Loading presentation...

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in our knowledge base article

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

JC353 แผนงานประชาสัมพันธ์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน

No description
by

Athiwat Kochapoom

on 20 September 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of JC353 แผนงานประชาสัมพันธ์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน

แผนงานประชาสัมพันธ์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
ข้อมูลคณะวารสารศาสตร์ ฯ
การวิจัย (Research)
กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
กลวิธีการประชาสัมพันธ์
ตารางการดำเนินงาน
งบประมาณ ตัวชี้วัด
วิธีการประเมิน
แนวนโยบายการบริหารคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
นำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนเข้าร่วมเป็นพลังที่สำคัญ
ให้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตามแผน ยุทธศาสตร์ ในการก้าวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับนานาชาติ เริ่มจากการนำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนให้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ
ในระดับภูมิภาคอาเซีย พร้อมกับมุ่งทำประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคม โดยเน้นแนวคิดการบริหารแบบ One Team To Goal
หลักการบริหาร แบบ
One Team To Goal
หลักการและเหตุผล
จากข้อมูลเบื้องต้นของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ในด้านวิสัยทัศน์การบริหารงาน แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการทำงานเป็นทีม นั่นคือคนวารสารฯทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพขององค์กร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ก้าวไปสู่ระดับนานาชาติและเป็นที่ยอมรับได้ ซึ่งในบุคลากรแต่ละส่วน ประกอบด้วย นักศึกษา คณะอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ซึ่งทั้งสามส่วนนี้ต้องมีเป้าหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน จึงจะสามารถช่วยผลักดันให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เป็นผลสำเร็จ และหนึ่งในบุคลากร ที่มีส่วนสำคัญในการประสานความร่วมมือ และจัดการระบบบริหารงานภายในคณะวารสารฯ คือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายงานต่างๆที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ซึ่งบุคลากรกลุ่มนี้ต้องมีความรู้สึกร่วมว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคณะวารสารฯให้บรรลุจุดมุ่งหมายได้ จึงเป็นที่มาในการทำวิจัย และวางแผนงานประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้
"เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อสรรค์สร้างเอกภาพในการทำงาน นำคณะวารสารฯไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการสูงสุด"
Ambient Media
Social Media
จุลสารของคณะวารสารศาสตร์ฯ
โครงการอบรมเจ้าหน้าที่
Poster
Desktop Background
Banner Facebook
งบประมาณ
ตัวชี้วัด
วิธีการประเมิน
เชิงปริมาณ
จำนวนเจ้าหน้าที่คณะวารสารศาสตร์ฯที่
เกิดทัศนคติที่ดีในการทำงานร่วมกัน
จากการตอบแบบสอบถาม
โดยเพิ่มขึ้นจำนวนร้อยละ 20
เชิงคุณภาพ
ความร่วมมือในการทำงานเพื่อ
คณะวารสารศาสตร์ฯ และ ปฏิสัมพันธ์
ในการทำงานอย่างเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกันระหว่าง
เจ้าหน้าที่คณะวารสารศาสตร์ฯ
1) ประเมินผลด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ
(Survey Research) ด้วยการแจกแบบสอบถาม
ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะวารสารฯ เพื่อวัดทัศนคติว่า
เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่
2) ประเมินผลด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ
(Survey Research) ด้วยการแจกแบบสอบถาม
ให้แก่นักศึกษาคณะวารสารฯ เพื่อวัดการรับรู้
ถึงการให้บริการ หรือภาพรวมการทำงาน
ของเจ้าหน้าที่ในสายตานักศึกษา

เจ้าหน้าที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ในการทำงาน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือ ความเป็นเลิศทางวิชาการของ
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน

