Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

การถ่ายภาพรังสีด้านประชิด

No description
by

Pao Ratchawut

on 22 October 2016

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of การถ่ายภาพรังสีด้านประชิด

INTRAORAL RADIOGRAPHY
Occlusal radiograph
การถ่ายภาพรังสีกัดสบ
1.แบบแนวนอน (horizontal) :
Bitewing radiography

แบ่งเป็น 2 ประเภท
1.แบบแนวนอน (horizontal) 2.แบบแนวตั้ง (vertical)
การถ่ายภาพรังสีด้านประชิด
2.แบบแนวตั้ง (vertical) :
เครื่องมือ XCP
ทำให้การกำหนดแนวลำรังสีซึ่งมีผลอย่างมากต่อการไม่ซ้อนทับกัน
ของด้านประชิดของฟันในภาพรังสี สำหรับการถ่ายภาพรังสีด้านประชิดถูกกำหนดส
ีแดง
ไว้ทั้งเครื่องมือสำหรับถ่ายแนวนอนและแนวตั้ง โดยเครื่องมือทั้ง2ประเภทต่างกันที่ส่วนของแท่นกัด โดยการถ่ายภาพรังสีด้านประชิด
แนวนอน
จะมีส่วนจับยึดฟิล์มวางตัว
ในแนว
ตั้งฉาก
กับแท่นกัด ในขณะที่แท่นกัดสำหรับถ่าย
แนวตั้ง
จะมีส่วนจับยึดฟิล์มวางตัว
ในแนว
ขนาน
กับแท่นกัด

1. เป็นภาพถ่ายรังสีที่สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ดีมาก
2. เห็นถึงมิติที่แท้จริงของฟัน เพราะมีการขยายหรือหดของภาพรังสีน้อย
3. เห็นระดับความลึกของสันกระดูกเบ้าฟันชัด

Bitewing radiography
Occlusal radiograph


1.
horizontal bitewing
: มักใช้ในงานหัตถการ
• การตรวจหาฟันผุทางด้านประชิด
• ดูระดับความลึกของcaries
• ดูขอบวัสดุที่อาจอุดเกินหรือวัสดุปิดโพรงฟันบริเวณซอกฟัน
• ดูรอยผุที่อาจเกิดใต้กวัสดุอุดฟัน

2.
vertical bitewing
: มักใช้ในงานรักษาปริทันต์
• ใช้ในการตรวจวัดระดับสันกระดูกเบ้าฟันเพื่อ
ประเมินความรุนแรงของโรคปริทันต์
• ดูหินน้ำลายบริเวณซอกฟัน
• ดูขนาดและความลึกของเดือยฟัน

Indication
ข้อดีของการถ่าย occlusal radiograph
ข้อเสียของการถ่าย occlusal radiograph
การถ่ายภาพรังสีกัดสบสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
วิธีการขั้นตอนการถ่ายภาพรังสี
แต่ละเทคนิค
1. ประเมิน
รอยโรคขนาดใหญ่

2. ประเมิน
maxillary sinus

3. ประเมิน
การบาดเจ็บ

4. ประเมิน
clef site

5.
Impacted / embedded
tooth or
foreign body
localization

6. Submandibular
sialolith
localization

7. ประเมิน
การขยายตัวของกระดูก

1) ให้รายละเอียดชัดเจน

2) ผู้ป่วยได้รับรังสีน้อย

3) ราคาถูก

4) เวลาในการถ่ายไม่นาน

1) วางฟิล์มยาก

2) ผู้ป่วยเจ็บ

3) ครอบคลุมพื้นที่น้อย

4) ไม่เห็นภาพโดยกว้าง

1. Maxillary occlusal projection แบ่งได้เป็น 3 ประเภท

2. Mandibular occlusal projection แบ่งได้เป็น 3 ประเภท



1.1 Topographic projection

คือ การถ่ายภาพรังสีบริเวณเพดานปากและฟันหน้าของขากรรไกรบน


1.2 Lateral (Right or Left) projection

คือ การถ่ายภาพรังสีของรากฟันด้านเพดาน (palatal root) ของฟันกราม


1.3 Pediatric projection

คือ การถ่ายภาพรังสีบริเวณฟันหน้าของขากรรไกรบนของเด็กในช่วง 5 ปี

1.Maxillary occlusal projection
2.Mandibular occlusal projection
2.1 Topographic projection
คือ การถ่ายภาพรังสีบริเวณฟันหน้าล่างของขากรรไกรล่าง

