Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

JC453_การบริหารงานประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลสมิติเวช

No description
by

Athiwat Kochapoom

on 2 March 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of JC453_การบริหารงานประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลสมิติเวช

การบริหารงานประชาสัมพันธ์
ของโรงพยาบาลสมิติเวช
วส.453 การบริหารงานประชาสัมพันธ์
บทที่ 1
ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร
บทที่ 2
การประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลสมิติเวช
บทที่ 3 ปัญหาที่พบในการประชาสัมพันธ์
บทที่ 4
การบริหารงานประชาสัมพันธ์ของ
โรงพยาบาลสมิติเวช
บทที่ 5
บทวิเคราะห์และข้อเสนอในการแก้ปัญหา
1) นางสาวสุธาสินี บำเพ็ญธรรม 5307611045
2) นางสาวญาดา มั่นสินธร 5307611896
3) นางสาวณัฐพร คำป้อง 5407520039
4) นางสาวพรภัทรา ภาณุนันทน์ 5407520062
5) นายอธิวัฒน์ คชภูมิ 5407520104

รายชื่อสมาชิก
ประวัติโรงพยาบาลสมิติเวช
ก่อตั้งขึ้นในพ.ศ.2522
ปัจจุบันมีโรงพยาบาล
ในเครือและสาขาทั้งหมด
5แห่ง
วิสัยทัศน์
“โรงพยาบาลสมิติเวช เราใส่ใจอย่างแท้จริง At Samitivej, Truly We Care.”
จุดเปลี่ยนสำคัญของโรงพยาบาลสมิติเวช

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่วิกฤตต้มยำกุ้ง ในปี 2540 ที่ทำให้ Player ของโรงพยาบาล และโครงสร้างการแข่งขันไม่เหมือนเดิม จนสามารถสรุปการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ในธุรกิจ Healthcare ได้ออกเป็นห้ามิติ
1) หลังวิกฤตปี 2540 แบรนด์โรงพยาบาลจำนวนมากเกิดการเปลี่ยนมือ
เปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่
และทำการควบรวมกิจการจนเกิด Network Healthcare
2) ประเทศไทยเคลื่อนสู่การเป็น Medical Hub
3) เปลี่ยนภาพลักษณ์และบรรยากาศของโรงพยาบาลให้เทียบชั้นโรงแรม
4) การเกิดขึ้นของศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง
5) พฤติกรรมของคนในสังคม จากรักษา สู่การป้องกัน

จุดเริ่มต้นในการเป็น Medical Hub
จุดเริ่มต้นในการเป็น Medical Hub ของไทย เริ่มจากการเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนประเทศที่มีการแพทย์พัฒนาเทียบเท่าหรือสูงกว่าไทย มีไม่เพียงพอที่จะรองรับพลเมืองของตน ประกอบกับราคาค่ารักษาพยาบาลสูง ทำให้เมืองไทยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และทำให้สมิติเวชกลายเป็น Medical Hub ในหนึ่งของประเทศไทยในที่สุด
จุดเด่นของโรงพยาบาลสมิติเวช
• ทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทาง
• ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับโลกในหลายสาขา
• ระบบ IT รวมศูนย์บริการ และ นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการบริการ
• มีระบบการจัดซื้อกลางผ่านบริษัท N Health
• ศูนย์อบรมด้านวิชาการเฉพาะทางของ BDMS Training

ปัญหาและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจการแพทย์
• ความเสี่ยงจากความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจ
• การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ (รวมทั้งที่สามารถสื่อสารภาษาต่างประเทศได้)
• การแข่งขันระหว่างโรงพยาบาลเอกชนเริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น
• การรักษาฐานคนไข้เดิมให้เติบโต
• การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558

วิเคราะห์ SWOT
จุดแข็ง
• เป็น Brand ที่ลูกค้าเชื่อมั่นและยอมรับ
• ได้รับการผ่านมาตรฐาน ISO และมาตรฐานจากทั่วโลก
• ให้บริการด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
• การนำระบบไอทีเข้ามาสนับสนุนการทำงาน
• ทำเลที่ตั้งของโรงพยาบาล อยู่ในพื้นที่เติบโตทางเศรษฐกิจ
• การสื่อสารที่ครบครับ ทั้งสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์
• มีฐานลูกค้าต่างประเทศ ทำให้มีชื่อเสียงไปถึงภายนอกประเทศ

จุดอ่อน
• ไม่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มอื่นๆ
• ลูกค้าไม่ทราบถึงจุดเด่นของโรงพยาบาลอย่างแน่ชัด

