Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

ระบบโครงกระดูกของมนุษย์

No description
by

Niracha Chanhorm

on 27 November 2014

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of ระบบโครงกระดูกของมนุษย์

ระบบโครงกระดูกของมนุษย์
(HUMAN SKELETAL SYSTEM)

- กระดูกหน้าอก (sternum) มี 1 ชิ้น

- กระดูกโคนลิ้น (hyoid bone) มี 1 ชิ้น

- กระดูกซี่โครง (ribs) มี 24 ชิ้น

- กระดูกหู มี 6 ชิ้น
รูปแสดงโครงสร้างของกระดูกสันหลัง
ระบบโครงกระดูกของมนุษย์
(HUMAN SKELETAL SYSTEM)
คนมีกระดูกอยู่ในร่างกาย ที่เรียกว่า โครงร่างแข็งภายใน (endoskeleton) เมื่อร่างกายที่เจริญเ ติบโตเต็มที่จะมีกระดูกประมาณ 206 ชิ้น ส่วนใหญ่จะมีกล้ามเนื้อยึดติดกับกระดูก
กระดูกซี่โครง (ribs)

เป็นกระดูกฟองน้ำที่ล้อมรอบด้วยกระดูกเนื้อแน่น 2 ชั้น มีลักษณะแบบโค้งเรียงเป็นซี่ๆ เชื่อมต่อกับด้านข้างของ
กระดูกสันหลังช่วงอกกับกระดูกหน้าอก มีทั้งหมด 24 ชิ้น กระดูกซี่โครงคู่ที่ 1-7 เรียกว่า กระดูกซี่โครงแท้ (true ribs) กระดูกซี่โครงคู่ที่ 8-10 เรียกว่า กระดูกซี่โครงไม่แท้ (false ribs)
รูปแสดงโครงสร้างของกระดูกซี่โครง
กระดูกกะโหลกศีรษะ
มีลักษณะเป็นแผ่นเชื่อมติดกัน ภายในเป็นโพรงที่บรรจุสมอง กะโหลกศีรษะทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้กับสมอง
กระดูกจำแนกตามขนาดและรูปร่างของ
กระดูกได้เป็น 4 ชนิด คือ

1. กระดูกแท่งยาว (long bone) ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของร่างกายและเคลื่อนไหวได้มาก ได้แก่ กระดูกต้นแขน กระดูกปลายแขน กระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง กระดูกน่อง กระดูกไหปลาร้า เป็นต้น

2. กระดูกแท่งสั้น (short bone) ทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงเมื่อทำงานแต่เคลื่อนไหวไม่มากนัก ได้แก่ กระดูกข้อมือ ข้อเท้า

กระดูกหน้าอก (sternum)
กระดูกหน้าอก (sternum) มีอยู่ 1 ชิ้น ตำแหน่งของกระดูกอยู่ด้านหน้า ยึดอยู่กับกระดูกซี่โครง 10 คู่
กระดูกสันหลัง (vertebrae)
การจำแนกชนิดของกระดูก
4. กระดูกรูปร่างไม่แน่นอน (irregular bone) มักมีรูปร่างเป็นเหลี่ยม มีแง่ มีช่องโค้งไปมามากมาย ทำให้เหมาะสมกับส่วนต่างๆ ของร่างกายได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกแก้ม กระดูกขากรรไกร
3. กระดูกแบน (flat bone) ทำหน้าที่ป้องกันอวัยวะภายใน จึงมักไม่ค่อยเคลื่อนที่ ได้แก่ กระดูกกะโหลก กระดูกเชิงกราน กระดูกสะบัก กระดูกอก กระดูกซี่โครง
(HUMAN SKELETAL SYSTEM)
กระดูกจำแนกตามตำแหน่งที่พบในร่างกาย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กระดูกแกน (axial skeleton)
2. กระดูกรยางค์ (appendicular skeleton)
อยู่บริเวณตรงกลางของร่างกาย มี 80 ชิ้น ประกอบด้วย

