Prezi

Present Remotely

Send the link below via email or IM

Copy

Present to your audience

Start remote presentation

  • Invited audience members will follow you as you navigate and present
  • People invited to a presentation do not need a Prezi account
  • This link expires 10 minutes after you close the presentation
  • A maximum of 30 users can follow your presentation
  • Learn more about this feature in the manual

Do you really want to delete this prezi?

Neither you, nor the coeditors you shared it with will be able to recover it again.

DeleteCancel

Make your likes visible on Facebook?

Connect your Facebook account to Prezi and let your likes appear on your timeline.
You can change this under Settings & Account at any time.

No, thanks

คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ

No description
by jirawan janthong-0n on 17 November 2013

Comments (0)

Please log in to add your comment.

Report abuse

Transcript of คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ

คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ
คำภาษาบาลีและสันสกฤตที่มีใช้ในภาษาไทย
ลักษณะคำไทยที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต มีหลักสังเกตดังนี้
๑ มักเป็นคำหลายพยางค์ เช่น กษัตริย์ พฤกษา ศาสนา อุทยาน ทัศนะ เป็นต้น
๒ ตัวสะกดมักไม่ตรงตามมาตรา เช่น เทวัญ เนตร อากาศ พิเศษ อาหาร เป็นต้น
๓ นิยมมีตัวการันต์ เช่น กาญจน์ เกณฑ์ มนุษย์ สัมภาษณ์ อาทิตย์ เป็นต้น
๔ ประสมด้วยพยัญชนะ ฆ ฌ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ภ ศ ษ ฤ ฤๅ เช่น พยัคฆ์ อัชฌาสัย กฎ ปรากฏ สัณฐาน ครุฑ วัฒนา เณร โลภ ศึกษา บุรุษ ฤทัย เป็นต้น

ยกเว้น ฆ่า เฆี่ยน ฆ้อง ศอก ศึก เศิก เศร้า ทั้งหมดนี้เป็นคำไทยแท้

การยืมภาษา
การยืมเป็นลักษณะของทุกภาษา ไม่ว่าภาษาใดที่ไม่มีภาษาอื่นเข้ามาปะปน เมื่อแต่ละชาติต้องมีการติดต่อสัมพันธ์กันมาตั้งแต่อดีตกาลจนเกิดการนำคำหรือลักษณะทางภาษาของอีก ภาษาเข้าไปใช้ในภาษาของตน
คำยืมภาษาต่างประเทศที่มีใช้ใน
ภาษาไทย
โดยธรรมชาติ ภาษาย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและมีคำภาษาอื่นปะปน เพราะภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สื่อความคิดของมนุษย์และเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งซึ่งย่อมมี การถ่ายทอดหยิบยืมกันได้ ทำให้มีคำในภาษาใช้มากขึ้น สะดวกต่อการสื่อความหมายกันทั้งทำให้ภาษามี ความเจริญงอกงามขึ้นอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงของภาษาเกิดขึ้นได้ทุกด้านของภาษา ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงด้านเสียง การเปลี่ยนแปลงด้านศัพท์ และการเปลี่ยนแปลงด้านไวยากรณ์ การที่ภาษาไทยมีคำใหม่ ๆ เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งยืมมาจากภาษาต่างประเทศด้วยสาเหตุต่าง ๆ อาทิ สภาพภูมิประเทศ การอพยพย้ายถิ่นฐาน การติดต่อค้าขาย การศึกษา ศาสนา วรรณคดี เป็นต้น
ประเภทของการยืม
๑. ยืมเนื่องจากวัฒนธรรม กลุ่มที่มีลักษณะทางวัฒนธรรมด้อยกว่าจะรับเอาวัฒนธรรมจาก
กลุ่มที่มีความเจริญมากกว่า