โอกาส
• แนวโน้มของประชากรในยุคปัจจุบันที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ
• ภาครัฐบาลหันมาให้ความสนับสนุนเพื่อให้เกิด Medical Hub
• ประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้กับประเทศโดยรอบ มากกว่าประเทศอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ ทำให้กลายเป็นแหล่งสำคัญด้านการรักษาการแพทย์ของชาวต่าง ชาติ
• ชุมนุมบริเวณโดยรอบโรงพยาบาลมีการขยายพื้นที่
• การเปิด AEC ทำให้มีแนวโน้มที่จะมีฐานลูกค้าต่างชาติมากขึ้น และมีโอกาสในการตรวจพบโรคมาก

อุปสรรค
• การเข้ามาของกลุ่มทุนต่างประเทศเมื่อเปิด AEC
• การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่ลำบากยิ่งขึ้น
• การแข่งขันระหว่างโรงพยาบาลเอกชนมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น
• ปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ
• พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง การหาความรู้ด้วยตนเอง ทำให้ความเชื่อถือในแพทย์ลดลง

โครงสร้างองค์กรโรงพยาบาลสมิติเวชโดยรวม
โครงสร้างของฝ่ายประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลสมิติเวช
โครงสร้างของ Digital Marketing โรงพยาบาลสมิติเวช
ภาพลักษณ์ที่พึงประสงค์
โรงพยาบาลแบบตติยภูมิ หรือโรงพยาบาลที่สามารถรักษาโรคเฉพาะทางได้
ทุกแขนง โดยใช้ความรู้ความชำนาญและเทคโนโลยีขั้นสูง
กลุ่มเป้าหมายทางการประชาสัมพันธ์
โรงพยาบาลสมิติเวชในแต่ละสาขามีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ค่อนข้างชัดเจน แต่โดยรวมแล้วนั้นจะเป็นกลุ่มคนไข้ และกลุ่มที่มีลักษณะดังนี้
• กลุ่มลูกค้ากลุ่มบน กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น
• กลุ่มลุกค้าเป้าหมายที่เป็นแม่และเด็ก
• เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามารองรับผู้บริโภคยุคใหม่เพื่อให้เข้าถึง กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนแม่ยุคใหม่

สื่อหลัก
• เฟซบุ๊ค(Facebook)
• ทวิตเตอร์ (Twitter)
• ยูทูป (Youtube)
• บล็อก(Blogs)
• แอปพลิเคชั่น (Application)
• จดหมายข่าว (News letter)

การวางแผนการดำเนินการประชาสัมพันธ์บนสื่อ New Media ในปัจจุบัน (ระยะสั้น/ยาว)
แผนประชาสัมพันธ์ระยะสั้น
- Social Networks ; Facebook, Twitter, Google+, Pinterest ในชื่อ Samitivej Club และ Instagram ในชื่อ samitivej
Facebook
Facebook Fanpage ของทางโรงพยาบาลจะแบ่งออกเป็นเพจ หลักๆที่ทางฝ่ายDigital Mediaดูแลอยู่ 3 เพจ

เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของทางโรงพยาบาลมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังนั้นในส่วนของ Facebook หลักที่มีความเป็นMassมากที่สุดจึงมีการแบ่งออกเป็น 2 เพจ คือส่วนที่เป็นภาษาไทย(Samitivej Club) และภาษาอังกฤษ(Samitivej Hospital)

นอกจากนี้ยังมีอีกเพจหนึ่งคือ DrCarebear Samitivej จะเป็นในส่วนของเพจที่มีไว้สำหรับโรงพยาบาลเด็กสมิติเวชศรีนครินทร์โดยเฉพาะ