- กระดูกกะโหลกศีรษะ (skull) มี 22 ชิ้น
- กระดูกสันหลัง (vertebrae) มี 26 ชิ้น ได้แก่ ส่วนคอ (cervical vertebrae ) มี 7 ชิ้น ส่วนอก (thoracic vertebrae ) มี 12 ชิ้น ส่วนเอว (lumbar vertebrae)
มี 5 ชิ้น ส่วนกระเบนเหน็บ (sacral vertebrae) มี 5 ชิ้น แต่เชื่อมรวมกันเป็นชิ้นเดียว เรียกว่า ซาครัม (sacrum) ส่วนก้นกบ (coccygeal vertebrae) มี 4 ชิ้น แต่เชื่อมรวมกันเป็นชิ้นเดียว เรียกว่า คอกซิกซ์ (coccyx)
กระดูกหุ้มสมอง
ทารกในระยะแรกคลอดกระดูกหุ้มสมองจะยึดเกาะกันด้วยเยื่อหุ้ม เป็นจุดที่อ่อนนุ่ม เรียกว่า ขม่อม (fontanelles)
เมื่อทารกอายุได้ 18 เดือน กระดูกจะผสานเข้าด้วยกันและเชื่อมติดกัน ทำให้ส่วนของขม่อมหายไป
รูปแสดงโครงสร้างของกระดูกสันหลัง
หน้าที่กระดูกสันหลัง เป็นแกนกลางเพื่อค้ำจุนร่างกาย ห่อหุ้มไขสันหลังและเส้นประสาทไขสันหลังอยู่ตลอดแนวความ
ยาวของกระดูกสันหลัง

ลักษณะทั่วไปของกระดูกสันหลังประกอบด้วยกระดูก
รูปร่างไม่แน่นอนหรือกระดูกรูปร่างแปลกเชื่อมต่อกันเป็นข้อๆ เริ่มตั้งแต่บริเวณต้นคอจนถึงส่วนสะโพก ระหว่างกระดูกสันหลัง
แต่ละข้อมีแผ่นกระดูกอ่อน (cartilage) ซึ่งเรียกว่า หมอนรองกระดูก (intervertebral disc) รองรับ และเชื่อมต่อระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ
กระดูกซี่โครง (Ribs)
กระดูกซี่โครงทำหน้าที่
ป้องกันอันตรายให้กับอวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ปอด และทำงานร่วมกับกล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครงแถบนอกและแถบในเกี่ยวกับการหายใจ
เป็นโครงกระดูกที่อยู่รอบนอกของกระดูกแกน มี 126 ชิ้น และช่วยในการเคลื่อนไหวของแขนและขา ประกอบด้วย
2. กระดูกรยางค์
(appendicular skeleton)
- กระดูกสะบัก (scapula) ข้างละ 1 ชิ้น
- กระดูกไหปลาร้า (clavicle) ข้างละ 1 ชิ้น
- กระดูกต้นแขน (humerus) ข้างละ 1 ชิ้น
- กระดูกปลายแขน (radius และ ulna) ข้างละ 2 ชิ้น
- กระดูกข้อมือ กระดูกฝ่ามือ และกระดูกนิ้วมือ (carpal metacarpal และphalanx) ข้างละ 85 และ14 ชิ้น ตามลำดับ
- กระดูกเชิงกราน (pelvic girdle) ข้างละ 1 ชิ้น
- กระดูกต้นขา(femur) ข้างละ 1 ชิ้น
- กระดูกปลายขา (tibia และ fibula) ข้างละ 2 ชิ้น
- กระดูกสะบ้า (patella) ข้างละ 1 ชิ้น
- กระดูกฝ่าเท้า (metatarsal) ข้างละ 5 ชิ้น
- กระดูกข้อเท้า (tarsal) ข้างละ 7 ชิ้น
- กระดูกนิ้วเท้า (phalanx) ข้างละ 14 ชิ้น

จัดทำโดย
ชื่อ : นางสาวนิรชา จันทร์หอม
ชื่อเล่น : แป๋ม ค.บ.ชั้นปีที่ 2 สาขาชีววิทยา รหัสนักศึกษา 564152060
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
เสนอ
อาจารย์สุจิตตรา จันทร์ลอย

แหล่งอ้างอิง
https://sites.google.com/site/kruwiruttwk/khorngsrang-hnathi-kar-dulae-phiwhnang

(สืบค้นวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557)


http://thaigoodview.com/node/16295 (สืบค้นวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557)
สรุป "ระบบโครงกระดูกมนุษย์"
ร่างกายของมนุษย์ที่โตเต็มวัยจะมีกระดูกทั้งหมดในร่างกาย 206 ชิ้น แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ
- กระดูกแกน (axial skeleton)
- กระดูกรยางค์ (appendicular skeleton)
ระบบโครงกระดูกมีความสำคัญหลายประการ ดังนี้
1. ค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย
2. เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อและเอ็นต่างๆ สำหรับการเคลื่อนไหว
3. ป้องกันอวัยวะภายในที่สำคัญ เช่น กะโหลกศีรษะที่ห่อหุ้มสมอง หรือซี่โครงป้องกันปอดและหัวใจจากการกระทบกระเทือน
4. เป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดที่สำคัญ
5. เป็นแหล่งเก็บแคลเซียมที่สำคัญของร่างกาย
ระบบโครงกระดูกของมนุษย์
Video เสริมความเข้าใจ
1. กระดูกแกน (axial skeleton)
กระดูกหู
Full transcript