๒. ยืมเนื่องจากความใกล้ชิดการที่สองกลุ่มใช้ภาษาต่างกันร่วมสังคมเดียวกันหรือมีอาณาเขต
ใกล้ชิดกัน มีความสัมพันธ์กันในชีวิตประจํำวันนทำให้เกิดการยืมภาษาซึ่งกันและกัน

๓. ยืมจากคนต่างกลุ่ม การยืมภาษาเดียวกันแต่เป็นภาษาของผู้ใช้ที่อยู่ในสภาพที่ต่างกัน

การยืมทำให้ภาษาเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย มีอิทธพลต่อวงศัพท์ซึ่งการยืมทำให้จำนวนศัพท์ในภาษามีการเพิ่มพูน เกิดวาระการใช้ศัพท์ต่างๆ กันเป็นคำไวพจน์ คือ คำที่มีความหมายเดียวกัน แต่เราเลือก
ใช้ตามโอกาสและตามความเหมาะสมทั้งยังมีประโยชน์ในการแต่งบทร้องกรองเพราะมีหลากคํา
ประโยชน์ของการยืม
สาเหตุที่ภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย
การติดต่อสัมพันธ์กันทำให้ภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยด้วยสาเหตุหลายประการ พอสรุปได้ดังนี้
๑. สภาพภูมิศาสตร์
ประเทศไทยมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศต่างๆ ได้แก่ พม่า ลาว เขมร มาเลเซีย จึงทำให้คนไทยที่อยู่อาศัยบริเวณชายแดนเดินทาง ข้ามแดนไปมาหาสู่กันและมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กัน จึงมีการแลกเปลี่ยนภาษากัน
๒. ประวัติศาสตร์
ชนชาติไทยเป็นชนชาติที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมีการอพยพโยกย้ายของคนไทยเข้ามาอยู่ในถิ่น อาศัยปัจจุบันซึ่งแต่เดิมมีชนชาติอื่นอาศัยอยู่ก่อน เช่น เขมร ละว้า มอญ หรือมีการทำศึกสงครามกับชนชาติอื่น มีการกวาดต้อนเชลยศึกและประชาชน พลเมืองชนชาติอื่นๆ ให้มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ผู้คนเหล่านี้ได้นำถ้อยคำภาษาเดิม
ของตนเองมาใช้ปะปนกับภาษาไทยด้วย
๓. ศาสนา
คนไทยมีเสรีภาพในการนับถือศาสนามาเป็นเวลาช้านาน เมื่อนับถือศาสนาใดก็ย่อมได้รับถ้อยคำภาษาที่ใช้ในคำสอน หรือคำเรียกชื่อต่างๆ ในทางศาสนาของศาสนานั้น ๆ มาปะปนอยู่ในภาษาไทยด้วย
๔. การค้าขาย
ชนชาติไทยมีการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับชนชาติต่าง ๆ มาเป็นเวลาอันยาวนาน เช่น ชาวจีน ชาวโปรตุเกส ฝรั่งเศส อังกฤษ ฮอลันดา ตลอดถึงญี่ปุ่น ทำให้มีถ้อยคำในภาษาของชนชาตินั้น ๆ เข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยเป็นจำนวนมาก ตลอดเวลาไม่มีวันสิ้นสุด
