Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

ดนตรีพื้นบ้าน 4 ภาค

No description
by

earn jitrabeab

on 1 June 2017

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ดนตรีพื้นบ้าน 4 ภาค


วงสะล้อ ซอ ซึง เป็นวงที่มีเสียงจากเครื่องสายเป็นหลัก นิยมใช้เล่นกันตามท้องถิ่น
ภาคเหนือทั่วไป จำนวนเครื่องดนตรีที่ใช้ประสมวงไม่แน่นอน แต่จะมีสะล้อและซึงเป็นหลักเสมอ
เนื่องจากทางภาคอีสานมีอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง เมื่อถึงเวลาหน้าฝนชาวอีสานต้องรีบทำมาหากินเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จนไม่มีเวลาที่จะสนุกสนาน มากนัก เครื่องดนตรีจึงไม่สวยงาม ประดิษฐ์ขึ้นอย่างง่าย ๆ และใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ในท้องถิ่น การบรรเลงก็รวดเร็วคึกคัก กระชับและสนุกสนาน แสดงถึงความเร่งรีบ เอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวโดย เกิดจากภูมิปัญญาของชนชาวอีสาน
วงกลองสะบัดชัย
วงดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ
เครื่องดนตรีภาคเหนือ
สะล้อหรือทะล้อเป็นเคร่ืองสายบรรเลงด้วยการสีใชัคันชักอิสระตัวสะล้อท่ีเป็นแหล่งกำเนิดเสียง
สะล้อ มี๓ ขนาด คือ สะล้อเล็ก สะล้อกลาง
และสะล้อ ใหญ่
ซึง เป็นเคร่ืองสายชนิดหน่ึงใช้บรรเลงด้วยการดีด มีช่องเสียงอยู๋ด้านหน้าเพลงที่เล่นเป็นเพลงพ้ืน เมืองดั้งเดิมหรือถูกประยุกต์ให้เล่นเพลงลูกทุ่ง
นอกจากน้ียังมีการนำไปใช้บรรเลงประกอบการ แสดงละครพ้ืนเมืองอีกดว้ ย
เครื่องดนตรีภาคอีสาน
Monday, February 17, 2014
Vol XCIII, No. 311
ในยุคแรกๆจะเป็นเคร่ื่องดนตรีประเภทตีได้แก่ ท่อนไม้กลวง ท่ี่ใช้ประกอบพิธีกรรม ในเร่ืองภูตผีปีศาจและเจา้าป่า เจา้าเขา จากนั้น ได้มีการพัฒนานำหนังสัตว์มาขึงท่ี่ปากท่อน ไม้กลวงไว้กลายเป็นเคร่่ืองดนตรีท่ี่เรียกวา่ กลอง
นอกจากนี้ยังมีการผสมทางวัฒนธรรมของ ชนเผา่ ตา่ ง ๆ
และยังเช่่ือมโยงกับวัฒนธรรมในราชสาํานัก ทำให้เกิดการถา่ ยโยง
และการบรรเลงดนตรีไดท้ั้งในแบบราชสำนัก ของคุ้มและวังและแบบพ้ืนบ้านมีเอกลักษณ์ เฉพาะถิ่น

ภาคเหนือ
เครื่องสี ได้แก่ ซออีสาน
ซออีสาน






ซอพื้นเมืองของภาคอีสานทำด้วยไม้กับปี๊บหรือกระป๋อง วิธีการสีเช่น
เดียวกับซอสามสายหรือไวโอลิน

