศึกษา ต้องกระทำตามกฎของทางมหาวิทยาลัย
คุณครู อาจารย์ ต้องกระทำตามกฎของกระทรวงศึกษาธิการ
L - Latency
ระบบต้องจัดการความขัดแย้ง
และการผลิตซ้ำ เพื่อให้ระบบสังคมเข้าสู่ความสมดุล

ความดีของผู้คนในสังคมบางส่วนที่ยังคงมีอยู่ ทำให้ระบบในสังคมต่างๆสามารถมี และดำรงอยู่ได้
การหน้าที่จำเป็น 4 ประการ
functional requisites
อรรถประโยชน์นิยม (Utilitarianism)
เป้าหมายของการกระทำทั้งหลาย
อยู่ที่ความสุขมากที่สุดแก่คนจำนวนมาก
ปฎิฐานนิยม
(Positivism)
อะไรที่ทดสอบได้จึงจะเป็นจริง

จิตนิยม (Realism)
หรือ อุดมการณ์นิยม
ความเป็นจริงเป็นสิ่งสมบูรณ์ในตัว
อาจเป็นมโนคติหรือเป็นจิตก็ได้
แนวความคิด
โครงสร้าง-หน้าที่นิยม ของพาร์สัน
แนวคิดของพาร์สันประกอบด้วย
คตินิยมด้านปรัชญา 3 ด้าน ได้แก่
คำถามข้อที่ 1

"ทุกคนยืนตรงเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติ"
จากคำกล่าวข้างต้น เป็นการควบคุม
แต่ทุกคนกลับไม่รู้สึกว่าถูกควบคุมหรืออยากต่อต้าน เป็นเพราะระบบใดที่ครอบงำอยู่ และจะซึมซับเข้าสู่ระบบใดของการหน้าที่พื้นฐานที่ขาดไม่ได้
คำถามข้อที่ 2
แนวคิดของ Parsons ประกอบด้วยคตินิยมด้านปรัชญา 3 ด้าน
ได้แก่ด้านอะไรบ้าง อย่างไร จงอธิบาย
คำถามข้อที่ 3
คำถามข้อที่ 4
Merton เป็นคนคิดทฤษฏี Dysfunction เพื่อปรับทฤษฏี
ของ Parsons ทฤษฎี Dysfunction ที่ Merton
นำเสนอมีลักษณะ concept อย่างไร จงอธิบาย
คำถามข้อที่ 5
Anomie Theory ที่ Merton ได้รับอิทธิพลมาจาก Durkheim
Merton ได้กล่าวว่าอย่างไรบ้าง?
และมีความสัมพันธ์กันกับ Durkheim อย่างไร?
คำตอบข้อที่ 1
ระบบวัฒนธรรม
ที่ซึมซับเข้าระบบบุคลิกภาพ
คำตอบข้อที่ 2
อรรถประโยชน์นิยม (Utilitarianism) คือ เป้าหมายของการกระทำทั้งหลายอยู่ที่ความสุขมากที่สุดแก่คนจำนวนมาก
ปฎิฐานนิยม (Positivism) อยู่ที่ว่า อะไรที่ทดสอบได้จึงจะเป็นจริง
จิตนิยม (Realism) หรืออุดมการณ์นิยม คือ ความเป็นจริงเป็นสิ่งสมบูรณ์ในตัว อาจเป็นมโนคติหรือเป็นจิตก็ได้
คำตอบข้อที่ 3
หมายความว่า การวิเคราะห์เชิงการหน้าที่ของ Parsons มีลักษณะเป็นนามธรรมและไม่สามารถนำมาศึกษาได้ด้วยการทำวิจัยเชิงประจักษ์
โดย Merton ได้ให้เหตุผลไว้ว่า เนื่องจากฐานสมมุติที่ Parsons คิดขึ้น
เกิดจากการจินตนาการด้วยตนเอง จึงเรียกว่า
“Empty Theory” หรือ ทฤษฏีว่างเปล่า
จึงนำมาศึกษาและทำการวิจัยไม่ได้
คำตอบข้อที่ 4
สิ่งที่มีอยู่อาจไม่ดีก็ได้ เป็นไปในทางลบ ทำให้ระบบไม่พัฒนา เช่น
การมีสถาบันการศึกษา ทำให้เกิดการผลิตคนเพื่อไปทำงานต่างๆ ไม่ใช่แรงจูงใจในการเรียนหนังสือ
การเป็นทาสเพราะทำให้สังคมไม่พัฒนา
การเหยียดเพศทำให้ผู้หญิงต้องพูดคุยกระซิบกระซาบ
คำตอบข้อที่ 5
Merton ได้อธิบายทฤษฏี Anomie Theory ว่าคือ ภาวะที่เกิดความเครียดจากโครงสร้างทางสังคม ไม่ใช่จากปัจเจกบุคคล
ซึ่งมาจากการที่โครงสร้างทางสังคมให้แค่เป้าหมาย
ที่ไม่ได้ให้วิถีทาง หรืออธิบายสั้นๆคือ ให้แค่ Function
แต่ไม่มี Dysfunction โดย Anomie Theory
มีความสัมพันธ์กับทฤษฎี Suicide ของ Durkheim
เพราะเป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของความเครียด
และเป็นทฤษฎีที่นำเอามาอธิบายถึงภาวะไร้บรรทัดฐาน
ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนเช่นกัน
คำถาม
คำตอบ
Structural functionalism
talcott parsons
Merton เชื่อว่าทฤษฎีโครงสร้างการหน้าที่(SF) ของ Parsons
ยังไม่สามารถนำไปใช้ในการวิจัยและอธิบายปรากฏการณ์ทางสังคม ที่เป็นรูปธรรมได้
เขาจึงมีข้อวิจารณ์หลัก 3 ข้อดังนี้