๕. วรรณคดี
วรรณคดีอินเดียที่ไทยนำเข้ามา เช่น เรื่องมหากาพย์รามายณะ และมหาภารตะ แต่งขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต อิเหนา เป็นวรรณคดีที่มีเค้าเรื่องมาจากเรื่องดาหลังของชวาด้วยเหตุนี้วรรณคดีทำให้ภาษาสันสกฤตและภาษาชวาเข้ามาปะปนใน ภาษาไทย
๖. ความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรมและประเพณี
เมื่อชนชาติต่าง ๆเข้ามาสัมพันธ์ติดต่อกับชนชาติไทย หรือเข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ในประเทศไทยย่อมนำเอาวัฒนธรรมและประเพณีที่เคยยึดถือปฏิบัติอยู่ในสังคมเดิมของตนมาประพฤติปฏิบัติในสังคมไทย นาน ๆ เข้าถ้อยคำภาษาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและประเพณีเหล่านั้นก็กลายมาเป็นถ้อยคำภาษาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น
๗. การศึกษาและวิทยาการด้านต่าง ๆ
จากการที่คนไทยเดินทางไปศึกษายังต่างประเทศ ทำให้ได้ใช้และพูดภาษาอื่นๆ และรับเอาวิทยาการต่าง ๆ เมื่อสำเร็จการศึกษาจึงนำภาษาของประเทศนั้นมาใช้ปะปน กับภาษาของตน
๘. ความสัมพันธ์ทางการทูต
การเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูต ในการอพยพโยกย้ายหรือในการติดต่อทางการทูตย่อมทำให้ภาษาของเจ้าของถิ่นเดิมหรือผู้อพยพโยกย้ายมาใหม่นำมาใช้ร่วมกัน เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส
๙. อพยพย้ายถิ่นฐาน
การอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากสาเหตุหลายประการ เช่นสภาพเศรษฐกิจต้องไปประกอบอาชีพยังประเทศต่าง ๆ ภัยสงคราม การเมืองการปกครอง
อิทธิพลของภาษาต่างประเทศที่มี ต่อภาษาไทย
ภาษาต่างปะเทศที่เข้ามาปะปนในภาษาไทยด้วยสาเหตุต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น มีอิทธิพลต่อภาษาไทย คือ ทำให้ลักษณะของภาษาไทยเปลี่ยนไปจากเดิม ดังนี้
๑. คำมีพยางค์มากขึ้น
ภาษาไทยเป็นภาษาตระกูลคำโดด คำส่วนใหญ่เป็นคำพยางค์เดียว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เดิน ยืน นั่ง นอน เมือง เดือน ดาว ช้าง แมว ม้า ป่า น้ำ เป็นต้น เมื่อยืมคำภาษาอื่นมาใช้ ทำให้คำมีมากพยางค์ขึ้น เช่น
- คำสองพยางค์ เช่น บิดา มารดา เชษฐา กนิษฐา ยาตรา ธานี จันทร กุญชร วิฬาร์ เป็นต้น