เป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมาย
เจ้าหน้าที่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
JC Newsletter
ประเด็นปัญหาหลัก
เจ้าหน้าที่ในหลายฝ่าย ทำหน้าที่ในเฉพาะส่วนของ
ตนเองเพียงอย่างเดียว แม้ว่าส่วนใหญ่จะทราบว่า
ตนเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของ
นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
แล้วก็ตาม
วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีแก่กลุ่มเป้าหมาย
ในการทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ภายใน
ระยะเวลา 5 เดือน
ในภาคการศึกษาแรกของปี พ.ศ.2557
(18 สิงหาคม – 28 ธันวาคม 2557)
กลยุทธ์สื่อ
เนื่องจากในปัจจุบัน คณะวารสารฯ มีการประชาสัมพันธ์ภายในด้วยสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น หนังสือราชการที่เวียนภายในหน่วยงาน อีเมล์ โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์
ข่าวทั่วไป แต่ทั้งนี้สื่อเหล่านี้มิได้มีผลในการสร้างทัศนคติอันดีให้แก่
เจ้าหน้าที่ ระหว่างการทำงานร่วมกัน ดังนั้นจึงมีการนำสื่อจำพวก
โซเชียลมีเดีย และสื่อนอกสถานที่ (Ambient Media) มาใช้เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องผ่านเนื้อหาสารที่สามารถสร้าง
ทัศนคติอันดี ตามทฤษฎี KAP จากนั้นได้มีการวางแผนจัด
โครงการอบรมเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน การจัดโครงการดังกล่าวมีอิทธิพลต่อทัศนคติตัวผู้รับสารสูง
กลยุทธ์สาร
1) วัจนภาษา
1.1) สื่อประชาสัมพันธ์ : ใช้หลักการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเนื้อหาชี้นำให้ผู้รับสารรับรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมใน การทำงานร่วมกันโดยจะมีการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์ไว้ในจุดที่ ผู้รับสารสามารถพบเห็นได้เป็นประจำเมื่อผู้รับสารรับสารในจำนวนที่บ่อยครั้ง ก็จะสามารถสร้างความถี่ในการรับสาร ซึ่งจะทำให้เกิดผลต่อการรับรู้ การจดจำได้ และอาจส่งผลทำให้เกิดการสร้างทัศนคติแก่ผู้รับสารได้ในระดับหนึ่ง
1.2) ค่ายอบรมฯ
ใช้หลักการชี้นำ โน้มน้าวผู้รับสารผ่านกิจกรรมการอบรมต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้ และสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ร่วมงาน โดยมีบุคคลที่สามเป็นผู้นำทางความคิดเห็น ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้รับสารเปิดรับ และยอมรับข้อมูลนั้นได้

2) อวัจนภาษา
กลยุทธ์สาร
2.1) สื่อประชาสัมพันธ์
ใช้หลักการนำเสนอข้อมูล เช่น ภาพประกอบที่สื่อให้เห็นถึงตัวบุคลากรที่มีตัวตนอยู่จริง ผ่านอิรอยาบถที่แสดงออกกถึงบรรยากาศความเป็นกันเอง เข้าถึงได้ง่าย และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ด้านบวกของผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ เรื่อง Mood&Tone ที่ใช้ จะเป็นสีสันสดใส ดูอ่อนโยน และสบายตา ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีความสุข
2.2) ค่ายอบรมฯ
สร้างบรรยากาศการทำกิจกรรมแบบใกล้ชิด สร้างความสนิทสนม เป็นกันเอง ระหว่างผู้ปฏิบัติกิจกรรม เพื่อสร้างอารมณ์ ความรู้สึกสบายใจ และก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ซึ่งผู้ปฏิบัติกิจกรรมจะเปิดรับไปเองโดยไม่รู้ตัว เพราะบรรยากาศดังกล่าว จะเกิดขึ้นเป็นหนึ่งองค์ประกอบระหว่างการดำเนินกิจกรรมอบรม

1) ค่ายอบรมฯ 204,200 บาท
2) โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ 12,000 บาท
จำนวน 40 แผ่น / เดือน/ รูปแบบ
(ทั้งหมด 3 รูปแบบ/ 5 เดือน)
3) จุลสาร 4 สี จำนวน 80 เล่ม 2,400 บาท