ดนตรีพื้นบ้าน 4 ภาค
ป่ีแน มีลักษณะคลายป่ีไฉน หรือป่ีชวา แตม่ีขนาดใหญ่
กว่านิยมบรรเลงในวงประกอบกับฆ้องเล่นเวลาประกอบ
การฟ้อน
พิณเป๊ียะ เวลาดีดเอา กะโหลกประกบติดไว้กับหน้าอก
ขยับเปิด-ปิดพ่ือให้เกิดเสียงกังวานตามต้องการ
สมัยก่อนหนุ่มชาวเหนือนิยมเล่นดีดคลอการขับร้องใน
ขณะไป เก้ียวสาวตามหมูบ่ า้นในยามคํา่ คืน
กลองสะบัดชัยในสมัยก่อนใช้ตีตอนออกรบ ทำนองที่ใช้ในการตี มี ๓ ทำนอง คือ ชัยเภรี, ชัยดิถี และชนะมาร นอกจากการนั้นกลองสะบัดชัยยังมีหน้าที่ตีเพื่อความรื่นเริงในงานต่างๆ สำหรับ กษัตริย์หรือเจ้าเมือง
ตีบอกเหตุฉุกเฉิน และตีเรียกประชุม
วงกลองเต่งถิ้ง ( ป้าดก๊อง )
สามารถเปรียบได้กับ “ วงปี่พาทย์มอญ ” แบบของภาคกลางนั่นเอง
นิยมบรรเลงในการชกมวย งานศพ งานทรงเจ้า และในงานฟ้อนผีมด-ผีเมง วงกลองเต่งถิ้งชาวลำปางเรียกวงปี่พาทย์พื้นบ้านของตนว่าวงพาทย์บางครั้งเรียกว่าวงกลองทึ่งทังอันเป็นการเรียกตามเครื่องดนตรีคือกลองทึ่งทังหรือตะโพนมอญซึ่งเป็น เครื่องชิ้นเด่นในวงที่ให้เสียงกระหึ่มกังวานได้ยินในระยะไกล

เครื่องดีด ได้แก่ พิณ ไหซอง
พิณ






ใช้บรรเลงในวงดนตรีโปงลาง วงดนตรีลำซิ่ง หรือวงดนตรี
ลูกทุ่ง

ไหซอง






ทำหน้าที่ให้เสียงทุ้มคล้ายกีตาร์เบสของฝรั่ง

เครื่องตี ได้แก่ โปงลาง
โปงลาง





การบรรเลงโปงลาง นิยมใช้ผู้บรรเลงสองคนต่อเครื่องดนตรีหนึ่งชิ้น แต่ละคนใช้ไม้ตี 2 อัน มี หมอเคาะกับหมอเสิฟ หมอเคาะ

เครื่องเป่า ได้แก่ แคน โหวด

แคน






เป็นเครื่องดนตรีที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวอีสาน รายละเอียดเกี่ยวกับแคนเพิ่มเติมคลิกที่นี่ เสียงของแคนมีความไพเราะแสดงได้ทั้งอารมณ์สนุกสนาน เศร้าสร้อย

โหวด











ได้รับความนิยมในเพลงลูกทุ่งในช่วงหลัง นับตั้งแต่ช่วงปี 2540 เป็นต้นมา

วงดนตรีพื้นบ้านภาคอีสาน
แคนวง
คือ แคนที่นำมาบรรเลงพร้อมๆกัน หลายๆเต้า โดยเป่าเป็นคณะ หรือเป็นวงร่วมกัน มีเครื่องให้จังหวะ เช่น ฉิ่ง ฉาบ กรับ ฯลฯ เข้าร่วนบรรเลงด้วย แคนวง วงหนึ่ง จะใช้แคนตั้งแต่ 6 เต้าขึ้นไป จนถึง 12 เต้า คือ
วงพิณ

ประกอบด้วยเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ที่มีพิณเป็นหลัก จะมีจำนวนสักกี่เครื่องก็ได้ นอกจากนี้ก็มีเครื่องดนตรีอื่นๆ มาร่วมบรรเลงตามที่เห็นว่าเหมาะสม เช่น แคน ซอ ฉิ่ง ฉาบ ฯลฯ
วงโปงลาง แม้จะใช้ชื่อว่า วงโปงลาง ก็ไม่ได้หมายความว่า มีเฉพาะโปงลางอย่างเดียว แต่มีเครื่องดนตรีอื่นๆ อีกหลายชนิด ร่วมบรรเลง