- คำสามพยางค์ เช่นโทรเลข โทรศัพท์ พาหนะ จักรยาน ปรารถนา บริบูรณ์ เป็นต้น

- คำมากกว่าสามพยางค์ เช่น กัลปาวสาน สาธารณะ อุทกภัย วินาศกรรม ประกาศนียบัตร เป็นต้น

๒. มีคำควบกล้ำใช้มากขึ้น
โดยธรรมชาติของภาษาไทยจะไม่มีคำควบกล้ำ เมื่อรับภาษาอื่นเข้ามาใช้เป็นเหตุให้มีคำควบกล้ำมากขึ้น เช่น บาตร ศาสตร์ ปราชญ์ พรหม ปราศรัย โปรด ปลูก ทรวง เกรด เคลียร์ เอ็นทรานซ์ ดรัมเมเยอร์ เป็นต้น
๓. มีคำไวพจน์ใช้มากขึ้น
ซึ่งสะดวกและสามารถเลือกใช้คำได้เหมาะสมตามความต้องการและวัตถุประสงค์ เช่น

นก บุหรง ปักษา ปักษิน สกุณา วิหค

ดอกไม้ กรรณิกา บุปผชาติ บุหงา ผกา สุมาลี


น้ำ คงคา ชลาลัย ธารา มหรรณพ สาคร

พระจันทร์ แข จันทร์ นิศากร บุหลัน รัชนีกร

คำไวพจน์ คือ
คำที่มีความหมาย
เหมือนกัน
๔. มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา
คำไทยแท้ส่วนใหญ่มีตัวสะกดตรงตามมาตรา เมื่อได้รับอิทธิพลภาษาต่างประเทศ คำใหม่จึงมีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราจำนวนมาก เช่น พิพาท โลหิต สังเขป มิจฉาชีพ นิเทศ ประมาณ ผจญ กัปตัน ปลาสเตอร์ คริสต์ เคเบิล ดีเซล โฟกัส เป็นต้น ทำให้โครงสร้างของภาษาเปลี่ยนไป เช่น
- ใช้คำ สำนวน หรือประโยคภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ
- ใช้คำภาษาต่างประเทศปนกับภาษาไทย ทั้ง ๆ ที่บางคำมีคำภาษาไทยใช้
คำยืมที่มาจากภาษาบาลี
ภาษาบาลี เป็นภาษาตระกูลเดียวกับภาษาสันสกฤต คือ ภาษาตระกูลวิภัตติปัจจัย จึงมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก ข้อสังเกตและตัวอย่างคำภาษาบาลี นิยมใช้ ฬ เช่น กีฬา จุฬา ครุฬ นาฬิกา วิฬาร์ อาสาฬห เป็นต้น ประสมด้วยสระ อะ อิ อุ แทน ฤ ในภาษาสันสกฤต เช่น อิทธิ อิสิ

นิยมใช้พยัญชนะ 2 ตัวซ้อนกัน กิตติ นิพพาน ปัจจัย ปัญญา บุคคล บัลลังก์ ภัตตา มัจจุราช เมตตา วิญญาณ สัญญาณ อัคคี อนิจจา

ตัวอย่างคำภาษาบาลี
กติกา ญาติ เถระ ทัพพี ทุกข์ บัญญัติ สิริ บัลลังก์ เมตตา ราชินี ลัทธิ วนิพก วิญญาณ วินิจฉัย สมถะ อุปถัมภ์ จิต หทัย มโน อิสิ อุตุ

คำยืมที่มาจากภาษาสันสกฤต
๑ ภาษาสันสกฤต เป็นภาษาตระกูลวิภัตติปัจจัย มีรูปคำสละสลวย ไพเราะ นิยมใช้เป็นคำราชาศัพท์ ภาษาในวรรณคดี ชื่อบุคคล และสถานที่ เป็นต้น
๒ ข้อสังเกตและตัวอย่างคำภาษาสันสกฤต นิยมใช้ ฑ เช่น กรีฑา ครุฑ ไพฑูรย์ เป็นต้น
๓ นิยมใช้ ร หัน เช่น ครรภ์ พรรษา บรรพต วรรค วรรณะ มหัศจรรย์ เป็นต้น
๔ นิยมมีอักษรควบกล้ำ เช่น กษัตริย์ เกษตร ปราชญ์ อาทิตย์ เป็นต้น
๕ ใช้ ศ ษ ประสมคำเป็นส่วนมาก เช่น เกษม เกษียณ ทักษิณ บุษกร บุรุษ เป็นต้น ใช้ ส นำหน้าพยัญชนะวรรค ตะ (ต ถ ท ธ น) เช่น พัสดุ พิสดาร สตรี สันโดษ อัสดง เป็นต้น
๖ ประสมด้วยสระ ไอ เอา ฤ ฤ ๅ ฦ ฦ ๅ เช่น ไวยากรณ์ เอารส ฤดี ฤๅษี พฤติกรรม พฤษภาคม ทฤษฎี ฦๅสาย เป็นต้น
๗ มีหลักเกณฑ์ตัวสะกด ตัวตามไม่แน่นอน กัลป์ จักร ดัสกร ทรัพย์ นิตยา ประพันธ์ พยายาม ลักษณะ วิทยุ มนตรี ศัพท์ เป็นต้น
ตัวอย่างคำภาษาสันสกฤต
กันยา นางงาม, สาวรุ่น, สาวน้อย
กัลป์ ระยะเวลานานมาก โบราณถือว่าโลกประลัยครั้งหนึ่งคือสิ้นกัลป์หนึ่ง
ครรภ์ (คัน) ท้อง (เฉพาะท้องหญิงมีลูก)