รวม 218,600 บาท
จุลสารของคณะวารสารฯที่ออกทุก 6 เดือน มีการเพิ่มคอลัมน์สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ และพูดคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป โดยจุลสารที่ออกมานี้จะแจกจ่ายไปยังบุคลากรในคณะ หนึ่งในนั้นคือเจ้าหน้าที่ เป็นผู้ที่จะได้รับจุลสาร ดังนั้นจะมีการเพิ่มคอลัมน์ดังกล่าวเข้าไป เพื่อสร้างพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ได้รับรู้เรื่องราวระหว่างกัน ในมุมมองสบายๆ และบันเทิงใจ โดยก่อนจะออกจุลสาร ต้องทำการรวบรวมข้อมูลที่จะเขียนในคอลัมน์ เช่น การไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่บางคนในคำถามเบาๆ ตลกปนสาระ หรืออาจจะเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนเขียนความในใจถึงอีกคน เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน และทำให้รู้จักกันได้มากขึ้น
ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่ จะใช้ไฟล์เดียวกันกับภาพแบนเนอร์ ตั้งค่าไว้ในคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่ ทุกเครื่อง ทุกแผนก ทั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และท่าพระจันทร์โดยจะมีการเปลี่ยนรูปแบบทุกๆสองเดือน
โปสเตอร์ จะมีการติดไว้บริเวณห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ บริเวณลิฟต์ ห้องพักเจ้าหน้าที่ ทุกแผนก และส่วนกลางอื่นๆของตึก มีจำนวนดังนี้
- คณะวารสารฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จำนวน 30 แผ่น
- คณะวารสารฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จำนวน 10 แผ่น
โดยจะมีการเปลี่ยนรูปแบบทุกๆสองเดือน

แบนเนอร์ในเฟสบุ๊ค กรุ๊ปออกแบบเป็นแบนเนอร์ส่วนหัว ของเว็บไซต์ และกรุ๊ปในเฟสบุ๊คของกลุ่มพนักงานทุกแผนก รวมไปถึงอาจมีการตั้งค่าเป็นภาพโคฟเวอร์ของเพจคณะในเฟสบุ๊ค
ด้วย (แบบเป็นครั้งคราว) และจะมีการเปลี่ยนรูปแบบทุกๆสองเดือน สื่อประเภทนี้ช่วยสร้างการรับรู้ และให้ผลเช่นเดียวกับ Ambient Media
เป็นกิจกรรมการอบรมทักษะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในคณะ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และอีกหนึ่งวัตถุประสงค์สำคัญในการจัดค่ายอบรมฯ คือ เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีแก่เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่าย โดยผ่านกิจกรรมกลุ่ม สร้างการมีส่วนร่วม เพื่อให้แต่ละคนได้รู้จักคุ้นเคยกันมากขึ้น และการจัดค่ายอบรมนี้ จะสามารถสร้างทัศนคติอันดี ได้มากกว่าการใช้สื่อประชาสัมพันธ์แบบเดิม เพราะบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการจะได้ทำกิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และได้รับรู้เป้าหมายสูงสุดของคณะวารสารฯร่วมกัน ลักษณะของโครงการอบรมนี้ จะบังคับให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมทุกคน โดยอาจมีการกำหนดเงื่อนไขในสิทธิบางอย่างที่เจ้าหน้าที่พึงจะได้รับ หากใครไม่เข้าร่วมอาจเสียสิทธินั้น และมีการให้เบี้ยเลี้ยงแก่ผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ด้วย
โครงการอบรมทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างทัศนวิสัยเจ้าหน้าที่
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ครั้งที่ ๑ “ตอน One Team to Go”


" เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อสรรค์สร้างเอกภาพในการทำงาน นำคณะวารสารฯไปสู่ความเป็นเลิศทาง
วิชาการสูงสุด "

Key Message
ให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์มากที่สุดภายใต้
การบริหารงานสมัยใหม่ที่มีสมมติฐานว่าเมื่อ
บุคคลดี งานก็จะดีตามไปด้วย ดังนั้นจุดเริ่มต้น
ของพันธกิจคือ ความเชื่อที่ว่าคณะฯ จะดำเนินไป
ในทิศทางที่กำหนดอย่างมีพลัง
ด้วยทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าและมี กำลังใจ
ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
เราจึงจะแข่งขันกับคณะทางด้านสื่อสารมวลชนอื่นๆ ได้
นโยบายการบริหารมุ่งก่อให้เกิด คนวารสารฯ งานสร้างสรรค์ ด้วยปัญญา เพื่อพัฒนาสังคม