เพจ Samitivej Club
ตัวอย่างในเพจ Smitivej Club
การให้ข้อมูลความรู้ต่างๆในเพจ Smitivej Club
Youtube
Twitter
Instagram
Google+
Blog
Pinterest
EDM
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเสนอหัวข้อข่าวของโรงพยาบาลที่น่าสนใจ ณ ช่วงเวลานั้น
แผนประชาสัมพันธ์ระยะยาว
Website
http://www.samitivejhospitals.com/
จุดด้อย
- ในรูปภาพที่ใช้โพสลงในFacebook, Instagram และDescriptionของคลิปวีดีโอที่ได้อัพโหลดลงใน Youtube ควรมีการใส่ช่องทางการติดต่อ หรือAccountในแต่ละSocial Mediaของทางโรงพยาบาลทุกรูปและทุกคลิปวีดีโอ
- ควรให้ความสำคัญกับทุกๆSocial Mediaในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน
สิ่งที่คนไข้ชาวต่างชาติต้องการในการรักษาไม่ต่างจากที่อื่น ได้แก่
1) คุณภาพในการรักษาที่ดีกว่า หรือเทียบเท่ากับที่อื่น
2) แพทย์ผู้รักษาสามารถสื่อสารกับคนไข้ชาวต่างชาติได้
3) ผู้ที่เข้ามาใช้บริการบางส่วนมักที่จะไม่พกเงินสดมาใช้บริการ
4) มีครอบครัวคนไข้เข้ามาด้วย
5) ถ้ามีตลาดไหนใหญ่มาก ก็ต้องจัดบริการรองรับย่างเพียงพอ
นอกจากนี้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ใน
การประชาสัมพันธ์นั้น คือ การสื่อสารที่ลดประสิทธิภาพ
ลง เนื่องจากการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมนั้น
แม้ว่าเมื่อ 10 ปีก่อนประเทศไทยจะเป็น Medical Hub ก็ตาม แต่ปัจจุบัน เมื่อกระแสด้านเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อทั้งโลกมากขึ้น ทำให้โรงพยาบาลสมิติเวชต้องทำให้ตนกลายเป็น Digital Hospital และ
เพิ่มความท้าทายในการให้บริการด้วยการให้บริการที่รวดเร็วมากกว่าเดิมหลายเท่า
จากการสัมภาษณ์ผู้ที่ทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาลสมิติเวชเอกล่าวว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากสื่อประเภท New Media โดยมีปัญหาที่พบดังนี้
1) รูปแบบของสื่อ Social Media แต่ละช่องทางมีความแตกต่างกัน
2) การบิดเบือนข้อมูล
3) การแอบอ้างหรือแสดงตนร้องเรียนความไม่พอใจเพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้แก่องค์กร
4) โฆษณาแฝง
5) การร้องเรียนผ่านช่องทางอื่นที่นอกเหนือจากขององค์กร
6)นอกจากSocial Mediaหลักๆที่ฝ่ายDigital Mediaเป็นผู้ดูแลแล้ว ยังมีFacebook Fanpage “Samitivej Hospital: Sports & Orthopedic Center” ที่ทางศูนย์กระดูก ข้อและการแพทย์กีฬา เป็นผู้สร้างและดูแลAccount

รวมถึง Instagram Account “life_samitivej” ที่ทางแผน Life Center เป็นก่อตั้งและดูแล

ซึ่งนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด Crisis Situation ได้ ดังนั้นทางโรงพยาบาลจึงมีแผนที่จะกำหนด Digital Policyในอนาคตอันใกล้ เพื่อใช้ในการควบคุมการสื่อสารผ่าน Social Media
เมื่อเกิดภาวะเสี่ยง/ฉุกเฉิน แผนกสื่อสารองค์กร (Corporate Affair & Communication) จะเป็นแผนกหลักในดำเนินการและจัดเตรียมข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ในส่วน Social Media นั้นจะต้องประสานงานกับแผนกดังกล่าวก่อนการให้ข้อมูลทุกครั้ง

อีกสิ่งหนึ่งคือเมื่อมีข้อมูลจากองค์กรออกสู่สาธารณะชน อาจพบการบิดเบือนข้อมูลทั้งที่โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ
สิ่งที่สมิติเวชต้องทำ คือ การสื่อสารสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้ นอกจากสื่อกระแสหลักอย่างโทรทัศน์ หรือแม้แต่สื่อออนไลน์แล้ว คือการสื่อสารแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) ถือเป็นจุดสำคัญ
ในขณะเดียวกัน สินค้าหรือบริการก็ต้องเป็นสินค้าที่ดีพอที่จะให้เกิดการบอกต่อ

ในด้านของการใช้สื่อ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีข้อจำกัดของแต่ละช่องทางต่างๆกัน ทำให้Characteristicของแต่ละช่องทางนั้นออกมาไม่เหมือนกัน จึงอาจจะต้องแบ่งผู้ดูแลสื่อแต่ละช่องทาง กำหนดแนวทางไว้อย่างชัดเจนและทำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหา
1) รุปแบบของสื่อ social media แต่ละช่องทางมีความแตกต่างกัน
ข้อเสนอแนะ : ควรแบ่งผู้ดูแลสื่อแต่ละประเภทให้ชัดเจน
2) การบิดเบือนข้อมูล
ข้อเสนอแนะ : นักประชาสัมพันธ์ควรสื่อสารออกไปอย่างตรงไปตรงมา รวดเร็ว
3) การแอบอ้าง/แสดงตนร้องเรียนความไม่พอใจเพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้แก่องค์กร
ข้อเสนอแนะ : โรงพยาบาลควรชี้แจงว่า “ข้างต้นโรงพยาบาลจะรับข้อร้องเรียนอย่างเป็นกลางและขอทราบประวัติ เพื่อใช้ในการสืบค้นความจริง”
4) โฆษณาแฝง
ข้อเสนอแนะ : โรงพยาบาลควรประกาศอย่างชัดเจนให้กลุ่มเป้าหมายทราบว่าโรงพยาบาล
ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งคำถามชี้นำหรือการโพสโฆษณานั้นๆ
5) การร้องเรียนผ่านช่องทางอื่นที่นอกเหนือจากขององค์กร
ข้อเสนอแนะ : องค์กรควรให้ความสำคัญกับการติดตามข่าวสารขององค์กรในทั้งด้านต่างๆและของ คู่แข่งด้วย
Full transcript