ภาษาอังกฤษในภาษาไทย
ภาษาอังกฤษได้รับความนิยมใช้เป็นภาษาเพื่อการสื่อสารมากที่สุด มีประเทศต่าง ๆ ยอมรับภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ภาษาอังกฤษจึงกลาย เป็นภาษาสากลของชาวโลก คนไทยได้ศึกษา
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองมาเป็นเวลานาน จนภาษาอังกฤษเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนไทยมากขึ้น ทั้งในด้านการพูดและการเขียนสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในปัจจุบันคนไทยศึกษาความรู้และวิทยาการต่าง ๆ จากตำราภาษาอังกฤษ และสนใจเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันมากขึ้น คำยืมจากภาษาอังกฤษจึงหลั่งไหลเข้ามาในภาษาไทยมากขึ้นทุกขณะทั้งในวงการ ศึกษา ธุรกิจ การเมือง การบันเทิง เป็นต้น
การยืมคำภาษาอังกฤษมาใช้ในภาษาไทย
๑. การทับศัพท์ โดยการถ่ายเสียงและถอดตัวอักษร คำยืมจากภาษาอังกฤษโดยวิธีการทับศัพท์มีจำนวนมาก คำบางคำราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติศัพท์เป็นคำไทยแล้ว แต่คนไทยนิยมใช้คำทับศัพท์มากกว่า เพราะเข้าใจง่าย สื่อสารได้ชัดเจน เช่น

คำภาษาอังกฤษ คำทับศัพท์
game เกม
graph กราฟ
cartoon การ์ตูน
technology เทคโนโลยี

๒. การบัญญัติศัพท์ เป็นวิธีการยืมคำ โดยรับเอาเฉพาะความคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาแล้วสร้างคำขึ้นใหม่ ซึ่งมีเสียงแตกต่างไปจากคำเดิม โดยเฉพาะศัพท์ทางวิชาการจะใช้วิธีการนี้มาก
ผู้ที่มีหน้าที่บัญญัติศัพท์ภาษาไทยแทนคำภาษาอังกฤษ คือ ราชบัณฑิตยสถาน เช่น

คำภาษาอังกฤษ คำบัญญัติศัพท์
airport สนามบิน
science วิทยาศาสตร์
telephone โทรศัพท์
reform ปฏิรูป

๓. การแปลศัพท์ วิธีการนี้จะต้องใช้วิธีการคิดแปลเป็นคำภาษาไทยให้มีความหมายตรงกับคำในภาษาอังกฤษ แล้วนำคำนั้นมาใช้สื่อสารในภาษาไทยต่อไป ดังตัวอย่างเช่น

Blackboard กระดานดำ
enjoy สนุก
handbook หนังสือคู่มือ
school โรงเรียน

ตัวอย่างภาษาอังกฤษในภาษาไทย
ก๊อปปี้ (copy) กระดาษที่ใช้ทําสำเนา
กัปตัน (captain) นายเรือ
การ์ด (card) บัตร, บัตรเชิญ
เกม (game) การเล่น, การแข่งขัน
เกรด (grade) ระดับคะแนน, ชั้นเรียน
คอฟฟีเมต (coffee mate) ครีมเทียมใส่กาแฟ เป็นผงสีขาวรสมัน