แนวนโยบายหลักในการบริหารคณะฯ ที่จะทำให้วิสัยทัศน์ประสบผลสำเร็จ คือ
1) นำศักยภาพภายในบุคคลที่มี อยู่มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อคณะฯ และต่อยอดพัฒนาความสามารถของบุคคลตามบุคลิกลักษณะที่เฉพาะตนเพื่อให้เหมาะสม กับงานแต่ละงานทั้งในส่วนของอาจารย์และเจ้าหน้าที่
2) จัดทำให้คณะฯ เป็นสถานที่ทำงานที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของบุคคลเพื่อเป็นส่วนเสริมผลักดันประสิทธิภาพและประสิทธิผลใน การทำงาน
3) ปั้นแต่งนักศึกษาที่เป็นผล ผลิตของคณะฯ ให้เป็นนักสื่อสารมวลชนที่มีลักษณะเฉลียวฉลาด (Intelligent) และมีจินตนาการสร้างสรรค์ (Imaginative) ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคม
4) ดำเนินการเชื่อมโยงคณะฯ กับเครือข่าย
*(เราว่าอันนี้คือ stakeholder)*ภายนอกทั้งในชุมชน ศิษย์เก่าและหน่วยงานด้านสื่อสารมวลชนอื่นๆ เพื่อการเป็นผู้นำด้านการเรียนการสอนสื่อสารมวลชน
5) จัดทำกลไกในการผลักดันชื่อเสียงของคณะฯ ไปสู่สังคมในประเทศและภูมิภาคเอเชีย

แนวนโยบายการบริหารคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
คณะวารสารศาสตร์ฯมีความเป็นเลิศทางวิชาการ
“มุ่งผลิตบัณฑิต มหาบัณฑิต
และดุษฎีบัณฑิต ที่มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญ
ด้านวารสารศาสตร์และสื่อสาร”
“บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตมีความรู้
ด้านการสื่อสารและศาสตร์ด้านอื่นๆ มีจริยธรรม เป็นผู้นำสังคม และสามารถประมวลนำความรู้มาใช้เพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติ”
“เป็นสถาบันการศึกษาด้าน การสื่อสารที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ด้านวิชาการ”
“เน้นพัฒนาบุคคล ได้แก่ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา”

วันเวลาปฏิบัติโครงการ วันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2557
สถานที่ปฏิบัติโครงการ โรงแรมฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท
อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จำนวนผู้ปฏิบัติโครงการ ฝ่ายงานประชาสัมพันธ์และวิทยากรผู้จัดโครงการ
จำนวน 10 คน
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ เจ้าหน้าที่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
จำนวน 50 คน
งบประมาณ 204,200 บาท
- มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้า โดยให้ทุกคนต้องเข้าร่วมโครงการนี้
- จัดตรงกับวันพ่อ ดังนั้นนอกจากจะเป็นการบังคับจึงมีงบเบี้ยเลี้ยงให้
กิจกรรมภายในค่าย
- กิจกรรมกิจกรรมละลายพฤติกรรม “ละลายน้ำแข็งหรรษา”
- กิจกรรมบรรยาย “Happy Workplace องค์กรสุขภาวะมาจากใคร”
- กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ “ฉันรักเธอ”
- กิจกรรม”ระลึกพระคุณพ่อ”
- กิจกรรมระดมสมอง ประลองปัญญา และนันทนาการ
- กิจกรรมบรรยายพิเศษเรื่อง “เราก้าวไปด้วยกัน ฉันเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอ”
- กิจกรรมฐาน Walk Rally “JC is One”
ฐานที่ ๑ บทบาท
ฐานที่ ๒ ทีม (ฐานเชิงจิตวิทยา)
ฐานที่ ๓ บ้าน
ฐานที่ ๔ งาน
ฐานที่ ๕ All for One
- กิจกรรม”ท่วงทำนองของความซาบซึ้ง”
- เจ้าหน้าที่ระดมความคิดและนำเสนอในหัวข้อ
“ความเป็นไปของคณะวารสารศาสตร์ฯ”
- กิจกรรมสุดท้าย “One Team to Go”
- เดินทางไปเที่ยวตลาดจักจั่น “Cicada Market”


- เจ้าหน้าที่คิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักศึกษา 80%
- เจ้าหน้าที่คิดว่าตนมีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนนักศึกษาในด้านวิชาการ 50%
- เจ้าหน้าที่ให้คะแนนตนเองด้านการสนับสนุนช่วยเหลือนักศึกษา
ด้านวิชาการและด้านอื่นๆ 70%
- เจ้าหน้าที่รับทราบข่าวสารการอบรมวิชาการ 90%
ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้คือ หนังสือเวียน 60%
E-mail 40% , Website 40% , Facebook group 60%
- เจ้าหน้าที่ทราบว่า บัณฑิตเรียนจบได้ทำงานตรงสายงาน 70%
ศึกษาต่อ 20% , ธุรกิจส่วนตัวและอื่นๆ 10%


- เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคณะนิเทศศาสตร์
ของมหาวิทยาลัยอื่น และคณะวารสารศาสตร์ฯ
ธรรมศาสตร์
10% คิดว่าไม่ต่าง
40% คิดว่ามีความแตกต่าง ด้านการเรียน
วารสารศาสตร์เน้นพื้นฐาน ทักษะด้านสื่อสารมวลชน
ทำงานเบื้องหลัง ใช้ความคิด
แต่นิเทศศาสตร์ จะเน้นด้านการแสดง มีความพร้อม
ด้านอุปกรณ์มากกว่า ทำงานเบื้องหน้า เป็นต้น
- ทัศนคติต่อคณะวารสารศาสตร์ฯ
เป็นคณะที่มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน
วัตถุดิบมีคุณภาพ มีความสามารถสูง ทั้งอาจารย์
นักศึกษา บุคลากรต่างๆ ทำงานเบื้องหลัง
เน้นใช้ความคิด ทุกสาขามีความโดดเด่นสำคัญเท่าเทียมกัน
- ทัศนคติต่อนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ฯ
นักศึกษามีสัมมาคารวะ 20%
นักศึกษามีความกล้าแสดงออก 50%
นักศึกษามั่นใจในตัวเอง 10%
ไม่ตรงเวลา 10%
ไม่อยู่ในกฎระเบียบ 20%

- ความพึงพอใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของฝ่ายต่างๆ ภายในคณะวารสารศาสตร์ฯ
60% คิดว่าไม่มีปัญหา สามารถปรับตัวได้ พอใจกับการทำงานปัจจุบัน
40% คิดว่ามีอุปสรรค ด้วยลำดับขั้นตอนที่มาก ทำให้ประสานงานกันล่าช้า อีกทั้งไม่เข้าใจหน้าที่การทำงานของแต่ละฝ่าย

- ความคาดหวังของระบบการดำเนินงานภายในอนาคต
70% อยากให้การติดต่อสื่อสาร การประสานงานของแต่ละฝ่าย รวดเร็วมากขึ้น ลดลำดับขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ทุกฝ่ายเข้าใจระบบงาน หน้าที่ของกันและกัน