2.2 Cross-sectional projection
คือ การถ่ายภาพรังสีบริเวณด้านแก้มและด้านลิ้นของขากรรไกรล่าง ซึ่งการถ่ายในเทคนิคนี้สามารถบ่งบอกนิ่วในต่อมน้ำลาย (salivary stone) ได้ ในบริเวณพื้นปาก( floor of mouth)

2.3 Pediatric projection

1.
Maxillary
occlusal projection
2.
Mandibular
occlusal projection
มีขั้นตอนการถ่ายดังนี้
1) จัดท่าผู้ป่วยโดยให้บริเวณขากรรไกรบนขนานกับพื้น
2) ใช้ฟิล์มเบอร์4 โดยให้ด้านสีพื้นของฟิล์มอยู่หน้าต่อบริเวณขากรรไกรบน และนำฟิล์มใส่เข้าไปในช่องปากผู้ป่วย
3) ให้ผู้ป่วยกัดเบาๆไปยังฟิล์ม โดยที่ฟันกัดสบสนิท
4)ให้กระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางของส่วนโค้งขากรรไกรและอยู่บริเวณกึ่งกลางของฟิล์ม
5) ให้กระบอกรังสีทำมุม+65 องศากับผู้ป่วย โดยที่กระบอกรังสีอยู่ระหว่างคิ้วและสันจมูก
6) ในการถ่ายกำหนด 65 kVp , 10 mA , 15impulses ,หรือ 90 kVp , 10mA , 5 impulses

1.1.Maxillary Topographic Occlusal Projection
1.2 Maxillary Lateral Occlusal Projection
มีขั้นตอนการถ่ายดังนี้
1) จัดท่าผู้ป่วยโดยให้บริเวณขากรรไกรบนขนานกับพื้น
2) ใช้ฟิล์มเบอร์4 โดยให้ด้านสีพื้นของฟิล์มอยู่หน้าต่อบริเวณขากรรไกรบน และนำฟิล์มใส่เข้าไปในช่องปาก โดยที่ครึ่งหนึ่งของฟิล์มอยู่ทางด้านแก้มในบริเวณฟันหลังและอีกครึ่งหนึ่งของฟิล์มอยู่ทางด้านลิ้นในบริเวณฟันหลัง อาจจะอยู่ทางด้านซ้ายหรือด้านขวาก็ได้
3) ให้ผู้ป่วยกัดเบาๆไปยังฟิล์ม โดยที่ฟันกัดสบสนิท
4) ให้กระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณที่ต้องการจะศึกษา
)ให้กระบอกรังสีทำมุม+60องศากับผู้ป่วย โดยกระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางฟิล์ม และกระบอกรังสีอยู่เหนือคิ้ว
6) ในการถ่ายกำหนด 65 kVp,10mA,15 impulses ,or 90 kVp,10 mA, 5 impulses
1.3 Maxillary Pediatric Occlusal Projection้
1) จัดท่าผู้ป่วยโดยให้บริเวณขากรรไกรบนขนานกับพื้น
2) ใช้ฟิล์มเบอร์2 (Periapical film) โดยให้ด้านสีพื้นของฟิล์มอยู่หน้าต่อบริเวณขากรรไกรบน และนำฟิล์มใส่เข้าไปในช่องปากผู้ป่วยเด็ก
3) ให้ผู้ป่วยเด็กกัดเบาๆไปยังฟิล์ม โดยที่ฟันกัดสบสนิท
4) ให้กระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางของส่วนโค้งขากรรไกรและอยู่บริเวณกึ่งกลางของฟิล์ม
5) ให้กระบอกรังสีทำมุม +60องศากับผู้ป่วย โดยที่กระบอกรังสีอยู่ระหว่างคิ้วและสันจมูก
6) ในการถ่ายกำหนด 65kVp, 10 mA,10impulses, or 90 kVp,10mA, 3 impulses