คำยืมภาษาจีนที่มีใช้ในภาษาไทย
การยืมคำภาษาจีนมาใช้ในภาษาไทยนั้น เราได้มาจากภาษาพูดไม่ใช่ภาษาเขียน เพราะระบบการเขียนภาษาจีนต่างกับภาษาไทยมาก ภาษาจีนเขียนอักษรแทนคำเป็นตัว ๆ ไม่มีการประสมสระ พยัญชนะ คำภาษาจีนที่มีใช้ในภาษาไทย นำมาเป็นคำเรียกชื่อ เครื่องใช้แบบจีน ยาสมุนไพร สัตว์ อาหาร เครื่องแต่งกาย ธุรกิจการค้า มหรสพ และอื่น ๆ
หลักการสังเกตคำภาษาไทยที่มาจากภาษาจีน
๑ นำมาเป็นชื่ออาหารการกิน เช่น ก๋วยเตี๋ยว เต้าทึง แป๊ะซะ เฉาก๊วย จับฉ่าย เป็นต้น

๒ เป็นคำที่เกี่ยวกับสิ่งของเครื่องใช้ที่เรารับมาจากชาวจีน เช่น ตะหลิว ตึก เก้าอี้ เก๋ง ฮวงซุ้ย

๓ เป็นคำที่เกี่ยวกับการค้าและการจัดระบบทางการค้า เช่น เจ๋ง บ๋วย หุ้น ห้าง โสหุ้ย เป็นต้น

๔ เป็นคำที่ใช้วรรณยุกต์ตรี จัตวา เป็นส่วนมาก เช่น ก๋วยจั๊บ กุ๊ย เก๊ เก๊ก ก๋ง ตุ๋น เป็นต้น

วิธีนำคำยืมภาษาจีนมาใช้ในภาษาไทย
ไทยนำคำภาษาจีนมาใช้ โดยมากไทยเลียนเสียงจีนได้ใกล้เคียงกว่าชาติอื่น ๆ เช่น เกาเหลา ตั้งฉ่าย เต้าทึง เต้าหู้ เต้าฮวย บะฉ่อ พะโล้ แฮ่กึ้น เป็นต้น มีบางคำที่นำมาตัดทอนและเปลี่ยนเสียง เช่น
เตี้ยะหลิว ตะหลิว

บ๊ะหมี่ บะหมี่

ปุ้งกี ปุ้งกี๋
ตัวอย่างคำยืมที่มาจากภาษาจีน
กงสี กงเต็ก ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ เกาหลา กุ๊ย เก๊ เก๊ก เกี้ยว เกี๊ยว เกี๊ยะ กุยเฮง เก๊ก ก๋ง

เก้าอี้ ขาก๊วย เข่ง จับกัง จับฉ่าย จับยี่กี จันอับ เจ๊ง เจี๋ยน เจ เฉาก๊วย เซ้ง เซียน แซ่

แซยิด เซ็งลี้ ซาลาเปา ซิ้ม ตะหลิว เต๋า ตุน ตุ๋น แต๊ะเอีย เต้าหู้ เต้าฮวย เต้าเจี้ยว โต๊ะ

ไต้ก๋ง ตังเก บ๊วย บะฉ่อ บะหมี่ บู๊ ปุ้งกี๋ ปอเปี๊ยะ แป๊ะเจี๊ยะ พะโล้ เย็นตาโฟ หวย ยี่ห้อ

ลิ้นจี่ ห้าง หุ้น เอี๊ยม โสหุ้ย เฮงซวย ฮวงซุ้ย ฮ่องเต้ อั้งโล่

คำภาษาเขมรในภาษาไทย
ภาษาเขมรเป็นภาษาคำโดด จัดอยู่ในตระกูลมอญ-เขมร คำดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นคำพยางค์เดียวและเป็นคำโดด ถือเอาการเรียงคำเข้าประโยคเป็นสำคัญเช่นเดียวกับภาษาไทย แต่มีลักษณะบางอย่างต่างไปจากภาษาไทย
การสังเกตคำภาษาเขมรมีวิธีการดังนี้
- คำไทยที่มาจากภาษาเขมรมักใช้พยัญชนะ จ ญ ร ล สะกด เช่น เผด็จ สมเด็จ เดิร ( เดิน ) ถวิล ชาญ