จากการสุ่มตัวอย่างจากเจ้าหน้าที่ในคณะ ผลการวิจัยปรากฏว่า ส่วนใหญ่รู้และเข้าใจว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของคณะวารสารฯ แต่ยังขาดความรู้สึกร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายงาน แต่ละคนยังคงทำงานในเฉพาะตำแหน่งหน้าที่ของตนเท่านั้น และบางฝ่ายก็ยังไม่มั่นใจว่าหน้าที่ของตนนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกับนักศึกษา แต่กลับคิดว่าแค่ได้ช่วยเหลือนักศึกษาทางอ้อม หรือแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับนักศึกษาเลย ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลทำให้เกิดแรงจูงใจน้อย ที่จะพัฒนาศักยภาพการทำงานเพื่อคณะวารสารฯ เพราะแต่ละคนต่างทำงานตามหน้าที่ โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดของคณะร่วมกันที่ว่า จะมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ จากการพัฒนาตัวนักศึกษาให้มีคุณภาพ โดยตัวของเจ้าหน้าที่เอง ที่ถือเป็นส่วนสำคัญหนึ่งที่จะสามารถช่วยให้นักศึกษามีความเป็นเลิศทางวิชาการได้ อีกทั้งยังพบปัญหาเกิดความไม่เข้าใจกัน ในด้านระบบการทำงานของแต่ละฝ่าย ทำให้การติดต่อสื่อสาร ประสานงานกันเกิดความล่าช้า อันเป็นอุปสรรคในการทำงาน และยังพบว่าบางคนมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน มีการแบ่งฝักฝ่าย นอกเหนือจากหน้าที่การทำงานแล้ว เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ที่อยู่ต่างแผนกกัน ไม่ค่อยมีความสัมพันธ์ต่อกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะอาจเกิดความไม่เข้าใจกัน และไม่มีความเป็นเอกภาพในการทำงาน ดังนั้นการวิจัยเพื่อการวางแผนประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ จึงมุ่งหมายที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ภายในคณะ ให้เข้าใจซึ่งกันและกัน นำมาสู่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว เพื่อเป้าหมายคือการพัฒนาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนให้มีความเป็นเลิศ ทางวิชาการสูงสุด
สรุปผลการวิจัย
เปิดสอนทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทั้งหลักสูตรภาคปกติและภาคภาษาอังกฤษ ในภาคปกติแบ่งสาขาเป็น 6 สาขา
นอกจากนี้คณะวารสารศาสตร์มีอุปกรณ์และโครงการต่างๆที่ให้สนับสนุนให้นักศึกษาได้ฝึกฝนและลงมือปฏิบัติจริง เช่น
สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ละคอนเวทีของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
โครงการสถานีโทรทัศน์ “โดมแชแนล”
ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์ ส่วนใหญ่ทำงานในองค์กรด้านสื่อสารมวลชนทั่วประเทศไทย และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงที่นำความรู้ความสามารถ
คุณโศธิดา โชติวิจิตร
นักข่าวแห่งทีมข่าว 3 มิติ
คุณกนก รัตน์วงศ์สกุล
พิธีกรรายการข่าว
คุณมารุต สาโรวาท
ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ รวมทั้งละครโทรทัศน์
คุณอริสรา กำธรเจริญ
ผู้ประกาศข่าว อาจารย์ประจำคณะ
คุณณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์
นักแสดง
คุณพงศธร จงวิลาส
ดีเจ และ นักแสดง
คุณตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์
นักหนังสือพิมพ์ยุคบุกเบิก
- นศ. BJM คว้ารางวัลนักข่าวแห่งอนาคตดีเลิศ
TrueVisions – BBC World News Future Journalist Award 2013
นักศึกษาของคณะวารสารศาสตร์ยังสามารถคว้ารางวัลจากการประกวดแข่งขันด้าน
ต่างๆ เช่น
- นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ฯชนะเลิศการประกวดหนังสั้น “จรรยาบรรณครู”
ทางคณะวารสารฯ เป็นสถาบันมีการติดต่อและสร้างสัมพันธไมตรีกับนานาชาติใน ด้านวิชาการ เช่น
- ทีมบริหารคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน รุกสร้างเครือข่ายทางวิชาการ
และ เข้าร่วมแนะนำคณะและหลักสูตร ในงานนิทรรศการการศึกษา APAIE
Conference & Exhibition 2013, Hong Kong
ทางคณะวารสารฯ มีความคิดที่จะพัฒนาที่ตัวบุคคลภายในองค์กร โดยการให้ความรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ หรือการจัดอบรมวิชาการ เช่น
จะเห็นได้ว่าวิสัยทัศน์ด้านการบริหารของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เน้นกระบวนการทำงานของบุคลากรให้เป็นอันหนึ่งเดียวกัน เพื่อมุ่งไปสู่จุดหมายสูงสุด นั่นคือ ความเป็นทางวิชาการ ในบรรดาคณะสายสื่อสารมวลชน และสามารถแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชียได้ ซึ่งความเป็นเลิศทางวิชาการที่ปรากฏ ได้แก่ รางวัลที่นักศึกษาได้รับจากการแข่งขันเวทีต่างๆ การจัดอบรมสัมมนา การประสานความร่วมมือกันระดับนานาชาติกับองค์กรต่างประเทศ งานวิจัย รวมไปถึงการประเมินผลความต้องการบัณฑิตคณะวารสารฯ เพื่อเข้าไปทำงานเมื่อจบการศึกษาทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าคณะวารสารฯ มีความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับหนึ่ง ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดต่อไปได้ในอนาคต หากว่าทางคณะมีนโยบายการบริหารตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ นั่นคือบุคลากรทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งบุคลากรที่มีความสำคัญในการผลักดันให้คณะวารสารฯก้าวต่อไปข้างหน้าได้ นโยบายบริหารคือเน้นให้เจ้าหน้าที่ทำงานแบบมีส่วนร่วม โดยมีจุดมุ่งหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทุกๆฝ่าย สร้างทัศนคติอันดี เพื่อการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเกิดแก่คณะวารสารฯ
Full transcript