วงโปงลาง ในสมัยก่อน เป็นแบบพื้นบ้านจริงๆ ไม่มีเครื่องขยายเสียง ใช้เสียงสดๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเลยทีเดียว ซึ่งเครื่องดนตรีหลักๆ แบบเต็มวง ประกอบด้วย

โปงลาง
พิณโปร่ง (ชนิดที่มีกล่องเสียงใหญ่ๆ)
แคน
โหวด
ไหซอง (ยังไม่มีพิณเบส)
กลองหาง (กลองยาวอีสาน)
รำมะนา หรือกลองตุ้ม
หมากกะโหล่ง (หมากป็อกๆ) หรือใช้หมากกั๊บแก๊บ
ฉาบเล็ก
ฉาบใหญ่

ชนในกลุ่มของภาคใต้ของไทย มีหลายเผ่าพันธุ์และมีหลายกลุ่ม ในอดีตมีการติดต่อค้าขาย มีความสัมพันธ์กับอินเดีย จีน ชวา - มลายู ตลอดจนติดต่อกับคนไทยในภาคกลาง ที่เดินทางไปค้าขายติดต่อกันด้วย ในชนบทความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ลักษณะของ ดนตรีพื้นบ้าน จึงเป็นลักษณะเรียบง่าย ประดิษฐ์อย่างง่าย ๆ จากวัสดุใกล้ตัวมีการรักษาเอกลักษณ์ และยอมให้มีการพัฒนาได้น้อยมาก ดนตรีพื้นบ้านดั้งเดิม น่าจะมาจากเผ่าพันธุ์ เงาะซาไก ประเภทเครื่องตี โดยใช้ไม้ไผ่ลำขนาดต่าง ๆ กัน ตัดออกเป็นท่อน สั้นบ้างยาวบ้าง ตัดปากของกระบอกไม้ไผ่ ตรงหรือเฉียง บ้างก็หุ้มด้วยใบไม้ กาบของต้นพืช ใช้บรรเลง (ตี) ประกอบการขับร้องและเต้นรำ เครื่องดนตรี ค่อย ๆ พัฒนามาเป็นแตร กรับ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีมาแต่เดิมทั้งสิ้น
ภาคใต้
ภาคอีสาน
ทับ








ใช้บรรเลงประกอบ การเล่นโนราเรียกว่า ทับโนรา ขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ใช้บรรเลงในการเล่นโต๊ะครึม เรียกว่า ทับโต๊ะครึม

โทน หรือกลองทัด (คล้ายกลองเพลของภาคกลาง)