- คำไทยที่มาจากภาษาเขมรมักเป็นคำควบกล้ำและเป็นคำมากพยางค์ เช่น ขลาด โขมด โขนง เสวย ไถง กระบือ

- คำไทยที่มาจากภาษาเขมรมักใช้ บัง บัน บำ แทน บ เช่น
บัง บังคับ บังคม บังเหียน บังเกิด บังคล บังอาจ
บัน บันได บันโดย บันเดิน บันดาล บันลือ
บำ บำเพ็ญ บำบัด บำเหน็จ บำบวง

- คำไทยที่มาจากภาษาเขมรโดยแผลงคำมีหลายพวก
ข แผลงเป็น กระ เช่น ขดาน เป็น กระดาน ขจอก เป็น กระจอ
ผ แผลงเป็น ผสม - ประสม ผจญ - ประจญ
ประ แผลงเป็น บรร ประทม เป็น บรรทม ประจุ - บรรจุ ประจง - บรรจง

- คำไทยที่มาจากภาษาเขมรที่เป็นคำโดด เช่น แข โลด เดิน นัก อวย ศก เลิก

การยืมคำภาษาเขมรมาใช้ในภาษาไทย
๑ ยืมมาใช้โดยตรง เช่น กระดาน กระท่อม กะทิ บัง โปรด ผกา เป็นต้น

๒ ยืมเอาคำที่แผลงแล้วมาใช้ เช่น กังวล บำบัด แผนก ผจัญ

๓ ยืมทั้งคำเดิมและคำที่แผลงแล้วมาใช้ เช่น เกิด-กำเนิด ขลัง-กำลัง เดิน-ดำเนิน ตรา-ตำรา บวช-ผนวช

๔ ใช้เป็นคำสามัญทั่วไป เช่น ขนุน เจริญ ฉงน ถนอม สงบ เป็นต้น

๕ ใช้เป็นคำในวรรณคดี เช่น ขจี เชวง เมิล สดำ สลา เป็นต้น

๖ ใช้เป็นคำราชาศัพท์ เช่น เขนาย ตรัส ทูล บรรทม เสวย เป็นต้น

๗ นำมาใช้ทั้งเป็นภาษาพูดและภาษาเขียน

ตัวอย่างภาษาเขมรในภาษาไทย
แข พระจันทร์

เสวย กิน

จุ ทำให้ลง

เจาะ ปัก

เพ็ญ เต็ม

เลิศ ดี

อวย ให้


คำภาษาชวา-มลายูที่มีใช้ในภาษาไทย
ภาษาชวา ปัจจุบันเรียกว่าภาษาอินโดนีเซีย เป็นภาษาตระกูลคำติดต่อ ตระกูลเดียวกับภาษามลายู ภาษาชวาที่ไทยยืมมาใช้ส่วนมากเป็นภาษาเขียน ซึ่งรับมาจากวรรณคดีเรื่อง ดาหลังและอิเหนาเป็นส่วนใหญ่ ถ้อยคำภาษาเหล่านี้ใช้สื่อสารในวรรณคดี และในบทร้อยกรองต่าง ๆ มากกว่าคำที่นำมาใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน
ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์ ปัจจุบันเรียกว่า ภาษามาเลเซีย เป็นภาษาคำติดต่อ อยู่ในตระกูลภาษาชวา-มลายู คำส่วนใหญ่จะมีสองพยางค์และสามพยางค์ เข้ามาปะปนในภาษาไทยเพราะมีเขตแดนติดต่อกัน จึงติดต่อสัมพันธ์กันทั้งทางด้านการค้าขาย ศาสนา วัฒนธรรม มาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ยังคงใช้ภาษามลายูสื่อสารในชีวิตประจำวันอยู่เป็นจำนวนมาก
การยืมคำภาษาชวา-มลายูมาใช้ในภาษาไทย
๑ ใช้ในการแต่งคำประพันธ์ เช่น บุหรง บุหลัน ระตู ปาหนัน ตุนาหงัน เป็นต้น