2.1 Mandibular Topographic Occlusal Projection
มีขั้นตอนการถ่ายดังนี้
1) จัดท่าผู้ป่วยโดยให้บริเวณขากรรไกรล่างขนานกับพื้น
2) ใช้ฟิล์มเบอร์4 โดยให้ด้านสีพื้นของฟิล์มอยู่หน้าต่อบริเวณขากรรไกรล่าง และนำฟิล์มใส่เข้าไปในช่องปากผู้ป่วย
3)ให้ผู้ป่วยกัดเบาๆไปยังฟิล์ม โดยที่ฟันกัดสบสนิท
4)ให้กระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางของส่วนโค้งขากรรไกรและอยู่บริเวณกึ่งกลางของฟิล์ม
5) ให้กระบอกรังสีทำมุม-55องศากับผู้ป่วย โดยกระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางฟิล์ม และกระบอกรังสีอยู่บริเวณเหนืองกึ่งกลางของคาง
6) ในการถ่ายกำหนด 65 kVp, 10 mA,15impulses, or 90 kVp,10mA, 5impulses

2.2 Mandibular Cross-Sectional Occlusal Projection
มีขั้นตอนการถ่ายดังนี้
1) ให้ผู้ป่วยเอนศีรษะไปทางด้านหลัง โดยที่ขากรรไกรล่างตั้งฉากกับพื้น
2) ใช้ฟิล์มเบอร์4 โดยให้ด้านสีพื้นของฟิล์มอยู่หน้าต่อบริเวณขากรรไกรล่าง และนำฟิล์มใส่เข้าไปในช่องปากผู้ป่วย
3) ให้ผู้ป่วยกัดเบาๆ ไปยังฟิล์ม โดยที่ฟันกัดสบสนิท
4) ให้กระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางของส่วนโค้งขากรรไกรและอยู่บริเวณกึ่งกลางของฟิล์ม
5) ให้กระบอกรังสีทำมุม 90องศากับผู้ป่วย โดยกระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางฟิล์ม และกระบอกรังสีอยู่ต่ำกว่าคางประมาณ 1นิ้ว
6) ในการถ่ายกำหนด 65 kVp, 10 mA,15impulses, or 90 kVp,10mA, 5impulses

2.3 Mandibular Pediatric Occlusal Projection
มีขั้นตอนการถ่ายดังนี้
1) จัดท่าผู้ป่วยโดยให้บริเวณขากรรไกรล่างขนานกับพื้น
2) ใช้ฟิล์มเบอร์ 2 (Periapical film) โดยให้ด้านสีพื้นของฟิล์มอยู่หน้าต่อบริเวณขากรรไกรบน และนำฟิล์มใส่เข้าไปในช่องปากผู้ป่วยเด็ก
3) ให้ผู้ป่วยเด็กกัดเบาๆไปยังฟิล์ม โดยที่ฟันกัดสบสนิท
4) ให้กระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางของส่วนโค้งขากรรไกรและอยู่บริเวณกึ่งกลางของฟิล์ม
5) ให้กระบอกรังสีทำมุม-55องศากับผู้ป่วยเด็ก โดยกระบอกรังสีเล็งไปยังบริเวณกึ่งกลางฟิล์ม และกระบอกรังสีอยู่บริเวณเหนืองกึ่งกลางของคาง
6) ในการถ่ายกำหนด 65 kVp, 10 mA,10impulses, or 90 kVp,10mA, 3 impulses

เป็นการถ่ายภาพในบริเวณกว้างทั้งขากรรไกรบนและล่าง ซึ่งการถ่ายภาพรังสีกัดสบ (Occlusal radiograph) มีข้อบ่งชี้เมื่อต้องการที่จะดู skeletal หรือ pathologic anatomy ของทั้ง floor of mouth และ palate
วางฟิล์มแนวนอน
นิยมถ่ายเฉพาะฟันหลัง
นิยมใช้ในการตรวจหาฟันผุทางด้านประชิด
วางฟิล์มแนวตั้ง
เป็นการถ่ายทั้งฟันหน้าและฟันหลัง
ใช้ในการตรวจวัดระดับสันกระดูก เบ้าฟัน
เพื่อประเมินความรุนแรงของ
โรคปริทันต์
ในการถ่ายภาพรังสีด้านประชิดที่ดีควรแสดงด้านประชิดของฟันที่
ถ่ายโดยไม่มีการซ้อนทับกัน
(overlapping) ซึ่งการใช้เครื่องมือจับยึดฟิล์ม
สามารถช่วยให้ได้ภาพรังสีที่ดี
Indication
ข้อดีของการถ่ายภาพรังสี Bitewing
เครื่องมือที่ใช้ในการถ่ายภาพรังสีด้านประชิด
แสดงเครื่องมือXCP สำหรับถ่ายรังสีด้านประชิดแนวนอน