ปกติจะใช้ตีบอกเวลา และใช้ตีในเทศกาลออกพรรษา ใช้ประโคมเรือพระ (ชักพระ และใช้ตีแข่งขันกันด้วยที่เรียกว่า แข่งโพน หรือ ชันโพน (ประชัน)
กรือโต๊ะ
เวลาตีใช้ไม้พันยางเพื่อให้มีแรงสั่นสะเทือน ตีลงบนใบ เสียงก็จะก้องลงไปยังตัวกรือโต๊ะ นิยมใช้แข่งขันกันเท่านั้น เรียกว่าแข่งกรือโต๊ะ
ปี่กลาง หรือเรียกว่า ปี่หนังตะลุงปี่โนรา ใช้ประกอบการ แสดงหนังตะลุงและโนราใน ปัจจุบันลักษณะตัวปี่ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เจาะรูยาวตลอด ตัวปี่มีรูสำหรับปิดเปิดเสียง ประกอบด้วยลิ้นปี่ (เหมือนปี่ใน)
วงดนตรีพื้นบ้านภาคใต้
วงปี่พาทย์ชาตรี
เป็นวงดนตรีเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณ ใช้บรรเลงประกอบการแสดงโนราห์ชาตรี และหนังตลุงทางภาคใต้ของไทย เรียกว่า “ วงปี่พาทย์ชาตรี “ และที่เรียกว่า “ วงปี่พาทย์เครื่องเบา “ เพราะเรียกชื่อให้ตรงกันข้ามกับ “ ปี่พาทย์เครื่องหนัก “ ( ปี่พาทย์ไม้แข็ง ) ทั้งนี้เพราะเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ชาตรีมีน้ำหนักเบากว่าเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ ไม้แข็ง
ปี่พาทย์ชาตรีประกอบด้วยเครื่องดนตรีดังนี้
1. ปี่
2. โทนชาตรี
3. กลองชาตรี ( กลองตุ๊ก )
4. ฆ้องคู่
5. ฉิ่ง
6. กรับไม้
รองเง็ง
เป็นศิลปะเต้นรำพื้นเมืองของไทยมุสลิมในแถบสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเมืองต่างๆของมาเลเซียตอนเหนือ ล้วนเป็นที่นิยมทั่วไปและแพร่ไปถึงอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นการเต้นรำที่มีความสวยงามทั้งลีลาการเคลื่อนไหวของเท้า มือ ลำตัว และการแต่งกายคู่ชายหญิงเพื่อไว้ต้อนรับแขกเหรื่อในงานรื่นเริงหรืองานพิธีต่างๆเป็นประจำ
ภาคกลาง
ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภท ดีด สี ตี เป่า โดยเครื่องดีดได้แก่ จะเข้และจ้องหน่อง เครื่องสีได้แก่ ซอด้วงและซออู้ เครื่องตีได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดทอง ระนาดทุ้มเล็ก ฆ้อง โหม่ง ฉิ่ง ฉาบและกรับ เครื่องเป่าได้แก่ ขลุ่ยและปี่ ลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง คือ วงปี่พาทย์ของภาคกลางจะมีการพัฒนาในลักษณะผสมผสานกับดนตรีหลวง โดยมีการพัฒนาจากดนตรีปี่และกลองเป็นหลักมาเป็นระนาดและฆ้องวงพร้อมทั้งเพิ่มเครื่องดนตรี มากขึ้นจนเป็นวงดนตรีที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งยังมีการขับร้องที่คล้ายคลึงกับปี่พาทย์ของหลวง ซึ่งเป็นผลมาจากการถ่ายโยงทางวัฒนธรรมระหว่างวัฒนธรรมราษฎร์และหลวง
ซอสามสาย
ซอสามสาย เป็นซอ ที่มีรูปร่างงดงามที่สุด ซึ่งมีใช้ในวงดนตรีไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย (พ.ศ. ๑๓๕๐) แล้ว ซอสามสายขึ้นเสียง ระหว่างสายเป็นคู่สี่ใช้บรรเลงในพระราชพิธี อันเนื่องด้วยองค์พระมหากษัตริย์ ภายหลังจึง บรรเลงประสม