๒ ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่น กัลปังหา กุญแจ กระดังงา ซ่าหริ่ม ประทัด เป็นต้น

๓ นำมาใช้ในความหมายคงเดิม เช่น ทุเรียน น้อยหน่า บุหลัน เป็นต้น

ตัวอย่างคำภาษาชวา-มลายูในภาษาไทย
กาหยู,ยาร่วง มะม่วงหิมพานต์

กระดังงา ดอกไม้ชนิดหนึ่งมีกลิ่นหอม

กัด อวนขนาดย่อม สำหรับดักปลาซึ่งอยู่ผิวน้ำ

ฆง ข้าวโพด

พรก กะลามะพร้าว

ปอเนาะ โรงเรียนที่สอนหนังสือและอบรมศาสนาอิสลาม

จิ้งจัง เป็นปลาตัวเล็กๆหมักเกลือและมีน้ำด้วย

ภาษาบาลี
ภาษาบาลีเป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยุโรเปียน รูปลักษณะภาษาเป็นภาษามีวิภัตติปัจจัย คือจะต้องเปลี่ยนรูปคำตามเพศ พจน์ หรือกาล ภาษาบาลีมีถิ่นกำเนิดในแคว้นมคธ ประเทศอินเดีย บางทีจึงเรียกว่าภาษามคธ เข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยเพราะสาเหตุจากการยอมรับนับถือศาสนาพุทธของคน ไทยเป็นสำคัญ
ตัวอย่างคำภาษาบาลีในภาษาไทย
บาป บุญ ปัญญา พยากรณ์ ปฏิกิริยา ปฏิกูล พยาบาท พายุ ปฏิบัติ ปัจจัย พิพาท ภาคี มงคล มติ มิจฉาชีพ รถ รส รังสี รูป ลัทธิ
คำภาษาอื่น ๆ ที่มีใช้ในภาษาไทย
๑ ภาษาทมิฬ เช่น กุลี กานพลู กำมะหยี่ จงกลนี ตะกั่ว กะหรี่ (ชื่อแกงชนิดหนึ่ง)

๒ ภาษาเปอร์เซีย เช่น กากี กาหลิบ กุหลาบ คาราวาน ตรา (เครื่องหมาย) ตราชู (เครื่องชั่ง) บัดกรี (เชื่อมโลหะ) ปสาน (ตลาด) ฝรั่ง (คำเรียกชาวยุโรป) ราชาวดี (พลอยสีฟ้า) องุ่น สักหลาด

๓ ภาษาอาหรับ เช่น กะลาสี การบูร กั้นหยั่น กะไหล่ ฝิ่น โก้หร่าน

๔ ภาษาญี่ปุ่น เช่น เกอิชา กิโมโน คามิคาเซ่ คาราเต้ เคนโด้ ซามูไร ซูโม่ ซากุระ เทมปุระ ฟูจิ สุกี้ยากี้ ยูโด

๕ ภาษาโปรตุเกส เช่น สบู่ กัมปะโด ปิ่นโต กะละแม กะละมัง จับปิ้ง เลหลัง บาทหลวง ปัง ปิ่นโต เหรียญ

๖ ภาษาฝรั่งเศส เช่น กงสุล กรัม กาสิโน กาแฟ กาเฟอีน กิโยติน กิโลกรัม กิโลลิตร โก้เก๋ เชมเปญ โชเฟอร์ คูปอง เปตอง ปาร์เกต์ คาเฟ่ ครัวซองท์ บุฟเฟต์ มองสิเออร์

๗ ภาษาฮินดี เช่น อะไหล่ ปาทาน
๘ ภาษาพม่า เช่น หม่อง กะปิ ส่วย
๙ ภาษามอญ เช่น มะ เม้ย เปิงมาง พลาย ประเคน

ขอบคุณค่ะ
See the full transcript