-ฟันที่ต้องการถ่ายต้องอยู่กลางฟิล์ม
-วางฟิล์มให้ชิดและขนานกับฟันให้มากที่สุด
-ลำรังสีต้องผ่าน contact ของฟัน และตั้งฉากกับฟิล์มพอดี


หลักการของการถ่ายภาพรังสีด้านประชิด
ในการถ่ายภาพรังสีด้านประชิดควรแบ่งถ่ายเป็น 2 ภาพ เนื่องจากความโค้งขากรรไกรทำให้แนวการเรียงตัวของฟันบริเวณฟันกรามน้อย
และฟันกรามแตกต่างกัน ลำรังสีจึงไม่สามารถผ่านขนานด้านประชิดทั้งสองบริเวณพร้อมกันได้

การวางฟิล์มในการถ่ายด้านประชิด
ซึ่งในการวางตำแหน่งฟิล์มให้กำหนดตำแหน่งขอบด้านหน้า
ของแผ่นฟิล์มตรงกับตำแหน่ง
กึ่งกลางฟันเขี้ยว
กรณี
ถ่ายฟันกรามน้อย
และขอบด้านหน้าของแผ่นฟิล์มตรงกับตำแหน่ง
กึ่งกลาง
ฟันกรามน้อยซี่ 5 กรณีถ่ายฟันกราม
มุมมองที่ดีในการพิจารณาตำแหน่งฟิล์มต้อง
มองผ่าน
วงแหวน
หลังจากผู้ป่วยกัดต้องให้ผู้ป่วยยิงฟันเพื่อสะดวกต่อการมอง และการวางแท่นกัดควรวางบนด้านบดเคี้ยว
เพื่อให้เกิด rest

- จัดตำแหน่งผู้ป่วยให้นั่งตัวตรง
- ให้ผู้ป่วยยิ้มยิงฟัน
- เล็งกระบอกรังสีคร่าวๆบริเวณที่ต้องการถ่าย
- เล็งกระบอกรังสีให้ผ่าน contact ของฟันโดยใช้ Hemostat ช่วยชี้จุด
- หน้าตัดกระบอกรังสีให้ขนานกับผิวฟันด้านนอก
- ขอบหน้ากระบอกรังสีคลุมขอบหน้าของฟิล์ม
- ขอบด้านบนและล่างคลุมขอบฟิล์มทั้งหมด

เทคนิคการถ่ายด้านประชิด กรณีใช้ bite tab
Failure ที่อาจเกิดในภาพถ่ายรังสี
เกิดจากการใช้มุมในแนวราบไม่ถูกต้อง
แก้ไขโดย...
ตำแหน่งฟิล์มให้ขนานกับแนวการเรียงตัว (alignment) ของฟันในขากรรไกร แนวลำรังสีขนานกับด้านประชิดของฟัน
ที่ต้องการถ่าย

Overlapping
เกิดจากรังสีเอ็กซ์ไม่ตกบนแผ่นฟิล์มทั้งหมดทำให้เกิดภาพ
เฉพาะบางส่วนบนแผ่นฟิล์ม พบได้บ่อยในการถ่ายภาพรังสีบริเวณฟันหลังบน
ซึ่งกระพุ้งแก้มปิดอยู่ทำให้มองไม่เห็น
แก้ไขโดย...
พยายามศึกษาจุดที่รังสีเอ็กซ์เข้าในแต่ละบริเวณและจะต้องวางฟิล์มให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในการถ่ายแต่ละบริเวณ
ภาพรังสี Cone cut
เพราะการงอฟิล์มมากเกินไป พบได้บ่อยมากในการถ่ายบริเวณมุมปาก
เช่นบริเวณฟัน เขี้ยว ฟันกรามน้อยบนและล่าง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ขากรรไกร แคบมากๆ ผู้ป่วยกดฟิล์มแรงเกินไป กดฟิล์มในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง หรือทันตแพทย์ดัดงอฟิล์มจนโค้งมากเพื่อให้ใส่ในปากผู้ป่วย ได้โดยไม่เจ็บ
แก้ไขโดย
ให้ผู้ป่วยกดฟิล์มในตำแหน่งที่ถูกต้องแต่เพียงเบาๆ พอให้ฟิล์มอยู่กับที่ ,สร้างrestให้ผู้ป่วย