เป็นวงมโหรี
เครื่องดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง
จะเข้ เป็นเครื่องสาย ที่ใช้บรรเลงด้วยการดีด โดยปกติมีขนาดความ สูงประมาณ ๒๐ เซนติเมตร และยาว ๑๔๐ เซนติเมตร ตัว จะเข้ทำด้วยไม้เนื้ออ่อน ขุดเป็นโพรง มีสาย ๓ สาย สายที่ ๑-๒ ทำด้วยไหมฟั่น สาย ที่ ๓ ทำด้วยทองเหลือง วิธีการบรรเลงมือซ้าย จะทำหน้าที่กดสายให้เกิดเสียงสูง- ต่ำ ส่วนมือขวาจะดีดที่สายด้วยวัตถุที่ ทำจากงาสัตว์
กลองแขก
กลองแขก เป็น กลองที่ตีหน้าทับได้ทั้งในวงปี่พาทย์ มโหรีและบางกรณีวงเครื่องสายก็ได้ ตีด้วย มือทั้ง ๒ หน้า คู่หนึ่งประกอบด้วยตัวผู้ ( เสียงสูง) และตัวเมีย (เสียงต่ำ)
ระนาดเอก
ระนาดเอก เป็นระนาดเสียงแหลมสูง ประกอบ ด้วยลูกระนาดที่ทำด้วยไม้ไผ่บงหรือไม้ เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน ๒๑-๒๒ ลูก ร้อยเข้า ด้วยกันเป็นผืนระนาด และแขวนหัวท้ายทั้ง ๒ ไว้บนกล่องเสียงที่เรียกว่า รางระนาด ซึ่งมี รูปร่างคล้ายเรือ ระนาดเอกทำหน้าที่นำวง ดนตรีด้วยเทคนิคการบรรเลงที่ประณีตพิศดาร มักบรรเลง ๒ แบบ คือ ตีด้วยไม้แข็ง เรียกว่า ปี่พาทย์ไม้แข็ง และตีด้วยไม้นวม เรียกปี่พาทย์ไม้นวม ระนาดเอกเรียงเสียงต่ำไปหาสูงจาก ซ้ายไปขวา และเทียบเสียงโดยวิธีใช้ชันโรงผสม ผงตะกั่วติดไว้ด้านล่างทั้งหัวและท้ายของ ลูกระนาด
วงดนตรีภาคกลาง
วงปี่พาทย์มอญ เป็นวงดนตรีที่มาพร้องกับชาวมอญที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยประกอบด้วยเครื่องดนตรีที่ได้รับอิทธิพลมาจากมอญได้แก่ ปี่มอญ ฆ้องมอญ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และฆ้องราว
วงปี่พาทย์นางหงส์ คือวงปี่พาทย์ชนิดหนึ่งที่นำเอาวงปี่พาทย์ไม้แข็งมาประสมกับวงบัวลอย โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบดังนี้
ใช้กลองมลายูมาตีแทนตะโพนและกลองทัด(บางที่ก็ใช้กลองทัดแทนกลองมลายู)
ใช้ปี่ชวามาเป่าแทนปี่ใน
วงเครื่องสายอาจมีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า เช่น ขลุ่ย หรือเครื่องกำกับ
จังหวะ เช่น ฉิ่ง กลองบรรเลงด้วยก็ถือว่าอยู่ในวงเครื่องสายเช่นกันเพราะมีเป็น
จำนวนน้อยที่นำเข้ามาร่วมบรรเลงด้วยเพื่อช่วยเพิ่มรสในการบรรเลงด้วยเพื่อ
ช่วยเพิ่มรสในการบรรเลงให้น่าฟังมากยิ่งขึ้น

รายชื่อสมาชิก
1.น.ส.ปารวี จิตระเบียบ เลขที่25

2.น.ส.มนัสวี วุฒิชาญ เลขที่ 26

3.น.ส.สุภารัตน์ ช่างเหล็ก เลขที่ 27

4.น.ส.อัยนา ระยาภักดิ์ เลขที่ 28

5.น.ส.ละอองดาว เสรีสมบูรณ์ เลขที่ 29

6.น.ส.รวิวรรณ แพใหญ่ เลขที่ 31
นำเสนอ

ครู อิสรีย์ ศรีงาม
บรรณานุกรม
"ดนตรีพื้นบ้านไทย 4 ภาค." (ออนไลน์). 2554.
"วงดนตรีไทยพื้นบ้าน 4 ภาค." (ออนไลน์).
http://www.krutri.samroiwit.ac.th
สืบค้น 25 พฤษภาคม 2560.
https://sites.google.com
สืบค้น 25 พฤษภาคม 2560.
Full transcript