The Functional unity of society postulate : ฐานแนวคิดของทฤษฎี SF ที่ว่าทุกวัฒนธรรม ความเชื่อ และปฏิบัติการมีประโยชน์กับทั้ง"สังคมโดยรวม" และ "ปัจเจกบุคคล" ซึ่งเท่ากับเป็นการยอมรับว่า "สังคมจะต้องมีระดับของการรวมเป็นหนึ่งที่สูงมาก (ไม่มีการขัดแย้งกันเลย)"
The universal Functionalism postulate : ความเชื่อที่ว่าทุกรูปแบบทางวัฒนธรรมและโครงสร้าง จะต้องมีความสัมพันธ์ที่เป็นแง่บวก (Positive function)
The indispensable postulate : ความเชื่อหรือฐานความคิดของทฤษฎีที่ว่า ทุกๆโครงสร้างมี"หน้าที่"และ"หน้าที่"นั้นเป็นสิ่งจำเป็น จะขาดจะเสียไปไม่ได้ และไม่เชื่อว่าจะมีสิ่งที่แตกต่างไปจากประเพณีที่มีอยู่เดิม (Functional alternatives)
สรุป : ทฤษฎีของ Parsons ไม่สามารถศึกษาได้ด้วยการทำวิจัยเชิงประจักษ์ เป็นสิ่งที่ Parsons จินตนาการขึ้นมาเอง เรียกว่า "ทฤษฎีว่างเปล่า" หรือ "Empty Theory"
concept Dysfunction
Dysfunction
เชิงลบ(-)
Function
เชิงบวก(+)
ex: สถานศึกษาสั่งสอนให้เด็กนักเรียน/นักศึกษา มีความรู้ที่ดี จบการศึกษามีความรู้สูง
ได้ทำงานในระดับสูงขององค์กร
ex: มีนักเรียน/นักศึกษา จบการศึกษาออกไปแล้วไม่มีงานทำ หรือได้งานทำใน
ระดับล่างไม่ใช่ระดับสูงขององค์กร
Merton เสนอว่า การวิเคราะห์เชิงการหน้าที่
ของ Parsons ไม่สามารถนำไปใช้ในการวิจัยได้
หมายความความว่าอย่างไร โดยให้เหตุผลว่าอะไร
Robert merton
social structure and anomie
เป็นการวิเคราะห์เชิงการหน้าที่
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง
"วัฒนธรรม" "สังคม" และ "ภาวะไร้บรรทัดฐาน"
ภาวะไร้บรรทัดฐาน
Anomie
ภาวะไร้บรรทัดฐาน เกิดขึ้นเมื่อมี "ความไม่สอดคล้อง" กันอย่างรุนแรงระหว่าง "เป้าหมายของวัฒนธรรม" กับ
"ความสามารถของสมาชิกในสังคมที่จะทำในสิ่งที่
สอดคล้องกับโครงสร้างทางสังคม"
anomie theory
Merton ได้รับอิทธิพลจากผลงานของ Durkheim
ที่กล่าวถึงภาวะไร้บรรทัดฐาน (anomie)
ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบน (suicide)
Anomie Theory
ในขณะที่เป้าหมายที่นิยามขึ้นโดยวัฒนธรรมหนึ่งๆ มักจะมีลักษณะที่ร่วมกัน
ในสังคมเดียวกัน การกระจายของโอกาสกับความไม่เท่าเทียม
ends
means
yes
no
Conformity
Innovation
Ritualism
Retreatism
yes
no
Rebellion
Derkheim : Anomie คือ ภาวะไร้บรรทัดฐาน
Merton : Anomie คือ ภาวะที่มีช่องว่างระหว่างบรรทัดฐาน
กับ ค่านิยม
Merton มองว่า anomie ก่อให้เกิดควมเครียด
และความเครียดก่อให้เกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบน ด้วยเหตุนี้เอง ทฤษฎี anomie จึงเป็นที่รู้จักในนามว่า
"ทฤษฎีความเครียด"
Full transcript