ภาพรังสีบิดเบือนไปจากเดิม
เกิดจากใช้เวลาในการถ่ายมาก หรือน้อยเกินไปตามลำดับ มักเกิดจากการละเลยที่จะตั้งเวลาก่อน การถ่ายทุกครั้งเช่น ในการถ่ายรังสีบริเวณฟันกรามบนจะต้องใช้ เวลามากกว่าบริเวณอื่นเพราะมีกระดูกโหนกแก้มหนา ผู้ถ่ายอาจจะลืมเพิ่มเวลา เป็นต้น

แก้ไขโดย
-ภาพรังสีที่ใช้เวลาในการถ่ายมากไป อาจแก้ไขให้มีความดำพอเหมาะด้วยการล้างฟิล์มแบบ
Visual method โดยใช้เวลาทำให้เกิดภาพ (Developer) น้อยลง -สำหรับภาพรังสีที่ใช้เวลาในการถ่ายน้อยไป
จะไม่สามารถช่วยได้โดยการล้างฟิล์ม ควรถ่ายใหม่

ภาพดำไป ( Overexposure ) หรือ ขาวไป (Underexposure)
เกิดจากหันฟิล์มด้านที่มีตะกั่วเข้าหารังสีเอ็กซ์ ทำให้รังสีเอ็กซ์ต้องผ่านแผ่นตะกั่ว ก่อนตกลงบนฟิล์มและเนื่องจากแผ่นตะกั่วมีรอยรูปคล้ายก้างปลา อยู่จึงปรากฏรูปก้างปลาบนภาพรังสีพร้อมกับภาพที่ขาวกว่าปกติ เพราะตะกั่วดูดกลืนรังสีไว้เกือบหมด



Herring bone pattern
ภาพ Double exposure
คือแผ่นฟิล์มได้รับรังสีเอ็กซ์ 2 ครั้ง เพราะนำเอาฟิล์มที่รับรังสีแล้วไป รับรังสีอีก เนื่องจากการขาดความระมัดระวังในการแยกฟิล์มที่ถ่ายแล้วและที่ยังไม่ได้ถ่ายทำให้เกิดความสับสน ภาพที่ได้จะดำมากกว่าปกติและดูไม่รู้เรื่องว่าเป็นฟันซี่ใดเพราะภาพซ้อนทันกันหมด

เป็นต้นว่า ขอบแว่นตาที่เป็นโลหะ โครงลวดหรือ ตะขอฟันปลอมชนิดถอดได้ อาจปรากฏบนภาพรังสีได้ดังนั้นผู้ถ่ายภาพรังสีไม่ควรละเลยที่จะตรวจดูสภาพ ผู้ป่วยก่อนการถ่ายรังสีทุกครั้ง

ภาพที่ได้ไม่ชัดเจน (Blur)
มักเนื่องมาจากฟิล์มเคลื่อนในขณะถ่าย เรียกว่า Blurring movement ซึ่ง อาจจะมีสาเหตุจาก ผู้ป่วยขยับศีรษะ, ขยับฟิล์ม, หรือกลืนน้ำลายขณะถ่ายภาพ และในบางครั้งเกิดจาก กระบอกรังสีเอ็กซเรย์ไม่อยู่นิ่ง
แก้ไขโดย...
ก่อนกดสวิทซ์ทุกครั้งต้องตรวจสภาพในปากผู้ป่วยและกระบอกเอ็กซเรย์ให้ เรียบร้อยก่อน
ภาพสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่นอกเหนือจากฟัน
เนื่องจากฟิล์มไม่ได้รับรังสีขณะอยู่ในปาก ผู้ป่วยอาจเป็นเพราะลืมเปิดสวิทซ์เครื่องเอ็กซเรย์
หรือระบบไฟในเครื่องเกิดขัดข้อง
ทำให้ไม่มีรังสีเอ็กซ์ออกมา
ไม่ปรากฏภาพบนแผ่นฟิล์มที่นำไปล้าง (Blank film)
thank you
Full transcript